ส.ส.ก้าวไกล จี้ปลด “ประสาน” จากพื้นที่เจรจา จี้หาคนใหม่ ต้องมีทัศนคติไม่เหยียดหยาม
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความแสดงความเห็นเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนตัวผู้ประสานงานกรณีชาวบ้านบางกลอย โดยบทความดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้
”คุณอายุเท่าไร อย่ามาโต้แย้งผม ผมให้เกียรติคุณ คุณต้องให้เกียรติผมบ้าง” เสียงตอบโต้ของผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เมื่อชาวบ้านจะขอพูดบ้าง
เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา นายประสาน หวังรัตนปรานี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่อุทยานแก่งกระจานและบ้านบางกลอยล่าง พร้อมขึ้น ฮอล์ ดูบริเวณบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน
แต่ท่าทีและการพูดคุยกับพี่น้อง ไม่ได้มีความเข้าใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเลยสักนิด รวมทั้งรับฟังข้อมูลด้านเดียวจากเจ้าหน้าที่อุทยาน ที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับพี่น้อง ไม่เปิดโอกาส ให้พี่น้องได้พูดหรือเสนอข้อมูลอีกด้าน
บางช่วง บางตอนของบทสนทนา
” ผมบินขึ้นไปดูแล้วเห็นหมดแล้วใจแผ่นดิน เห็นหลังคาบ้านหมู่บ้านของพวกคุณฝั่งโน้น”
ซึ่งเขายังเชื่อว่า พี่น้องคือคนพม่าจากอีกฝั่ง
”เราเห็นไร่กัญชาด้วย ผมถ่ายรูปมา ใครปลูกกัญชา ”
ขณะที่พี่น้องขอดูรูป แต่ก็ไม่ให้ดู
เขายังเชื่อว่าพี่น้องจะขึ้นไป เพื่อปลูกกัญชา
” อย่าไปเชื่อคำยุยงของคนนอก พาคุณเย้วๆ แล้วยังไง …”
เขายังเชื่อว่า พี่น้องถูกคนนอกยุยง เชื่อว่าความต้องการกลับไปยังบ้านเกิด บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ไม่ได้มาจากเจตนารมณ์ของพี่น้อง
ตลอดการพูดคุย ไม่เปิดโอกาสให้พี่น้องได้พูด นายประสาน จับไมค์พูดตลอดเวลา ทั้งที่พี่น้องเฝ้ารอการลงมารับฟังปัญหา ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ตามที่นัดหมาย แต่นายประสาน กลับมาถึงในเวลา 11.30 น. ด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตร และไม่เข้าใจปัญหา
ความผิดหวังและความคับแค้นใจ ถูกสะท้อนผ่านน้ำเสียงและถ้อยคำ ที่พี่น้องเล่าให้ฟัง
หน้าทำเนียบรัฐบาล พี่น้องมีความหวัง ที่นายประสานได้กล่าวกับพี่น้องก่อนการเดินทางกลับมายังบางกลอยล่าง ว่า
”ผมในนามของรัฐบาลและตัวแทนของท่านพลเอกประวิตร จะรีบเดินทางลงไปพบกับพ่อเเม่พี่น้องในพื้นเพื่อเเก้ไขปัญหาต่างๆให้กับพี่น้องบางกลอยในวันมะรืนนี้ ดังนั้นขอให้พี่น้องสบายใจได้ และรีบเดินทางกลับบ้าน อยู่ที่นี่แก้ไขปัญหาไม่ได้เราต้องไปพูดคุยกันในพื้นที่ ”
พี่น้องคิดว่าครั้งนี้ผู้มีอำนาจคงจะเดินทางลงพื้นที่บ้านบางกลอย เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดเฉพาะหน้าและสนองตอบความต้องการของพวกเขา
ความต้องการกลับบ้าน บางกลอยบน-ใจแผ่นดิน ที่รอคอยมากว่า 25 ปี
แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เหมือนครั้งก่อน ที่มีการฉีกบันทึกข้อตกลง ที่ลงนามโดยรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 16 ก.พ.
พร้อมกับสั่งดำเนินคดีกับพี่น้อง จำนวน 30 คน โดย 22 คน ต้องถูกขังในเรือนจำ ถูกกล้อนผม ทำลายความเชื่อทางจิตวิญญานของพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง
ข้อเสนอต่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ครั้งนี้ คือ
1. ต้องเปลี่ยนตัวแทนรัฐบาล ที่มารับฟังปัญหา เจรจากับพี่น้องใหม่ โดยหาผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติ ที่ไม่เหยียดหยาม และมองว่า คนเท่ากัน
ต้องปลด นายประสาน ออกจากพื้นที่การเจรจาแก้ไขปัญหา
2. พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้ลงนามหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหา กรอบเวลา 30 วัน นั้น ต้อง
2.1) หยุดแถลง หรือให้สัมภาษณ์นักข่าว เพื่อชี้นำคณะทำงาน การกล่าวว่า พี่น้องกลับใจแผ่นดินไม่ได้ โดยที่ไม่ได้รอฟังข้อมูล ผลการศึกษา เพื่อพิสูจน์สิทธิ นั้น ถือเป็นการตระบัดสัตย์
2.2) หยุดฟังข้อมูลด้านเดียว จากกรมอุทยาน หรือหน่วยงานรัฐ เพียงด้านเดียว หากสนใจปัญหา ให้ลงมาฟังเสียงจริงๆ และข้อมูลอีกด้าน จากพี่น้อง
3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยาน กรมอุทยาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องหยุดให้ข่าวที่บิดเบือน หรือการใส่ร้ายพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการละเมิดสิทธิมนุษยชน และสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
4. ต้องไม่มีการคุกคาม ละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการแจ้งความดำเนินคดีพี่น้องเพิ่ม รวมทั้งต้องถอนการดำเนินคดีกับพี่น้องทั้ง 30 คน
5. ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่ บ้านบางกลอยล่าง เพื่อนำสิ่งของ ข้าวปลาอาหาร ไปสมทบ และรับฟังปัญหาในพื้นที่ เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
อย่าให้กระบวนการแก้ไขปัญหากลายเป็นการกดข่มศักดิ์ศรีความเป็นคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลดอัตตาอำนาจนิยมและเพิ่มความเป็นเพื่อนมนุษย์
#ชาติพันธุ์ก็คือคน

