อธิบดีราชทัณฑ์ แจง ขังรวม เพนกวิน กับนักโทษเด็ดขาด เพราะข้อจำกัดพื้นที่คุก – ผบ.เรือนจำชี้เหตุต้องแยกขังคนละแดน ปฏิเสธย้ายแดนทุกวัน
จากกรณีทนายความของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ออกมาระบุถึงไม่เหมาะสมการแยกเพนกวินไปอยู่แดน 5 ซึ่งเป็นแดนของนักโทษเด็ดขาด ทั้งที่กรณีเพนกวิน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีการย้ายแดนตลอดในช่วงของการคุมขัง ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังใหม่ที่เข้ามาในเรือนจำทุกราย โดยระเบียบปฏิบัติในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 จะต้องเข้าสู่แดนแรกรับ ห้องกักโรค เมื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ เป็นเวลา14 วัน จากนั้นก็ไปคุมขังแดนแรกรับเพื่อรอการปรับตัวสำหรับผู้ต้องขังใหม่ เมื่อครบกำหนดจะมีกรรมการจำแนกของเรือนจำมาพิจารณาแยกแดนคุมขังนำตัวไตามแดนต่าง ซึ่งการจำแนกผู้ต้องขังเป็นขั้นตอนปกติของแต่ละเรือนจำ
เนื่องจากทุกวันจะมีผู้ต้องขังเข้าใหม่หมุนเวียนตลอดเวลา นอกจากนี้หากเป็นบุคคลที่เป็นคู่คดีกัน ก็ต้องแยกไปคนละแดน ตามหลักขั้นตอนปฏิบัติ ส่วนประเด็นที่พูดถึงว่าย้ายแดนทุกวัน เป็นไปไม่ได้ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่การที่เอาไปอยู่ร่วมกับนักโทษเด็ดขาดนั้น เป็นเพราะพื้นที่ในเรือนจำค่อนข้างจำกัด ซึ่งทางเรือนจำก็จะต้องบริหารจัดการสัดส่วนพื้นที่ที่เหมาะสมในการคุมขังนักโทษแต่ประเภท
ด้านนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า ผู้ต้องขังในกลุ่มราษฎรที่คุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้แยกขังไปยังแดนต่างของเรือนจำ ทั้งหมดแล้ว ไม่ได้อยู่ด้วย และไม่ได้ย้ายไปย้ายมาตามที่มีการระบุแต่อย่างใด เพราะมีการจำแนกไปแล้ว ทุกอย่างตามระเบียบขั้นตอน แต่พอเวลาทนายมาเยี่ยมก็ได้พบกันปกติ
สำหรับผู้ต้องขังใหม่ที่เข้ามาคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ต้องเข้าห้องกักโรค14 วัน ช่วงโควิด เมื่อครบกำหนดก็นำตัวออกไปแดน 1 เพื่อรอการจำแนก ไปตามแดนต่างๆ ซึ่งการนำไปขังรวมในแดนนักโทษเด็ดขาดเป็นเรื่องของจำกัดพื้นที่ของเรือนจำกับจำนวนผู้ต้องขัง และต้องแยกขังคู่คดีตามระเบียบ โดยปกติทั่วไปแล้วจะไม่คุมขังพวกที่ก่อเหตุร่วมกัน เนื่องจากเป็นเรื่องความปลอดภัย ป้องกันการวางแผนแหกหัก หลบหนี
นายกฤช กล่าวต่อว่า เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะคุมขังผู้ต้องขัง 2 ลักษณะคือ ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี และนักโทษเด็ดขาดกำหนดโทษไม่เกิน 15 ปี ดังนั้นจะมีผู้ต้องขังถูกส่งมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯจำนวนมากในคดีระหว่างการพิจารณาคดี รอการฝากขัง ดังนั้นเรือนจำต้องบริหารจัดการสัดส่วนพื้นที่ เพื่อคุมขังคนที่จะเข้ามา แต่ยังคงหลักปฏิบัติตามหลักทัณฑวิทยา เท่าที่จะกระทำได้ ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ตามขั้นตอน มีการจำแนก

