“ชูศักดิ์” เตือน “ศรีสุวรรณ” รับผิดชอบ หากร้องเท็จปม ส.ส.ลงมติเห็นชอบร่างแก้ไข รธน. ฮึมยื่นร้องวันไหน วันรุ่งขึ้นมีคนแจ้งเอาผิดกลับทันที
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องกล่าวหา ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญวาระ 3 เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่า ถือเป็นสิทธิที่นายศรีสุวรรณทำได้ แต่ตนขอเตือนว่า เมื่อคุณใช้สิทธิ คุณก็ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบในขณะเดียวกันด้วย เพราะการร้องกล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องเป็นเรื่องทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่การที่ ส.ส.และ ส.ว.ได้ลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภากำหนดไว้นั้น จะเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตรงไหน และการทำหน้าที่ของ ส.ส.และ ส.ว. ที่ลงมติถือเป็นการทำในแนวทางประชาธิปไตย และเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ
“ไม่เข้าใจว่านายศรีสุวรรณคิดอย่างไรที่จะไปร้องต่อ ป.ป.ช. จะอ้างว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน คำวินิจฉัยก็มิได้บอกว่าห้ามลงมติ และจะเป็นความผิดอาญาได้อย่างไร ดังนั้น จึงขอเตือนว่า วันใดที่นายศรีสุวรรณไปยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันรุ่งขึ้นจะมี ส.ส.ไปยื่นฟ้องหรือร้องทุกข์ ให้ดำเนินคดีกับนายศรีสุวรรณทันที ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 172 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และมาตรา 173 ฐานรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ทั้งนี้ อยากให้มุ่งเน้นร้องเรียนในเรื่องการกระทำทุจริตประพฤติมิชอบคอร์รัปชั่นและหากจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญก็ขอให้ร้องเรียนผู้ที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง การจะร้องเรื่องใดกับบุคคลใดนั้น ควรต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงในแต่ละเรื่องด้วย เพราะสังคมทุกวันนี้ต้องอยู่กันด้วยเหตุผล” นายชูศักดิ์กล่าว

