เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาของวงการเบียร์ไทย โดยระบุว่า
ต้องสูญเสียโอกาสกันอีกนานเท่าใด? ความน่าเศร้าของวงการเบียร์
ทำไมเวลาคนไทยส่งเบียร์ไปประกวด แล้วได้รับรางวัล เจ้าของการประกวดถึงระบุสัญชาติเบียร์ที่ได้รับรางวัลเป็นเบียร์ต่างประเทศ
เหตุผลก็คือ ในการประกวดนั้น ยึดสถานที่ผลิตมากกว่าสัญชาติเจ้าของเบียร์
เป็นที่รู้กันว่า นักต้มเบียร์คนไทย ต้มในแผ่นดินเกิดตัวเองไม่ได้ เพราะติดข้อจำกัดหลายอย่าง
ตัวอย่างเช่น เบียร์ไทยแบรนด์ Sivilai คนไทยทำ แต่จำใจต้องจดเป็นเบียร์เวียดนามส่งประกวด เพราะไปผลิตที่เวียดนาม
สังคมไทยถูกสั่งสอนให้มองว่าการดื่มแอลกอฮอล์ก็เพื่อความเมามาย (หัวราน้ำ) แต่แท้จริงแล้วการดื่มเพื่อสุทรียศาสตร์ หรือการต่อยอดเลือกสรรเครื่องดื่มเพื่อจับคู่กับอาหาร เป็นสิ่งที่นานาประเทศยอมรับและแพร่หลายกันมาอย่างยาวนานแล้ว
เพียงแต่ไม่เป็นที่ยอมรับในเมืองไทย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนไทยไปถึงเวทีระดับโลก “แต่” จำใจต้องใช้ชื่อประเทศอื่น ยังมีเรื่องของไวน์และ ค็อกเทลอีกด้วย
การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คือศิลปะชนิดหนึ่ง ถ้าได้เข้าถึงจริงๆ แล้วก็คือการทำอาหาร + หลักการทางเคมี การลองผิดลองถูก การทดลองสร้างสิ่งใหม่ๆ
ทุกอย่างที่ว่ามา กลับถูกปิดกั้นโดยความเชื่อที่ฝังรากลึกในสังคม
เราเสียโอกาสในการเลือกวัตถุดิบในท้องถิ่นของตน มาพัฒนาเครื่องดื่มที่ทำเอง
คงจะดีไม่น้อยถ้าคนไทยสามารถทำ #เบียร์ไทย จากวัตถุดิบไทยๆ ได้จริง
สุดท้ายความคิดหลากหลาย ไอเดียใหม่ๆ ที่ถูกจำกัดโดยกฎหมายที่ไม่เป็นใจนั้น ส่งผลให้จินตนาการใหม่ๆ ของพวกเขาไม่สามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้จริง
ต้องสูญเสียไปเท่าไรแล้วกับการที่ต้องตอบสนองศีลธรรมอันจับต้องไม่ได้ในอากาศของท่าน แต่ท่านกลับไม่มองถึงโอกาสในชีวิตของคนทั่วไปเลย

