ปราศรัยอัด ‘การศึกษาไทย’ โยนภาระให้ผู้ปกครอง ลั่นแผ่นดินนี้ไม่มีที่ยืนให้เยาวชน
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การนัดหมายชุมนุม นำโดย นายพีรพล ระเวกโสม หรือ ฟิวส์ ประธานภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการปราศรัย ในหัวข้อ “ทำไมการศึกษาถึงเกี่ยวข้องกับการเมือง” ทำไมภาครัฐและนายกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และทำไมการศึกษาถึงเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง
เวลา 17.30 น. มีการเปิดเพลงเนื้อหาต้านเผด็จการ สร้างความคึกครื้นให้กับผู้ชุมนุม ได้โยกย้ายตามจังหวะหลายบทเพลง
เวลา 17.50 น. “ปูน ธนพัฒน์” กล่าวว่า เพื่อนของเรายังไม่ได้รับการประกันตัว ยังถูกกักขัง ยังถูกความอยุติธรรมในเมืองไทยกดขี่อยู่ หลายวันแล้วที่ผู้ถูกกล่าวหา ที่พูดความจริง ต้องถูกกักขัง-คุมตัว เพียงเพราะเขาสะกิดความคิดของเพื่อนร่วมชาติ ให้คิดและพูดในสิ่งที่หลายคนไม่กล้าพูด เราปกครองด้วยประชาธิปไตยอย่างไร ถึงมีคนถูกกักขังเพียงเพราะเห็นต่าง เพียงเพราะพูดความจริง ท่านอยากเห็นประเทศตกต่ำอย่างนี้หรือ อยากเห็นประเทศตกต่ำด้วยมือประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ ไม่อยากเห็นความก้าวหน้าของประเทศหรือ นี่คือยุคของคนรุ่นใหม่ คนที่มีความคิดใหม่ ไม่ใช่อยู่ในกะลา ท่านต้องแยกความดี ออกจากความคิดให้ได้ การปกครองด้วยประชาธิปไตยต้องเดินด้วยแนวคิด ใช้สมองบริหาร ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึก
เพราะเรามีนายกฯ ประยุทธ์บริหาร ทำให้ประเทศถอยหลัง ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 พี่น้องเสื้อแดงเขาก็ไม่เคยที่จะอยากจะให้ประเทศตกต่ำ ทุกครั้งที่ออกมาเรียกร้อง ก็จะมีคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวว่าเป็นควายแดง เผาบ้านเผาเมือง ทั้งที่ออกมาเรียกร้องให้ประเทศก้าวหน้า คนเหล่านี้เรียกว่าคนเสื้อแดง

“ท่านทนได้อย่างไร กับการใช้ภาษีแบบนี้ อนาคตคือของผม ผมต้องเป็นคนกำหนดอนาคต เมื่อไหร่ปัญหาของผมชนะ ท่านก็ชนะ เรามีปัญหาเดียวกัน เพียงแต่ใครจะออกมาพูดแค่นั้นเอง
มีคนบอกว่า ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็ปราบโกงไม่ได้ แต่รัฐบาลประยุทธ์ คดโกงจนทำให้ประชาชนไม่มีกินแล้วถามว่าทักษิณโกงกินแล้วราษฎรรอดไหม ราษฎรมีทองใส่ ได้ค่าแรงขั้นต่ำที่พอเหมาะ พอควร แต่ยุครัฐบาลประยุทธ์ไม่มีกิน โกงกินอย่างไรให้ประชาชนมีกิน ไม่อดตาย ใช้หนีได้ แต่นี่โกงกินอย่างไรให้ประเทศถอยหลังได้ ให้เขาได้ประโยชน์
รัฐบาลของเรากำลังสร้างหนี้ให้ประเทศ ที่ต้องใช้ไปอีก 20 ปีข้างหน้า นี่คือปัญหาที่คนในชาติต้องชดใช้ร่วมกันจากการยึดอำนาจของประยุทธ์ จันทร์โอชา” ปูน ธนพัฒน์ กล่าว
ต่อมาเวลา 18.25 น. นายอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ศิลปินนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขับกล่อมบทเพลง “แสงดาวแห่งศรัทธา” พร้อมกล่าวถึงความกล้าหาญของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่ประกาศอดข้าวหน้าบัลลังก์ศาล ว่า “วันนี้จะเป็นประวัติศาสตร์”

ก่อนต่อด้วยบทเพลงที่มีเนื้อหาชำแหละระบอบเผด็จการ และเชิญชวนประชาชนออกมาตีหม้อไล่เผด็จการเหมือนชาวพม่า
“ผมสนับสนุนน้องๆ ทุกคนที่มีความคิดก้าวหน้า แต่คนเหล่านี้ก็ถูกกดขี่ด้วยชนชั้นนำ ทั้งที่คนเหล่านี้อยากมีความเป็นคนเท่าเทียมกัน” นายอาเล็กกล่าว

เวลา 18.30 น. นายพีรพล หรือ ฟิวส์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ผมอยากตั้งคำถามไปถึงรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่บอกว่า เยาวชนเป็นอนาคตของชาติ ทำไมถึงไม่มีสวัสดิการที่มากพอ ยกตัวอย่าง ทำไมนักเรียนถึงต้องจ่ายค่าเทอม ค่าบำรุงการศึกษา ค่าหนังสือ ซึ่งมันควรเป็นสวัสดิการของนักศึกษา
ล่าสุด เกิดปรากฏการณ์การติดแฮชแท็ก #เลื่อนสอบ คือการเลื่อนสอบทีแคส และ O-net ซึ่งก่อนสอบ นักเรียนต้องอ่านหนังสือ เนื่องจากเนื้อหาในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายไม่มีสอน ที่ออกก็ไม่ตรงกับที่สอน
อีกอย่างที่สงสัยคือ ทำไมก่อนสอบ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ถึงต้องไปเสียค่าติวก่อนไปสอบ ทั้งๆ ที่ภาครัฐและโรงเรียนควรจัดสรรให้ ไม่ใช่เพิ่มภาระ แล้วโรงเรียนที่สอนอยู่ทุกวันนี้จะมีไปทำไม ถ้านักเรียนไม่ไปเรียนพิเศษก็ไม่รู้ข้อสอบที่จะออก อย่างนี้ก็ให้เอกชนมาสอน โรงเรียนรัฐไม่ต้องมี อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการยังจะโยนภาระให้กับผู้ปกครองอีก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องมีกระทรวงศึกษาธิการ
นักเรียนในเมืองก็ต้องเสียค่าโดยสาร รถไฟฟ้า ถ้าการเมืองดีจริง ให้เข้าโดยสารฟรีไปเลยที่ บอกจะขึ้นค่ารถไฟฟ้าเป็น 104 บาทตลอดสาย แต่ผู้ปกครองมีรายได้ขั้นต่ำวันละ 300 บาท ทั้งที่ต้องเสียค่ารถไฟฟ้าไป-กลับเกือบ 200 บาท และค่าเช่า ค่าต่างๆ มากมาย ถามจริงๆ จะไม่ให้เขามีกินเลยใช่หรือไม่ นโยบายการศึกษา ทุนเรียนฟรี ไม่เก็บค่าเทอม แต่มีค่าทำเนียมการศึกษา ยังมีค่าบำรุงสถานศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองต้องจ่ายทุกปี ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่เข้ามาจัดการ ทำไมผลักภาระให้ผู้ปกครอง แล้วภาษีที่เก็บมาทั้งปีเอาไปทำอะไร ยังมีภาษีที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนอีก คือภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ ปากกา สี ดินสอ ยางลบ เท่ากับนักเรียนก็เสียภาษีเหมือนกัน ไปศึกษามาใหม่
“นักเรียนยังต้องสะพายกระเป๋าเป็นกิโลๆ ไป-กลับโรงเรียนส่งผลต่อกระดูกและสุขภาพ แต่กระทรวงศึกษาธิการไม่ทำอะไร แค่ทำตู้ล็อกเกอร์ให้นักเรียนเก็บหนังสือ จะแก้ปัญหา 1.นักเรียนไม่ต้องแบกหนังสือ 2.นักเรียนไม่ลืมหนังสือไว้ที่บ้าน
ถามว่าการศึกษาเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร เกี่ยวข้องแน่นอน เพราะคนที่ออกแบบนโยบายการศึกษา คือนักการเมือง ที่นักเรียนออกมาเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ บอกว่าเอาเวลาไปเรียนไหม นักเรียนมีหน้าที่เรียนจริง แต่เมื่อออกจากโรงเรียน นักเรียนก็คือพลเมืองคนหนึ่ง ฉะนั้น นักเรียนก็มีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องตามบทบาทหน้าที่พลเมืองเหมือนกัน อนาคตของเขาเหล่านี้ต้องมาบริหารประเทศ แต่ยังไม่ทันไร ก็มาปิดกั้นความคิด จำกัดเสรีภาพ ซึ่งมันย้อนแย้ง
“สุดท้าย ขอออกจากเรื่องการศึกษา ไปเรื่องชาติพันธุ์บ้าง ชาวบ้านบางกลอย-ใจแผ่นดิน ถูกเจ้าหน้าที่่รัฐไล่ที่ ให้มาใช้ชีวิตข้างล่าง ทำข้อตกลงมา 1 ฉบับ ให้ชาวบ้่านลงไปใช้ชีวิตข้างล่าง แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ จึงกลับขึ้นไปทำไร่หมุ่นเวียนเหมือนเดิม แต่ด้วยความไม่มีสัจจะของคนๆ หนึ่ง เอาฮอลล์ขึ้นไปข้างบน ขับไล่เขาลงมาข้างล่าง ถูกดำเนินคดีไปแล้ว 30 คน โดยไม่ได้ทำอะไรผิด อยู่มาเป็นร้อยปี กลับไปไล่เขา แต่ทำไมฟาร์มไก่ของ ส.ส.เอ๋ ปารีณา ถึงดำเนินการช้าแบบนี้ ทำไมบ้านพักเจ้าหน้าที่งอกบนอุทยานได้โดยไม่โดนอะไร หรือชาวบ้านไปเก็บเห็ดแล้วโดนคนดี นี่คือความอยุติธรรม
เรามาเรียกร้อง รัฐสวัสดิการ ความถูกต้อง กลับหาว่าเราชังชาติ แผ่นดินนี้ไม่เหลือพื้นที่ให้เราแล้ว ขนาดมายืนตรงนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุกคาม บางคนช่วยเหลือ แต่บางคนก็รับใช้เผด็จการอยู่” นายพีรพลกล่าว
จากนั้น “ปัน” เยาวชนชาย กล่าวปราศรัยตอนหนึ่ง ถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำในสถานศึกษา โดยยกตัวอย่าง เช่น เมื่อพ่อแม่จะหาโรงเรียนให้ ป้ายที่สะดุดตา คือป้ายอวยนักเรียนที่เรียนเก่ง ป้าย ‘โรงเรียนนี้ได้รางวัล’ ซึ่งอาจจะทำให้พ่อแม่เราเลือกส่งมาเรียนโรงเรียนนี้ เมื่อเข้าไปตอนแรก ครูอัธยาศัยดี แต่เมื่อเข้าไปใช้ชีวิตจริงในนั้นแล้ว ที่เราต้องเจอ คือการที่ครูพูดจาเหยียดนักเรียน และทำร้ายนักเรียนในสถานศึกษา


