09.00 INDEX สัญญาณ รวมพลัง ไทยสร้างชาติ เตือนอย่างจริงจัง สู่พลังประชารัฐ

26.03.21 | 09:55 น.

09.00 INDEX สัญญาณ รวมพลัง ไทยสร้างชาติ เตือนอย่างจริงจัง สู่พลังประชารัฐ

ไม่ว่าข่าวการรุกคืบมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับของ “กลุ่ม 3 ช.” ไปยังพื้นที่ของ”กลุ่มสามมิตร” ภายในพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องสามารถเข้าใจได้

เข้าใจได้เหมือนกับข่าวลือที่ว่าอาจมีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ พรรคจาก นายอนุชา นาคาศัย เป็นคนอื่นที่เหมาะสมมากกว่า

กระทั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องออกมาปฏิเสธ

หากมองการเมืองเป็นเรื่องของการต่อสู้ เป็นเรื่องของการประนี ประนอมผลประโยชน์ จัดสรรปันส่วนและเฉลี่ยอำนาจระหว่างกันและกัน

ปรากฏการณ์อันเกิดขึ้นภายในพรรคพลังประชารัฐก็เป็นเรื่องปกติอย่างธรรมดายิ่ง ไม่ว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยเกิดเรื่องเช่นนี้ มิเช่นนั้นจะมีการถอยออกไปอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

ไม่ว่าจะเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ไม่ว่าจะเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หรือแม้กระทั่งล่าสุดก็ นายกรณ์ จาติกวณิช

ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเก่าแก่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2489 ยังมีความขัดแย้ง แตกแยกและเกิดการแยกตัว แล้วพรรคพลังประชารัฐที่เพิ่งจัดตั้งจะไม่เกิดขึ้นได้อย่างไร

ยกเว้นจากสถานะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่อยู่ในตำแหน่ง หัวหน้าพรรคแล้ว สามารถฟันธงได้เลยว่าทุกตำแหน่งในพรรคพลัง ประชารัฐล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ขอให้ศึกษาบทเรียนจากกรณีของ”กลุ่ม 4 กุมาร”ที่เดินออกจาก ทำเนียบรัฐบาลมายึดพรรคพลังประชารัฐก็แล้วกัน

ในที่สุด ไม่เพียงแต่ นายอุตตม สาวนายน ไม่สามารถรักษาตำ แหน่งหัวหน้าพรรคเอาไว้ได้ แม้กระทั่ง นายสนธิ สนธิจิรวงศ์ ก็ต้องหลุดไปจากตำแหน่งเลขาธิการ

ซ้ำร้ายยังดูดเอา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ต้องพ้นไปจากตำ แหน่งรองนายกรัฐมนตรีอีกด้วย

ตำแหน่งเลขาธิการของ นายอนุชา นาคาศัย จึงใช่จะมั่นคง

แม้จะได้รับการการันตีจากทั้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ตาม

ยิ่งเมื่อมีข่าวการแจ้งจดชื่อพรรครวมพลังไทยสร้างชาติขึ้นโดยมีกำลังภายในจาก”กลุ่ม 3 ป.”และขับเคลื่อนโดยพลังอันแข็งแกร่งจากกระทรวงมหาดไทย

ยิ่งเป็นสัญญาณ “เตือน” ให้แต่ละกลุ่มภายในพรรคพลังประชา รัฐจำเป็นต้องระมัดระวังแต่ละบาทก้าวทางการเมืองอย่างเป็นพิเศษ

เตือนในสำนวนไทยโบราณที่ว่า “สมบัติ ผลัดกันชม”