อ.นิติ มธ. ชี้ คำวินิจฉัยศาลรธน.ไม่สามารถลบล้างมติศาลปกครองสูงสุดได้โดยตรง แต่คู่กรณีอาจขอยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างเหตุคำวินิจฉัยศาลรธน. ซึ่งจะเข้าหลักเกณฑ์ยื่นคำร้องพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ก็ขึ้นกับ “ดุลพินิจวินิจฉัย” ของศาลปกครอง
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผศ.ธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความเห็น กรณี ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ที่กำหนดให้การนับอายุความฟ้องคดีปกครอง ตั้งแต่วันที่ศาลปกครอง เปิดทำการ คือ วันที่ 9 มี.ค. 2544 มาใช้อ้างอิงในคดีสัญญาสัมปทานโครงการโฮปเวลล์ เข้าข่ายเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ผศ.ธีระ แสดงความเห็น ระบุว่า
“คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” ไม่สามารถลบล้าง “คำพิพากษาของศาลปกครอง” ได้โดยตรงอยู่แล้วครับ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ มาตรา 75 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่กรณีหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ได้หากมี “เหตุ” ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง ดังนั้น คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียจึงอาจนำ “คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” ไปกล่าวอ้างเป็นเหตุเพื่อขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีนั้นใหม่
ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ว่า หากคู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียได้ยื่นคำขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีนั้นใหม่โดยอ้าง “เหตุ” จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลปกครองจะเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็น “เหตุ” ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่งที่จะทำให้ตนต้องพิจารณาพิพากษาคดีนั้นใหม่หรือไม่
เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “ดุลพินิจวินิจฉัย” ของศาลปกครองโดยเฉพาะครับ

