หน้าแรก การเมือง ฝ่าย กม. &#82...

ฝ่าย กม. ‘เอ๋’ ทำหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอความเมตตา ก่อนส่งศาลฟันจริยธรรม วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน

15.03.21 | 15:39 น.

‘เอ๋ ปารีณา’ เผยทำหนังสือถึง ป.ป.ช.ขอความเป็นธรรมก่อนส่งศาล รธน. เอาผิดจริยธรรม หวังศาลเห็นต่างไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน ชี้ปัญหาที่ดินเกิดทั่วประเทศ ยกตัวเองเป็นโมเดลแรก หากสิ้นคดีเตรียมเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือ ปชช.

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พชปร.) กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของตนได้ให้ส่งหนังสือขอความเมตตาและขอทบทวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก่อนที่จะส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องเอาผิดจริยธรรมตน เพราะมีข้อเท็จจริงปรากฏเกิดขึ้น

น.ส.ปารีณากล่าวว่า ส่วนตัวต้องให้สังคมตัดสินด้วย เพราะถือเป็นคดีแรกที่ที่กฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ให้อำนาจ ป.ป.ช.พิจารณาจริยธรรม ส.ส.ด้วย และถึงวันนี้สภาผ่านมา 2 ปีมีตนคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. หากศาลรับฟ้อง น.ส.ปารีณากล่าวว่า หากศาลรับฟ้องก็ไม่ใช่ว่าจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ 100 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นศาลมีความเห็นต่างเป็นอย่างอื่น ดังนั้นจึงอยู่ที่ความเห็นของศาล

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ทุกอย่างประเดประดังเข้ามาในช่วงที่ น.ส.ปารีณามีบทบาททางการเมือง น.ส.ปารีณากล่าวว่าเมืองไทยเป็นระบบกล่าวหา แต่ก็มีความยุติธรรมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเสมอ ฉะนั้น เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราก็จะมีโอกาสในการนำพยาน เอกสาร และหลักฐานไปต่อสู้ ดังนั้น ขอวอนสังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินตนในตอนนี้

Advertisement

“เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ดินที่เกิดขึ้นกับรัฐและประชาชน ปัญหาแผนที่ที่บางครั้งประชาชนไม่รู้ว่าที่ที่กำลังทำกินและอาศัยอยู่เป็นที่ประเภทใด ขนาดรัฐยังมีข้อโต้แย้งกันเลยว่าเป็นที่ป่าอุทยานแห่งชาติ หรือที่ราชพัสดุ ซึ่งถือปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนทั่วประเทศ

“ดังนั้น คดีนี้จะเป็นโมเดลของประชาชนด้วยว่าถ้าดิฉันถูกดำเนินคดีและเป็นคนแรกในรัฐสภาชุดนี้ที่ถูกดำเนินคดี ทั้งจริยธรรมคนแรก และบุกรุกป่าคนแรก ทั้งที่ในสภาและนอกสภาที่มีผู้ถือครองเอกสารเยอะ ซึ่งทุกคนก็คงจะเฝ้ารอดูคดีของดิฉันอยู่” น.ส.ปารีณากล่าว

ต่อข้อคำถามว่า แสดงว่าถึงขณะนี้ยังมั่นใจในสิ่งที่ได้ดำเนินการอยู่ โดยเข้าไปทำกินจริงๆ ใช่หรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า เดิมตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่มีความรู้ด้านกฎหมาย แต่ไม่ใช่นักกฎหมายที่จะไปเข้าใจกฎหมายที่ดิน ส.ป.ก., กฎหมายที่ดินป่าไม้ หรืออะไรต่างๆ และวันนี้เมื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาก็ได้เรียนรู้ขึ้นมามากขึ้น และเริ่มเข้าใจ ดังนั้น หากคดีนี้สิ้นสุดตนจะเปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเช่นเดียวกันตน

ส่วนที่กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือถึงประธานสภาเพื่อขอตัว น.ส.ปารีณาไปดำเนินคดีอาญานั้น น.ส.ปารีณากล่าวว่า เขาคงกำลังจะดำเนินอยู่ แต่ตนยังไม่ได้รับหมายเรียกอะไร และเมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็มีขั้นตอนอยู่แล้ว