เครือข่ายสื่ออีสาน จี้ ‘นายกฯ-ผบ.ตร.’ รับผิดชอบการใช้ความรุนแรงสลายชุมนุม ขอสมาคมสื่อฯกำหนดแนวทางร่วมกัน
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เครือข่ายสื่อมวลชนอีสาน ซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนหลายแห่ง พร้อมด้วยประชาชนจำนวนหนึ่ง ร่วมกันลงชื่อออกแถลงการณ์เครือข่ายสื่อมวลชนอีสาน เรื่อง งดใช้ความรุนแรงกับสื่อมวลชนและผู้ชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองวานนี้ (20 มีนาคม) พร้อมระบุ 3 ข้อเรียกร้องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แถลงการณ์ระบุว่า จากการชุมนุมของกลุ่ม REDEM (รีเด็ม) ที่สนามราษฎร์และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อค่ำวานนี้ (20 มีนาคม 2564) โดยมีข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำราษฎรและปฏิรูปสถาบัน แต่กลับเกิดเหตุการณ์บานปลายกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมด้วยการใช้อาวุธ เช่น กระบอง และกระสุนยาง
ส่งผลให้ประชาชน ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และบุคลากรของสำนักข่าวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้รับบาดเจ็บขณะทำหน้าที่รายงานข่าวต่อสาธารณะ ทั้งที่มีสัญลักษณ์ชัดเจนว่าเป็นสื่อมวลชนภาคสนามที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ การสลายการชุมนุมของตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ปฏิบัติตามหลักสากลที่ลงนามไว้กับองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยเฉพาะการประกาศเตือนก่อนการเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งจะต้องแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบและเข้าใจอย่างทั่วถึงก่อน จึงจะใช้ขั้นตอนจากเบาไปหาหนักได้

เครือข่ายสื่อมวลชนอีสานมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิภาพการทำงานของสื่อมวลชนภาคสนามในเหตุการณ์และพื้นที่ใกล้เคียงการชุมนุม เครือข่ายฯจึงมีข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.ขอให้รัฐบาล ซึ่งเป็นผู้รับผิดรับชอบสูงสุดต่อผลกระทบที่เกิดจากมาตรการรับมือการชุมนุม พึงระลึกไว้เสมอว่า การใช้ความรุนแรงนอกจากไม่อาจหยุดความต้องการของประชาชนได้แล้ว ยังทำให้ความขัดแย้งนั้นร้าวลึกยิ่งกว่าเดิม ดอกผลแห่งความปรองดองมิอาจผลิบานท่ามกลางเปลวไฟ ซึ่งประเทศไทยเคยมีบทเรียนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
และขอเรียกร้องว่า จากการใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุมดังกล่าวต่อประชาชนและสื่อมวลชน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำรัฐบาล และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ต้องรับผิดชอบต่อการออกคำสั่งในมาตรการดังกล่าว รวมถึงการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ด้วย
2.ขอให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานพึงระลึกไว้เสมอว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ก่อนใช้ความรุนแรงใดๆ กับประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน ควรทบทวนเสมอว่าอำนาจสั่งการนั้นชอบแล้วหรือไม่
3.สมาคมวิชาชีพสื่อ ผู้ประกอบวิชาชีพ ตลอดจนนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ควรร่วมหาทางออก เพื่อกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน โดยยืนยันหลักการที่ว่า “เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน”
ทั้งนี้ การปล่อยให้สื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานภาคสนามรับผิดชอบชีวิตกันเอง แม้มีสัญลักษณ์ระบุชัดเจนว่าเป็น “สื่อมวลชน” ก็ไม่อาจพ้นจากความเสี่ยง ท่าทีเช่นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

