อดีตเลขาฯ สมช. เชื่อ รบ.ชิงยุบสภา ก่อนแก้ รธน.เสร็จแน่ หวังกติกาเดิม ทำได้เปรียบ
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่า ประชาชนมิใช่อุปสรรคการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัวปัญหาใหญ่มันคือ ส.ว.ที่คอยเงี่ยหูฟังคำสั่งผู้นำสืบทอดอำนาจ แต่มามีสิทธิยกมือว่าจะให้ผ่านหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ถือเป็นเครื่องมือหลักในการคุ้มครองรัฐบาลสืบทอดอำนาจ เคราะห์หามยามร้ายเมื่อสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญดันมาบรรจบเข้ากับความล้มเหลวการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของรัฐบาล สมทบเข้ากับเงื่อนไขที่สำคัญยิ่งคือ ประชาชนเริ่มไม่เชื่อมั่นในขบวนการยุติธรรมของประเทศ เมื่อได้รับฟังเหตุผลการไม่ให้ประกันตัวแกนนำคณะราษฎรบางคนที่ถูกคุมขัง ซึ่งเมื่อนำมาเทียบเคียงกับเหตุผลที่ต้องให้ประกันตัวของกลุ่มนักวิชาการทางนิติศาสตร์ที่นำมาอธิบายความต่อสังคมแล้ว สังคมคล้อยตามทางนักวิชาการฯมากกว่า ยิ่งเนติบริกรของรัฐบาลมาส่งสัญญาณเครือข่าย คว่ำวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปอีก
“เหตุที่กล่าวมา จึงเป็นหัวเชื้อเร่งให้เกิดการรวมพลร่วมขับไล่รัฐบาล โดยกลุ่ม REDEM ได้ประกาศชุมนุมใหญ่ 20 มีนา ขับไล่เผด็จการ และการชุมนุมแบบดาวกระจายจะยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณว่าการเลือกตั้งใหญ่จะเกิดขึ้นก่อนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น เพราะรัฐบาลสืบทอดอำนาจต้องหลบฉากที่จะไปใช้กลไก และกฎกติกาเดิมมาจัดการในการเลือกตั้ง เพื่อชิงความได้เปรียบ ตอกย้ำด้วยการผุดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ ปีกขบวนการสืบทอดอำนาจ แสดงความเหิมเกริม แต่มันจะอยู่ถึงการเลือกตั้งได้หรือไม่ เพราะคาดการณ์ว่ากลุ่มราษฎรต่างๆ เขาจะมาขับไล่ให้ไม่มีที่ยืนในสังคมไปเสียก่อน” พล.ท.ภราดร กล่าว

