‘ไพบูลย์’ แนะ ปชป.ถาม ภท. ทำไมไม่มาตามนัด หลังงดออกเสียงวาระ 3 ปัดตอบปมปรับโครงสร้าง พปชร.

‘ไพบูลย์’ แนะ ปชป.ถาม ภท. ทำไมไม่มาตามนัด หลังงดออกเสียงแก้ รธน.วาระ 3 ชี้หากมีการยื่นแก้ รธน.อีกครั้ง เป็นเรื่องที่ไม่ได้สร้างความขัดแย้ง ก็อยากจะแก้ ปัดตอบปมปรับโครงสร้าง พปชร.

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ที่ถูกคว่ำ และนายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาบอกท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาล ไม่มีความจริงใจที่จะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำเหมือนกับสำนวนขายผ้าเอาหน้ารอด ว่า สำหรับพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวตนขอชื่นชมในจุดยืนของพรรค ปชป.ที่ได้ลงมติตามที่เคยประกาศไว้ แต่หากจะไปเรียกร้องต้องไปเรียกร้องกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ทำไมไม่มาตามนัด ซึ่งในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 มีปัญหาเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนแล้วว่าเป็นร่างที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 3 จึงมีมติเห็นชอบแค่ 208 คะแนน และพรรค ภท.ที่มีอยู่ 60 กว่าเสียงก็ทิ้งแนวร่วมไป ซึ่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งจึงทำให้ร่างถูกตีตกไป

“จะมาว่าพรรคพลังประชารัฐก็ไม่ใช่ ต้องดูว่าทุกคนมีเอกสิทธิ์ ถ้าจะว่าต้องไปว่าพรรคภูมิใจไทยว่าทำไมถึงไม่มาช่วยกันโหวตเห็นชอบตามที่เคยประกาศไว้ที่บอกว่าจะโหวตกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ควรจะเรียกร้องเอากับพรรคภูมิใจไทยมากกว่า ซึ่งผมพูดในนามส่วนตัว ไม่ได้พูดในนามพรรค แต่ในเมื่อ ส.ส.และ ส.ว.เห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญจึงไม่กล้าโหวต ซึ่งก็เป็นเอกสิทธิ์ของเขา บังคับกันไม่ได้ ผมก็โหวตงดออกเสียง” นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ส่วนตัวตนมองว่าไม่มี และไม่เกี่ยวกับเรื่องรัฐบาล เป็นคนละเรื่อง เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาพรรคต่างๆ

เมื่อถามว่า มองว่าการที่มีผู้โหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ถือเป็นการฝ่าฝืนคำวินิจฉัยหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนมองว่าไม่ได้มีปัญหา ผู้ลงมติก็มีเอกสิทธิ์ที่จะเห็นไปในทางใดก็ตาม หากผลโหวตแล้วร่างผ่านในส่วนนั้นร่างรัฐธรรมนูญจะมีปัญหา แต่ผลคือร่างก็ตกไป ก็ไม่มีปัญหา เพราะถือว่าไม่มีผล ปัญหาใดๆ

ถามต่อว่า หากมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง ทางพรรคพลังประชารัฐจะร่วมด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ว่ารัฐธรรมนูญให้อำนาจแก้ไขอย่างไร และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับควาามเดือดร้อน ช่วยเหลือประชาชน หรือเป็นเรื่องที่ไม่ได้สร้างความขัดแย้ง ก็อยากจะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีหลายมาตรา แต่หากเรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน หรือเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ก็ไม่เห็นด้วย


“โดยเฉพาะเรื่องใดที่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วไปผิดกฎหมาย ผิดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราก็ไม่สนับสนุน ซึ่งผม ในฐานะที่เป็นฝ่ายกฎหมายวิเคราะห์แล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ และให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ​ (ส.ส.ร.) ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยชัดแจ้งแล้วว่ากระทำไม่ได้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญหมวด 15 ไม่มีบทบัญญัติใดให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ให้แก้ไขเพิ่มเติมในรายมาตราได้เท่านั้น

“การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ศาลได้วินิจฉัยโดยอาศัยมาตรา 5 วรรค 2 คือวินิจฉัยว่าในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญใดก็ให้วินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งศาลเห็นว่ากรณีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่แม้ไม่บทบัญญัติใดให้จัดทำได้ แต่ว่าเนื่องจากเป็นอำนาจของประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญตามประเพณีต้องมีอำนาจ

“ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าถ้าจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนาออกเสียงว่าต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ จากนั้นรัฐสภาถึงจะได้มีอำนาจและหน้าที่ที่ไปดำเนินการ ในขณะนี้ยังไม่มีอำนาจจนกว่าจะมีการออกเสียงประชามติ และประชาชนให้อำนาจมา จากนั้นรัฐสภาก็ต้องทำรัฐธรรมนูญด้วยตนเองจะไปมอบหมายให้ ส.ส.ร.มาดำเนินการไม่ได้ทั้งสิ้น” นายไพบูลย์กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับโครงสร้างของพรรค นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากตนยังยุ่งออยู่กับเรื่องข้อกฎหมาย อีกทั้งทางพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนจะมีการประชุมพรรคถึงกรณีนี้อย่างไรนั้นตนยังไม่ได้รับแจ้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon