หน้าแรก การเมือง บก.ลายจุด เล่...

บก.ลายจุด เล่าบทเรียนฟื้นฟูเสื้อแดงหลังปี’53 จากถูกสาปแช่ง สู่การกลับมารวมตัวกันแน่น

15.03.21 | 10:54 น.

บก.ลายจุด เล่าการฟื้นฟูเสื้อแดงหลังปี’53 จากถูกสาปแช่ง สู่การกลับมารวมตัวแน่นราชประสงค์


วันที่ 14 มีนาคม 2564 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางสังคมผู้ขับเคลื่อนมูลนิธิกระจกเงา และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงหลังเหตุสลายชุมนุมปี 2553 ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อท่ามกลางกระแสการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งแต่ต้นปี 2564 ไม่ได้คึกคักเฉกเช่นที่เกิดขึ้นตลอดปี 2563 ว่า การฟื้นฟูขบวนเสื้อแดงหลังถูกสลายการชุมนุมปี 53

ก่อนอื่นผมไม่มีความประสงค์ที่จะยกหางตัวเองในเรื่องนี้ แต่ต้องการเขียนเล่าประสบการณ์ในห่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการต่อสู้ครั้งหนึ่งของชีวิต มีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีจำนวนมาก บางคนหลบหนีหมายจับ เกิดผู้ลี้ภัย แกนนำโดนจับและมวลชนเสียชีวิตจำนวนมาก ผู้คนในสังคมสาปแช่งเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง มวลชนจำนวนหนึ่งต้องเอาสัญลักษณ์ไปเผาทิ้ง และแทบไม่มีใครกล้าใส่เสื้อสีแดงไประยะหนึ่ง

การกลับมาของเสื้อแดงอีกครั้งเกิดจากกิจกรรมผูกผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์ และถ้อยคำที่ว่า “ที่นี่มีคนตาย” กิจกรรมที่ถูกมิตรสหายตีตราว่าเป็นพวกโลกสวย และ FC นปชบางคน เรียกสิ่งที่ผมทำว่า “การตกปลาในบ่อเพื่อน”

Advertisement

การผูกผ้าที่เริ่มต้นจากคน 1 คน ทำต่อเนื่องทุกอาทิตย์ โดยใช้เวลา 1-2 ชม แทบไม่ต้องมีการเตรียมตัว ต้นทุนน้อยมากเพราะใช้แค่เศษผ้าเล็ก ๆ มาผูก มีอยู่อาทิตย์หนึ่ง ป้ายราชประสงค์ถูกถอดหายออกไป เป็นที่งุงงงอย่างมาก ประเด็นคือ รัฐมองว่าหากไม่มีป้ายราชประสงค์แล้วกิจกรรมนี้ก็จะยุติลงและไม่สามารถเป็นข่าวได้อีกต่อไป แต่ปรากฏว่าในอินเทอร์เน็ตป้ายราชประสงค์กลายเป็นมีมล้อเลียนกันไปทั่ว ที่ชอบที่สุดคือมีคนบอกว่าเจอป้ายแล้วตอนนี้อยู่บนดวงจันทร์

อีกครั้ง ตำรวจ ส่ง 2 กองร้อยมาล้อมป้าย วันนั้นมวลชนเกือบพันคนเดือดมาก โกรธที่แค่ผูกผ้าแดงรำลึกผู้เสียชีวิตยังทำไม่ได้ โชคดีว่ามวลชนรวมตัวอยู่อีกฝั่งหนึ่งของป้าย ผมเลยตะโกนบอกมวลชนว่า ผมขอเป็นตัวแทนเดินไปผูกผ้าคนเดียว ประชาชนอย่าเดินตามผมมา ขอให้ไว้ใจผม แล้วผมเดินข้ามถนนไปเจรจากับตำรวจ เขายืนยันว่าห้ามผูกผ้า ผมเลยผูกตรงรั้วกั้นที่ตำรวจตั้งแนวไว้ เมื่อจบกิจกรรม มวลชนและตำรวจกลับหมดแล้ว ผมวกกลับมาที่ป้ายตอนห้าทุ่มแล้วก็เอาผ้ามาผูกอย่างที่ตั้งใจไว้

การทำ Snowball Effect ครั้งนั้นใช้เวลาประมาณ 10 สัปดาห์ จนวันที่ 19 ก.ย. 53 เราก็ถึงจุดสูงสุดของกิจกรรม และเป็นที่มาของปรากฏการณ์แกนนอนอย่างชัดเจน สี่แยกราชประสงค์เต็มไปด้วยผู้คนหลายหมื่นคน ทุกคนนำผ้าสีแดงของตนเองมาร่วม ทำให้แยกราชประสงค์ถูกผูกด้วยผ้าสีแดง ประหนึ่งเทศกาลตรุษจีน ทุกคนก้าวผ่านพ้นความกลัว ใช้ความโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นพลังความคิดสร้างสรรค์ ก่อเกิดกิจกรรมเสียดสีรัฐบาลในเวลานั้นอย่างเจ็บแสบ ต่อจากนั้นไม่นานแกนนำ นปช ทั้งหมดได้รับการประกันตัวในคดีก่อการร้าย

ผมลดบทบาทลง แม้ไม่ได้ทำให้คำปรามาสว่าผมเป็นคนโลกสวนหายไปแต่มันลดลงไปมาก และการลดบทบาทของผมเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าผมไม่มีเจตนาต้องการเป็นแกนนำหรือแย่งชิงบทบาทการนำ

ผมเล่าเรื่องนี้ไม่บ่อยนักเพราะเกรงว่าหลายคนจะเข้าใจผิดคิดว่าผมยกหางตนเอง แต่เห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่ผมบอกว่า เราต้องตั้งขบวนใหม่ มันเคยมีสิ่งนี้อยู่มาก่อน และมันเคยสำเร็จ อย่างน้อยการฟื้นฟูขบวนก็สามารถกลับมาได้และแกนนำก็ได้รับการปล่อยตัว