‘วิษณุ’ ชี้ ถ้าขอเปิดวิสามัญ กม.ประชามติต้องจบ ไม่ขัด 3 พรรคร่วม แก้ รธน.รายมาตรา

20.03.21 | 17:15 น.

‘วิษณุ’ ชี้ ถ้าขอเปิดวิสามัญ กม.ประชามติต้องจบ ไม่ขัด 3 พรรคร่วม แก้ รธน.รายมาตรา แนะเริ่มประเด็นที่เห็นพ้องก่อน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่โรงแรมรามาดา พลาซ่า แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ออกมาระบุเตรียมประสานรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายนนี้ ว่า รัฐบาลยินดีที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ ได้มีการประสานกันแล้วเบื้องต้น ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังการประชุมรัฐสภาที่ผ่านมา ซึ่งปัญหามีเพียงว่าจะให้เปิดจำนวนกี่วัน และวันใดบ้าง เพราะต้องขอเวลาให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดำเนินการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ประมาณ 7 วัน แล้วคณะกรรมาธิการต้องประชุมเพื่อพิจารณาอีกประมาณ 7 วัน รวมเวลาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ และตนทราบจากข่าวของสื่อมวลชน โดยที่รัฐบาลยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ ว่าวันที่เหมาะสมเปิดประชุมสมัยวิสามัญน่าจะเป็นวันที่ 7-8 เมษายน ถ้าเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ เพราะถ้าช้ากว่านั้นจะไปติดช่วงเทศกาลน์สงกรานต์ และวันที่ 6 เมษายน เป็นวันหยุดราชการ และวันที่ 7 เมษายน จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เลื่อนมาจากวันที่ 6 เมษายนอีก รัฐมนตรีหลายคนที่เป็น ส.ส.อาจต้องไปร่วมโหวตในที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นวันอังคารที่ 23 มีนาคม จะหยิบยกประเด็นนี้มาหารือในที่ประชุม ครม. อีกครั้ง และถ้าเปิดประชุมสมัยวิสามัญรอบนี้เห็นว่าควรดำเนินการกฎหมายประชามติให้แล้วเสร็จ เพราะที่ผ่านมาได้พิจารณามาตรายากๆ ไปแล้ว เหลือมาตรายากๆ อีก 2-3 มาตรา เมื่อผ่านแล้วจะเป็นการดีที่จะได้พิจารณา พ.ร.บ.ยาเสพติด

เมื่อถามถึงกรณี พรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ภท.) จะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องไปพูดคุยกัน เพราะพรรคเหล่านี้ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็คุยกันในวิปพรรคร่วมรัฐบาลเอง เมื่อถามว่า จะต้องเสนอร่างแก้ไขในนามของพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล หรือเสนอในนามรัฐบาล นายวิษณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบแล้วแต่ที่เขาจะไปพูดคุยกันเอง จะเสนออย่างไรก็แล้วแต่ เขาต้องไปคุยกันเอง ปัญหาที่เรารู้กันอยู่ก็คือว่า เพราะการแก้เป็นรายมาตรานั้นจะเร็วกว่า และถ้าไปเจอการแก้ที่ไม่ต้องลงประชามติก็จะยิ่งเร็วขึ้น แต่ขณะเดียวกันจะแก้เรื่องใดบ้างนั้นขอให้เห็นพ้องต้องกัน หากยังขัดแย้งเรื่องใดกันอยู่ก็ทิ้งไว้ก่อนอย่าเพิ่งไปแก้ในเรื่องนั้น ให้แก้มาตราที่เห็นพ้องต้องกันก่อนจะดีกว่า ซึ่งตนมองว่าแนวทางนี้คือแนวทางที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้หากจะมีการทำประชามติสามารถดำเนินการได้หรือ กฎหมายประชามติเดิมยังสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า น่าจะไม่ได้เพราะมีปัญหาเขาจึงต้องมาออกกฎหมายประชามติใหม่ ถ้าทำได้โดยไม่ต้องรอกฎหมายประชามติใหม่ก็ไม่ต้องเดือดร้อนออกกฎหมายประชามติใหม่ เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอุปสรรคอยู่

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านระบุว่าเปิดประชุมสมัยสามัญเดือนพฤษภาคม จะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่เป็นไร ก็แล้วแต่เขา”

Advertisement