ฝ่ายความมั่นคงเผยเหตุเร่งสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า สกัดแผนแนวคิดล้อมทำเนียบฯ ดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 28 มี.ค. แหล่งข่าวระดับสูงจากฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า ภายหลังผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุมทำกิจกรรมทางการเมือง บริเวณฝั่งเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ถ.พระราม 5 ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. เป็นต้นมา เพื่อเคลื่อนไหว 4 ข้อเรียกร้อง คือปล่อยแกนนำราษฎรและแนวร่วมที่ถูกจับกุม ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิกมาตรา 112 และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องลาออกนั้นว่า เนื่องจากมองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แคบ ไม่เหมาะสมกับการทำกิจกรรม และหวั่นจะเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วย รวมทั้งที่สำคัญอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาลมากเกินไปจึงจำเป็นต้องเข้าดำเนินการควบคุม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยที่ผ่านมามีการวิเคราะห์ว่าการที่กลุ่มผู้ชุมนุมมายึดพื้นที่ปักหลักบริเวณนี้ เนื่องจากมีแนวคิดที่จะดำเนินการขยายพื้นที่ชุมนุมเพื่อปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล แต่ยังทำไมได้ เนื่องจากฝั่งที่ผู้ชุมนุมจะปิดได้ยากคือฝั่ง ถ.ราชดำเนินตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอมและเป็นเส้นทางหลักในการสัญจร วันนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงเลือกใช้เวลาช่วงเช้าตรู่เข้าดำเนินการ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม และขณะนั้นผู้ชุมนุมมีจำนวนไม่มาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อกังวล หลังจากที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองภายหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำลงนั้น จนเกรงว่าจะมีการขนคนเสื้อแดงเข้ามาร่วมชุมนุมใน กทม. เพื่อเติมมวลชน แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวว่า ช่วงนี้นายจตุพรออกมาแอ๊กชั่นเป็นระยะๆ ส่วนเรื่องการขนคนเข้ามา กทม.นั้น ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ายังไม่น่าจะมีอะไร เพราะมองว่าการขนคนเข้ามาร่วมชุมนุมในปัจจุบันดำเนินการได้ยากกว่าสมัยก่อน

