ญาติวีรชน 35 หวั่นกลียุค ระดมพลังไล่บิ๊กตู่ ก่อนเกิดสงครามกลางเมือง ชี้บริหารประเทศ 6 ปี ล้มเหลวทุกด้าน คิดแต่สืบทอดอำนาจ สุ่มไฟความขัดแย้ง
วันนี้ (24 มี.ค.) นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการญาติวีรชนฯจะเคลื่อนไหวกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงจากอำนาจเพื่อตัดตอนความรุนแรงที่จะนำประเทศไปสู่หายนะนั้น ล่าสุดในวันศุกร์ที่ 26 มีนาคมนี้ ญาติวีรชนพฤษภาทมิฬ และ 30 องค์กรประชาธิปไตย จัด “สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ให้ภาคประชาชนร่วมหาทางออกให้ชาติบ้านเมือง ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าว ถนนสามเสน โดยมี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษาสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการ สตง. นายปรีดา เตียสุวรรณ์ เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เป็นต้น ถือเป็นการทำงานทางความคิดกับมวลชนเพื่อชี้ให้เห็นความสามานย์ของระบอบประยุทธ์เมื่อผนวกกับความสามัคคีของคนที่ทนกับระบอบประยุทธ์ไม่ไหว จะทำให้การเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จในเร็ววัน
นายอดุลย์กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งที่ปรากฏในสังคมไทย ทั้งเมืองและชนบทไม่มีทางที่จะหาทางออกได้หาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในอำนาจ ดังจะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของเยาวชนนักศึกษา นับวันจะถูกปราบปรามอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ งบประมาณแทนที่จะนำไปพัฒนาประเทศ กลับถูกจัดสรรมาเพื่อปราบปรามประชาชน บำรุงบำเรอรัฐระบบราชการ อัดฉีดเข้าสู่เครือข่ายที่สนับสนุนอำนาจเผด็จการของพล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่ความขัดแย้งในภาคชนบท พล.อ.ประยุทธ์ก็สนับสนุนเครือข่ายเข้าไปปล้นสะดมทรัพยากรภายใต้คำสวยหรูว่า เป็นโครงการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา หรือโครงการทำเหมืองแร่ต่างๆ ในภาคอีสาน แม้กระทั่งชาวบ้านบางกลอยที่อยู่กับป่ามาแต่ครั้งบรรพบุรุษก็ยังถูกขับไล่ออกมาเพื่อไม่ให้เห็นเป็นกางขวางคอขบวนการฮุบผืนป่าของนายทุน และข้าราชการ ส่วนประเด็นสำคัญคือการแก้กติกาที่ไม่เป็นธรรม อย่างรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ พล.อ.ประยุทธ์ก็เล่นละครตบตามาตลอด จนกระทั่งล่าสุดออกมาท้าทายประชาชนที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากอำนาจ โดยไล่ให้ไปแก้รัฐธรรมนูญมาให้ได้ก่อนค่อยมาไล่ นี่คือการสุมไฟความขัดแย้งยิ่ง ๆขึ้น
“พล.อ.ประยุทธ์ คงจะมีความมั่นใจว่า เมื่อมี 250 ส.ว.อยู่ในมือ ใครก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ เลือกตั้งครั้งหน้าก็ให้ ส.ว.เหล่านี้ช่วยกันโหวตมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก ถึงได้กล้าท้าทายอำนาจประชาชน ซึ่งอยากเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าไม่มีอำนาจเผด็จการใดยืนค้ำฟ้า สักวันหนึ่งประชาชนจะออกมาขับไล่ โดยในหลายประเทศเห็นตัวอย่างมามากมาย อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ คิดถึงประเทศให้มาก อย่าคิดแต่เรื่องการสืบทอดอำนาจ อย่าผูกขาดความรักชาติไว้เพียงคนเดียว ถึงเวลาแล้ว ถอยออกไปเถอะ เพราะอยู่ในอำนาจมากว่า 6 ปี ไม่ได้ช่วยทำให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้น ไม่ทำตามคำมั่นสัญญา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การปฎิรูปประเทศ การสร้างสมานฉันท์ปรองดอง กติกาความเป็นประชาธิปไตย การทุจริตคอร์รัปชัน และยังรวมถึงปัญหาด้านสังคมที่มีความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการปล่อยให้ยาเสพเสพติดแพร่ระบาดไปทุกหัวระแหง มีข่าวคนติดยาบ้าฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกวัน ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงที่ห่วงใยยิ่งในเวลานี้ เงื่อนไขความรุนแรงกำลังสะสมรอวันสุกงอมจากทุกพื้นที่บนผืนแผ่นดินนี้ ซึ่งตนเกรงว่าหากประชาชนไร้ทางออก สถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง มีการแทรกแซงของกองกำลังต่างชาติได้ ซึ่งบทเรียนนี้ ที่คนไทยจับอาวุธเข่นฆ่ากันเอง”

