‘พี่โทนี่’ ซัดระบบการศึกษาทำคนไทยอ่อนแอ ตามโลกยุคใหม่ ชี้ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่

‘พี่โทนี่’ ซัดระบบการศึกษาทำคนไทยอ่อนแอ ตามโลกยุคใหม่ ชี้ต้องปรับปรุงครั้งใหญ่-สร้างการเรียนรู้โดยที่ไม่มีเพดาน เหน็บ ขรก.วันนี้ทำตัวเป็นนักปกครอง ไม่ได้เป็นนักบริการ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ห้องประชุมเทพลีลา โรงแรมเอสซี ปาร์ค โครงการ The change maker จัด Boot camp สัปดาห์ที่ 3 ในหัวข้อ “มิติของการคิดเชิงอนาคต (Future thinking) โดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ Tony Woodsome บรรยายในหัวข้อ “Reimagining the Future of Thailand Economy: ชวนคิดใหม่ วางอนาคตเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก” ช่วงหนึ่งว่า คนที่จะเป็นเชนจ์เมกเกอร์ ต้องมั่นใจว่าเรากำลังรู้จริง เพราะถ้าไม่รู้จริง ถึงเป็นผู้นำที่เก่งมาก มีอำนาจเยอะ ก็เหมือนกับคนตาบอดจูงคนตาดีไปตกเหว คนตาดีเขายอมทำตามคนตาบอดก็เพราะทรงอำนาจเหลือเกิน วันนี้เมื่อโลกเริ่มเชื่อมโยงกัน มีการเลียนแบบแนวทางทำธุรกิจกันขึ้น เราต้องคิดประหลาดออกไปถึงจะชนะคนอื่นได้ หลายสิบปีมานี้ระบบการศึกษาไทยทำให้คนไทยอ่อนแอ ตามโลกยุคใหม่ไม่ค่อยทัน เพราะเราถูกสอนให้คิดไม่เป็น เรียนรู้ด้วยระบบท่องจำ ให้เน้นอีคิว ไม่เน้นไอคิว ทั้งที่จะต้องไปด้วยกัน ซึ่งจุดอ่อนของระบบการศึกษานั้นเราใช้กฎหมายมานำ จึงสู้ประเทศอื่นๆ ไม่ได้

นายทักษิณกล่าวว่า วันนี้โลกเน้นทางวิทยาศาสตร์มาก แต่เราเรียนทางสังคมศาสตร์มาก จึงทำให้เราไม่มีคนที่จะช่วยกันคิด ช่วยกันนำในสิ่งใหม่ๆ จึงเป็นจุดอ่อนของการคิดไม่เป็น จนเป็นจุดอ่อนของระบบการศึกษา และยังเน้นการศึกษาที่เน้นปริญญา เน้นใบประกาศนียบัตรมากกว่าองค์ความรู้ ดังนั้นระบบการศึกษาต้องปรับปรุงครั้งใหญ่ ไม่ใช่บางคนเรียนปริญญาไม่รู้กี่ใบ ที่โบราณเรียกว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด เราต้องสร้างคนของเราใหม่ให้เรียนรู้โดยที่ไม่มีเพดาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฮาทั้งงาน! ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ร่วมเฟรม เชนจ์เมกเกอร์ ด้าน ‘เอม-อุ๊งอิ๊ง’ กำลังใจสำคัญพี่โทนี่แจมด้วย

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่ตนห่วงคือ เรื่องนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ซึ่งเรากำลังมีปัญหาในการพัฒนาประเทศ เพราะกำลังซื้อของคนไทยตกลงเมื่อเทียบกับคนอื่น นอกจากนี้ รายได้ที่ต่างกันระหว่างคนจนกับคนรวย ตรงนี้ทำให้เราเคลื่อนตัวลำบาก เพราะเรากำลังแบกคนจน คนป่วย หรือคนที่ไม่มีกำลังไว้เยอะ มันลากไปไม่ไหว ขณะที่นโยบายการบริหารงบประมาณ เรามีแต่นักใช้งบประมาณมาบริหารประเทศ ไม่มีประเภทที่ว่ารายได้มีแค่นี้ รายจ่ายประจำมีแค่นี้ แล้วจะเพิ่มรายได้เพื่อให้มีการลงทุนอย่างไรได้บ้าง มีแต่ใช้งบประมาณให้หมดไปในแต่ละปี ไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรให้งบประมาณสมดุลหรือลดการขาดดุล ซึ่งตอนนี้เราถูกปกครองโดยทหาร ทำให้งบทหารเพิ่มตลอด เราก็ยังซื้ออาวุธแบบเก่า ซึ่งการรบแบบเก่าเกิดเฉพาะชายแดน แต่วันนี้เป็นการรบแบบใหม่ที่รบด้วยเทคโนโลยี ต้องทำให้คนไปสู่จุดนั้น เช่นการรบด้วยหุ่นยนต์ ด้วยโดรน แต่การซื้ออาวุธวันนี้ยังเป็นแบบเดิมเพราะมีค่าคอมมิชชั่นดี และยิ่งค้างสต็อกเยอะ ค่าคอมมิชชั่นก็จะยิ่งดีขึ้นกว่าเดิม

“วันนี้การเข้าหาแหล่งทุนประชาชนเข้าหาไม่ค่อยได้ เราต้องสร้างให้คนที่ต้องการจะพ้นจากความยากจนเข้าหาแหล่งทุนให้ได้ แต่วันนี้เป็นระบบฮั้วกันที่จัดโดยแบงก์ชาติ ฟรีที่ไม่ฟรีเยอะ แบงก์ชาติต่อไปต้องนั่งคิดแล้วว่า ดิจิทัลบาทต้องเริ่ม ทำให้แบงก์ลดบทบาท แบงก์ใหญ่ๆ อาจจะรอด แต่แบงก์เล็กๆ เหนื่อยหน่อย เพราะการแข่งขันวันนี้ผู้บริโภคเสียเปรียบ เราไม่เคยปกป้องผู้บริโภคเลย แพลตฟอร์มใหญ่ๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาวันนี้กินเราไปเท่าไหร่ วันนี้เราไม่เก่งกับต่างประเทศ แต่เก่งกับการออกกติกากับคนไทย ดังนั้น ต้องเปิดให้มีการแข่งขัน ต่างชาติก็จะมองว่าเรามีกติกาที่เป็นสากล แล้วเขาก็จะอยากมาลงทุน วันนี้ต้องสร้างโอกาสให้คนระดับล่างได้มีโอกาสทำมาหากินได้ วันนี้เรื่องเงินนั้น ถ้าไม่มีทุนก้าวหน้าไม่ได้ ระบบของประเทศต้องเปิดกว้างให้คนเข้าหาแหล่งเงินได้ทุกระดับอาชีพ อย่าใช้ระบบธนาคารธรรมดา ถ้าคนไม่อยากตายจน แต่ต้องตายจน ต้องโทษรัฐบาลที่ช่วยเขาไม่ได้เลย เพราะกฎหมายที่ล้าสมัย ขันน็อตมากเกินไปจนคนทำอะไรไม่ได้” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ในทางตรงข้ามกลับทำลายประเทศมหาศาล ความน่าเชื่อถือ กระบวนการยุติธรรมของประเทศ ถ้าไม่แก้สิ่งเหล่านี้คงลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม เป็นหัวใจสำคัญ การแก้ไขกฎหมายต้องแก้เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ อย่าถือเป็นเรื่องเล็ก บางทีออกกฎหมายมาเพื่อรักษาคณะผู้ปกครอง แบบนี้ไม่ได้ ต้องหาผู้ปกครองที่มาใช้กระบวนการยุติธรรมให้คนในชาติ เพราะคณะผู้ปกครองที่ทำงานอยู่ในขณะนี้ ต้องแก้กฎหมายเพื่อประชาชนส่วนใหญ่

ถ้าแก้เพื่อปกป้องตัวเองอย่างเดียว ทุกอย่างพัง ตามหลักกฎหมายแล้ว และหลักกฎหมายของเราผู้ที่ถูกกล่าวหาเราถือว่ายังบริสุทธิ์ หากคดียังไม่ตัดสินจนถึงที่สุด แต่วันนี้การทำหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามจากต่างชาติมาก และที่อ่อนแอและต้องแก้ไขอีกเรื่องคือ ระบบราชการ เพราะข้าราชการวันนี้ทำตัวเป็นนักปกครอง ไม่ได้เป็นนักบริการ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยี ต้องคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้ายังมัวแต่ด่าว่าไอ้ห่าอยู่หน้าทำเนียบ แบบนั้นไปไม่รอด

รายได้จากการท่องเที่ยววันนี้เฉา ถ้าฟื้นไม่ทันตุลาคมนี้ก็เรียบร้อย ทั้งๆ ที่เรื่องอาหาร วัฒนธรรม สิ่งดีๆ แบบนี้ในโลกมีเยอะแต่นักท่องเที่ยวเขาไม่ไป เพราะคนไทยมีน้ำใจในการดูแลผู้คนสูงกว่าคนอื่น โรงแรมเราก็ถูกและดี อาหารเราก็อร่อย แต่จะทำอย่างไรให้คนอยู่นานๆ สิ่งที่เกิดด้วยธรรมชาติมีเยอะแต่ไม่พอ ที่ดูไบแฮนด์เมดหมดทุกอย่าง แต่นักท่องเที่ยวกลับเยอะมาก เช่นเดียวกับเรื่องรายได้จากการส่งออก วันนี้หัวเอสเริ่มตก เราต้องรีบคิดแล้วว่าจะให้มันต่อขึ้นไปอย่างไร การให้เขามาตั้งโรงงานให้ประเทศ แล้วงดเว้นภาษีนั้น มันเสียเปล่า เพราะเราไปจูงใจในสิ่งที่ไม่จูงใจ

วันก่อนบอกปี 2035 เราจะใช้รถอีวีทั้งหมด ซึ่งระหว่างนี้ 15 ปีเราน่าจะมีแรงจูงใจเพื่อเพิ่มรถอีวีขึ้นเรื่อยๆ จะได้กระตุ้นให้คนมาผลิตเป็นตลาดเบื้องต้นก่อนที่เราจะคิดส่งออก ซึ่งรถอีวีจะเกิดได้รัฐต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ เราใช้รถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ มลภาวะก็ลดลงเท่านั้น ส่วนระบบขนส่งเราจะปรับปรุงอย่างไร เพราะคนไทยเสียเวลากับการเดินทางเยอะมาก อนาคตระบบขนส่งสาธารณะควรเป็นอย่างไร เพราะเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้คนมีฐานะน้อยได้รับบริการอย่างทั่วถึง และช่วยการดิ้นรนซื้อรถให้ลดน้อยลง การจราจรก็จะดีขึ้น

โดยช่วงท้ายของการบรรยาย ผู้เข้าอบรมถามว่า ในช่วงพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นรัฐบาล มองว่ามีอะไรผิดพลาดที่นำไปสู่การรัฐประหาร นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ดีแต่ตอบยาก มีอะไรซับซ้อนเยอะ เพราะกล่าวหากันง่ายมาก หาเรื่องกันง่าย ลองไปอ่านงานวิชาการเรื่องไทยแลนด์ ดีพ สเตท ที่เขียนโดยภรรยาของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม คนที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะแคร์ประชาชนมากกว่า แต่รัฐบาลนี้ดูดทุกคน ขนาดมาจากการเลือกตั้งก็ยังดูดเลย เพราะแคร์ประชาชนน้อย ระบอบประชาธิปไตยที่แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็ดีที่สุดเท่าที่มีมา

นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังตอบคำถามผู้เข้าอบรมช่วงหนึ่งถึงข้อเสนอการผลักดันให้การค้าบริการเป็นอาชีพถูกกฎหมายด้วยว่า เราเป็นประเทศดัดจริต มีกฎหมายปราบการค้าประเวณี กลัวว่าจะรู้ว่ามีโสเภณี วันนี้เราต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ มันจะควบคุมและตรวจสอบได้หมด ตรวจโรคได้ และมีการเสียภาษีถูกต้อง แต่เราไม่ชอบ ตนเอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน ส่งเด็กคนจนเรียนฟรี ไปเรียนเมืองนอกปีละ 900 คนเขาก็บอกไม่ดี บ่อนการพนัน คาสิโนไม่ดี แต่บ่อนมีเต็มเมือง ตอนที่ตนเป็นนายกฯ พยายามทำแต่ก็ไม่ง่าย ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเราไม่ยอมรับความจริง เอาธุรกิจสีเทาขึ้นมาให้ถูกต้องไม่ดีกว่าหรือ

ตอนสมัยตนรัฐธรรมนูญที่คนอื่นเขียนและตนมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี รัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้ไม่มีการต่อรองอะไร การทำงานจึงราบรื่น แต่ตอนหลังเขากลัวพรรคเพื่อไทยจะชนะอีก จึงออกกฎหมายให้พรรคการเมืองเป็นเบี้ยหัวแตก มีการต่อรองกันจนบ้านเมืองไม่แข็งแรงเหมือนอย่างวันนี้ แม้บางพรรคจะจ่ายเงินกันเยอะ แต่สุดท้ายพรรคพท. ก็ชนะเป็นพรรคที่มี ส.ส.อันดับ 1 ทั้งนี้ เมื่อบ้านเมืองไม่แข็งแรง ภาคราชการก็จะแข็งแรง อย่างที่เขาเรียกพรรคราชการ ตอนนั้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยังช่วยทำเรื่องปฏิรูประบบราชการ แต่ตอนหลังมา หลังจากปฏิวัติตนมา ก็เปลี่ยนไปเยอะ ซึ่งต้องปฏิรูประบบราชการจริงๆ เพราะราชการเขาพร้อม เขาแล้วแต่นายว่าจะให้ไปทางไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon