‘ภาคีเซฟบางกลอย’ เผยบทสนทนา ‘ประสาน หวังรัตนปราณี’ ชี้ส่อเหยียดชาติพันธุ์ จี้รัฐปลดพ้นกลไกเจรจา

‘ภาคีเซฟบางกลอย’ เผยบทสนทนา ‘ประสาน หวังรัตนปราณี’ ชี้ส่อเหยียดชาติพันธุ์ จี้รัฐปลดพ้นกลไกเจรจา

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ภาคี #saveบางกลอย เผยแพร่แถลงการณ์อันสืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่บ้านบางกลอยล่าง อำเภอแก่งกระจาน โดยปรากฏภาพและคลิปที่มีท่าทีบางประการ

ภาคี #saveบางกลอยระบุว่า จากคลิปดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความกังวลใจอย่างยิ่งต่อท่าทีของนายประสาน ที่ปรากฎลักษณะของการขาดทักษะการเป็นผู้นำ ไร้วิสัยทัศน์ในการมองปัญหาของชาวบ้านอย่างจริงใจ อีกทั้งแสดงออกถึงท่าทีการเหยียดเชื้อชาติและภาษา (Racism) เช่น การนัดชาวบ้านประชุมในเวลา 09.30 น. แต่ตนและทีมงานมาถึงเวลา 11.30 น.

ภาคี #saveบางกลอยยังเผยแพร่ บทสนทนาบางส่วนของ นายประสาน ความว่า

“ผมขึ้น ฮอ. ไปก็เห็นละพม่าบ้านพวกคุณอะ”

“พูดไทยได้กันทุกคนไหม ฟังผมรู้เรื่องไหม”

“ผมอยากมาเป็นกะเหรี่ยงแบบคุณ ผมอิจฉาพวกคุณ ผมอยู่มาจนป่านนี้จะเกษียณมาจนอายุจะ 70 ปีแล้ว ยังมีที่ไม่ถึง 2 ไร่ พวกคุณมีได้ตั้ง 7 ไร่”

“ต่อไปนี้ถ้ามีปัญหาอะไรให้ไปบอกผู้ใหญ่บ้าน ไม่ต้องลงไปกรุงเทพฯ มันเสียเวลาทำงานของพวกผม”

เป็นต้น

อ่านข่าว : เปิดคลิปผู้ช่วยบิ๊กป้อมคุยชาวบางกลอย อ้างนั่ง ฮ.เจอกัญชา ชาวบ้านถามกลับ นั่ง ฮ.เห็นได้ไง
ผู้ช่วยฯเผย ‘บิ๊กป้อม’ สั่งเคลียร์ 18 มี.ค.จ่อลงพื้นที่ ชาวบางกลอยเฮ ‘บิ๊กตู่’ ลงนามแก้ปัญหา จ่อกลับใจแผ่นดิน

นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่าชาวบ้านปลูกกัญชา และได้ไปเห็นที่ใจแผ่นดิน โดยอ้างว่ามีการถ่ายภาพมาเป็นหลักฐาน แต่ไม่ยอมแสดงหลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งในความเป็นจริงแล้วชาวบ้านขึ้นไปถึงได้แค่พื้นที่บางกลอยบน หาใช่ใจแผ่นดินไม่

ดังนั้น การกล่าวหาของนายประสานถือเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงและไม่มีหลักฐานยืนยันแสดง ซึ่งหากข้อความที่กล่าวเป็นเรื่องเท็จ ผู้กระทำจะมีความผิดทางอาญา และต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง

จากเหตุการณ์นี้ทำให้พวกเราเกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่าคณะการทำงานแก้ไขของชาวบ้านที่ถูกแต่งตั้งขึ้นในครั้งนี้ มีประสิทธิภาพและความจริงใจมากน้อยเพียงใด

ภาคี #SAVEบางกลอย เห็นว่า นายประสานไม่มีลักษณะของการเป็นนักเจรจาที่ดี รวมถึงไม่ได้ยึดความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง สร้างความขัดแย้งและความขุ่นเคืองใจให้ชาวบ้านมากกว่าจะรับฟังเพื่อนำไปสู่ทางออกของปัญหาดังที่ชาวบ้านเรียกร้องมาโดยตลอด คือการต้องหาแนวทางหรือนโยบายในการพาชาวบางกลอยกลับใจแผ่นดิน

ฉะนั้น เราขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า หากต้องมีการลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับชาวบ้าน ไม่ควรให้นายประสานอยู่ในกลไกการแก้ไขปัญหาอีก เนื่องจากทำตัวเป็นคู่ขัดแย้ง และใช้อคติที่มืดบอดบดบังการใช้เหตุผลและรับฟังอย่างเปิดใจ

อ่านข่าว : ‘ประสาน’ จ่อแฉ ‘บางกลอย’ ท้านักวิชาการไปดู ‘เผาป่า-ปลูกกัญชา-ล่าสัตว์’ เหน็บ รัฐให้ที่ดินทำกินแล้วก็ไม่พอ

นอกจากนั้น เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยชี้แจงกรณีดังกล่าว รวมถึงขออภัยชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยอย่างเป็นทางการ จากกรณีการเหยียดหยามชาติพันธุ์และสร้างบาดแผลในจิตใจด้วยความรุนแรงทางกิริยาและวาจา ที่เดินหน้าผลิตซ้ำมายาคติกดทับ ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้มาแก้ไขปัญหา เรื่องราวเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

ท้ายที่สุดนี้ขอฝากถึงนายประสาน หวังรัตนปราณี ว่า “วุฒิภาวะ” สำคัญไม่แพ้ “วุฒิการศึกษา” และผู้มี “อารยะ” จะไม่ “หยามเหยียด” เพื่อนมนุษย์เพียงเพราะต่างชาติพันธุ์’ ภาคีเซฟบางกลอยระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บุกจับเรือ Sea Walker พัทยา เปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ย้ายประการังมากองให้นักท่องเที่ยวดู
บทความถัดไปหมดสิทธิทางการเมือง กกต.สั่งถอนชื่อ ‘สมพงษ์’ อดีตนายกหลายสมัยนาจอมเทียน