ศาลไต่สวน “อานนท์” ปมจดหมายหวั่นถูกทำร้ายแล้ว รอไต่สวนราชทัณฑ์บ่าย และให้เบิกตัว “ไผ่-ไมค์” ไต่สวนจันทร์หน้า 22 มี.ค. ทนายขอภาพกล้องวงจรปิดจากราชทัณฑ์ หวั่นถูกทำลาย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 มีนาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์หลังการไต่สวนของศาลช่วงเช้า กรณีนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร ยื่นจดหมายคำร้องต่อศาลบรรยายเหตุการณ์เกรงจะถูกทำร้ายในเรือนจำ ว่า ศาลไต่สวนนายอานนท์โดยละเอียดถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วงบ่ายศาลจะให้ตัวแทนของกรมราชทัณฑ์ น่าจะเป็นนายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายปฏิบัติการ ที่ปรากฏในคำแถลงของกรมราชทัณฑ์ ให้มาไต่สวน
ทั้งนี้ นายอานนท์ได้ขอให้ทนายความไปขอเทปกล้องวงจรปิดในเรือนจำแดน 2 ทั้งหมด และห้องขังขณะเกิดเหตุ ตอนนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่จัดส่งให้ ได้ขอให้ศาลพิจารณาเรียกภาพกล้องวงจรปิด เพราะกังวลว่าอาจจะมีการทำลาย ลบทิ้ง หรือทำให้เสื่อมค่าไป นายอานนท์ยืนยันต่อศาลขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งหมดซึ่งเป็นนักโทษการเมืองเกรงจะได้รับอันตรายถึงชีวิต จึงพยายามไปยืนหน้ากล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ดังนั้นภาพในกล้องวงจรปิดเห็นแน่นอน ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนขอสอบถามศาลเกี่ยวกับการไม่อนุญาตให้สื่อเข้าห้องพิจารณาคดีนั้น ไม่ใช่การพิจารณาคดีลับ แต่ศาลจำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง ให้เฉพาะทนายความ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ มารดาและภรรยาของจำเลย ตอนนี้ยังพิจารณาไม่ให้สื่อเข้าอยู่
นายกฤษฎางค์ กล่าวเพิ่มเติมถึงเหตุที่นายอานนท์รู้สึกไม่ปลอดภัยว่า นายอานนท์เบิกความต่อศาลว่ามีคำเตือนมาก่อนแล้วว่ามีบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งนายอานนท์เอ่ยเป็นชื่อเล่นในห้องพิจารณา ว่าเขาจะส่งคนมาจัดการนายอานนท์และคนอื่นๆ ที่เรือนจำ นายอานนท์ยังยกตัวอย่างผู้ต้องหาคดีการเมืองหลายคนที่เสียชีวิต ขอให้ศาลได้โปรดคุ้มครองเพราะมีตัวอย่าง นอกจากนี้ ในวันจันทร์ที่ 22 มีนาคมนี้ ศาลจะไต่สวนนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำราษฎร ในเรื่องนี้ด้วย เพราะอยู่ในบรรยากาศนั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคาดหวังในมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า จำเลยคงทำอะไรไม่ได้ นายอานนท์แถลงขอให้ศาลช่วยชีวิต เนื่องจากเป็นผู้ถูกคุมขังตามหมายศาล ศาลก็พูดชัดเจนดูแลเหมือนกันทุกคน เห็นความจำเป็นก็ไต่สวนเพื่อปกป้องดูแล ศาลกังวลถึงความปลอดภัยของผู้ต้องขังหรือจำเลย
ถามต่อว่ากรณีอย่างนี้เคยมีตัวอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ว่าจะคุ้มครองดูแลอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า นึกไม่ออก ท่านจะมีมาตรการดำเนินการหลังจากฟังแล้ว ไม่เคยมีตัวอย่าง ส่วนใหญ่มักจะตายก่อนที่ศาลจะทราบ
เมื่อถามถึงกรณีเรือนจำอ้างเป็นการตรวจไวรัสโควิด-19 นายอานนท์เบิกความอย่างไร นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตอนเวลา 21.30 น. ไม่มีการพูดว่าจะตรวจโควิด แต่จะแยกไมค์กับไผ่ไปขังไว้ที่อื่น ตอนเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่จึงบอกจะมาตรวจโควิด นายอานนท์บอกจริงๆ ไม่เคยมีการตรวจโควิดเลย เพราะนายอานนท์เข้าออกศาลหลายครั้งเนื่องจากเป็นทนายและจำเลยในคดีอื่น จะถูกกักในแดนกักโรค ตรวจอุณหภูมิ กักครบ 14 วัน ตรวจโควิดแล้วแยกไปแดนอื่น ไม่เคยมีการตรวจกลางคืน หลังเวลา 18.00 น. ความจริงต้องใส่กุญแจนอนแล้ว
ถามถึงต้องการจัดคนดูแลเป็นพิเศษเป็นคุกวีไอพีหรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ไม่มี เราไม่เรียกร้อง ขอให้เป็นมาตรการปกติ อยู่สงบสุขเท่ากับคนอื่น อย่าหาคนมาทำร้าย เป็นหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ อยู่แล้ว มีหน้าที่คุ้มครองดูแล
เมื่อถามถึงล่าสุดทุกคนที่ถูกคุมขังเป็นอย่างไร นายกฤษฎางค์ ระบุทุกคนกังวลเรื่องการถูกทำร้าย ส่วนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ก็อ่อนแรงจากการประท้วงอดอาหาร
ถามว่าจะขอศาลไต่สวนโรงพยาบาลราชทัณฑ์หรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่าอยู่ที่ศาล เพราะศาลเริ่มไต่สวนเพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้น
และถามถึงการประกันตัวทั้งหมดจะมีเงื่อนไขได้ประกันแล้วไม่ออกมาชุมนุมอีกได้หรือไม่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ศาลไม่มีเงื่อนไขนี้มา ขอให้มีเงื่อนไขออกมาก่อน ขณะนี้ติดเรื่องเดียวคือกลัวกระทำซ้ำอีกกับที่ถูกกล่าวหา เช่นชุมนุมอีก หรือถูกกล่าวหาว่าผิด ป.อาญา มาตรา112 ก็ไปปราศรัยอีก

