‘วิษณุ’ ไม่กังวล ศาลเพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ ‘ปู’ ระบุรัฐมีสิทธิอุทธรณ์ ย้ำคำพิพากษาศาลฎีกา ความผิดยังคงอยู่

‘วิษณุ’ ไม่กังวล ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งยึดทรัพย์ ‘ยิ่งลักษณ์’ 3.5 หมื่นล้าน ระบุ รัฐมีสิทธิ์อุทธรณ์ใน 30 วัน ชี้ เป็นเรื่องธรรมดา แพ้บ้างชนะบ้าง เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด ย้ำคำพิพากษา ‘ศาลฎีกาฯ’ ที่บอกว่า มีความผิด ยังคงอยู่

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 2 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้าน และให้ระงับยับยั้งการยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาเป็นสินไหมทดแทนค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าว ว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่รัฐได้ดำเนินการยึดมาเบื้องต้นยังมีไม่ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมยึดต่อ แต่เมื่อศาลปกครองกลางสั่งมาแบบนี้ ก็ต้องหยุดและดำเนินการอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งได้สั่งให้มีการยึดทรัพย์ แต่ก็มีการดำเนินการอุทธรณ์ไปแล้ว วันนี้ศาลมีคำสั่งว่าให้หยุดการยึดทรัพย์ ก็ต้องหยุด แต่คดียังไม่ถึงที่สุด ทั้งนี้รัฐก็ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงการคลังก็รับทราบแล้วทั้งหมด ถือว่าไม่เป็นไร เนื่องจากคดียังไม่ถึงที่สุดก็ว่ากันไปตามขั้นตอน ถือเป็นเรื่องธรรมดา การยึดทรัพย์ก็มีชนะบ้างแพ้บ้างเป็นเรื่องปกติธรรมดาไม่ได้มีปัญหาอะไร และตนก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะ ถือเป็นเรื่องธรรมดา

“ก็อย่าไปพูดก็แล้วกันว่า พอฝ่ายไหนชนะก็มาบอกว่าศาลตัดสินก็บอกว่าศาลตัดสินยุติธรรม แต่พอแพ้ก็บอกว่าไม่ยุติธรรมสองมาตรฐาน เอียงสองมาตรฐานขอร้องว่าอย่าไปคิดแบบนั้น ปล่อยให้คดีเดินไปจนถึงที่สุด” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า ทรัพย์สินที่อายัดไว้ต้องค้างไว้ก่อนใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ต้องค้างเอาไว้ก่อน ทั้งนี้ทรัพย์สินที่ยึดมาได้ไม่กี่สตางค์ เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ยึดมาเพียงนิดหน่อย ตัวเลขสองหลักไม่ถึงหลักร้อย 100 ล้านบาท เท่านั้น

เมื่อถามว่า ได้มีการขายทอดตลาดไปบ้างแล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่แน่ใจ เจ้าหน้าที่เคยรายงานมาแต่เพียงว่ามีที่นู่นนิดที่นี่หน่อย ไม่ถึง 100 ล้านบาทในการยึดมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ยึดทรัพย์มาแล้วขายทอดตลาดออกไปแล้วเมื่อศาลมีคำสั่งเช่นนี้รัฐจะดำเนินการเช่นไร นายวิษณุ กล่าวว่า คดียังไม่ถึงที่สุดก็หยุดเอาไว้ก่อน จะให้คืนไปคงไม่ได้ เพราะหากหลังจากนี้ศาลสั่งให้ยึดอีกก็จะต้องเอากลับไปกลับมามันไม่ได้ กรณีนี้แค่หยุดไว้เท่านั้น อย่างเรื่องบ้านพักที่ซอยโยธินพัฒนาก็ยึดไว้ แต่ไม่ได้ทำอะไร อีกทั้งเจ้าของก็ยังคงอาศัยอยู่ เมื่อวันนี้ศาลปกครองมีคำสั่งก็ต้องหยุดไว้ทั้งหมด และดำเนินคดีในชั้นศาลปกครองสูงสุดต่อไป จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ที่จะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยจะมีอัยการมาช่วยดำเนินการให้

เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางครั้งนี้จะมีผลต่อสู้ในคดีอาญาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องเข้าใจว่าคดีนี้เริ่มต้นจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด เป็นการละเว้นในฐานะที่เป็นประธานกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และต่อมา ป.ป.ช. ก็มีหนังสือแจ้งมาว่า ให้ไปจัดการยึดทรัพย์ และเมื่อยึดทรัพย์แล้ว ทางผู้เสียหายก็ฟ้องถอนการยึด ซึ่งเหมือนกับกรณีของนายบุญทรง อย่างไรก็ตามตนยังไม่เห็นคำพิพากษานี้มีแต่คนสรุปมาให้ฟังก็ต้องปล่อยให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน เพียงแต่จะรู้สึกแย้งกับคำพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ฝ่ายจำเลยสามารถที่จะนำคำพิพากษาดังกล่าวไปต่อสู้ต่อได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เขายังไม่ได้ทำอะไรหรอก จนกว่าจะต้องให้ถึงที่สุดก่อนไม่มีใครทำอะไร

เมื่อถามว่า ผลตัดสินของศาลปกครองกลางเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าวิตกในการต่อสู้คดีต่อไปของรัฐหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าแพ้คดีก็ต้องวิตกอยู่ดีนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้วิตกอะไรมากเพราะยังมีขั้นตอนที่สามารถดำเนินการต่อไปจนถึงที่สุดได้

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่สามารถกล่าวอ้างได้ใช่หรือไม่ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิด นายวิษณุ กล่าวว่า ยังพูดแบบนั้นไม่ได้เพราะคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่วินิจฉัยไว้ว่ามีความผิดยังคงอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำวินิจฉัยของศาลปกครองกลางและศาลอาญา ที่มีความเห็นแย้งกันจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ทราบยังคิดไม่ออก แต่การเริ่มต้นการยึดทรัพย์ก็เพราะว่า ศาลฎีกาฯ ตัดสินว่าผิด ป.ป.ช. ถึงได้ให้ไปยึดทรัพย์ เราก็ไปดำเนินการยึดทรัพย์ แล้วศาลปกครองชั้นต้น เห็นว่ายังไม่ผิดก็ต้องมีการอุทธรณ์ขึ้นไป ซึ่งก็มีประเด็นให้อุทธรณ์ได้ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่าหลายคนเข้าใจผิดหลังศาลปกครองกลางมีคำวินิจฉัยออกมาคิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้เนื่องจากไม่มีความผิด นายวิษณุ กล่าวว่า “ก็กลับมาซิ ถ้าอยากจะกลับมา ไม่ได้ว่าอะไร แต่ต้องย้ำและขีดเส้นใต้ไว้ว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด หรือแม้แต่คดีของนายบุญทรงก็ยังไม่ถึงที่สุด ถ้าถามว่าผิดหรือไม่ในขณะนี้รัฐก็ยังมีคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ว่าผิด เพราะถ้าเริ่มต้นศาลไม่บอกว่าผิดเราจะไปยึดทรัพย์เขาได้อย่างไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่าไม่ผิดจะเกิดการย้อนแย้งกับศาลฎีกาฯ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “อย่าเพิ่งไป ‘ถ้า’ แบบนั้น เรื่องนี้เขาไม่ทำกัน เตรียมกันไว้ได้ แต่เขาไม่ตอบกันในที่สาธารณะ ไม่เช่นนั้นไม่คุณก็ผมคนหนึ่งต้องละเมิดอำนาจศาลแน่”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ สั่งหน่วยด้านความมั่นคง บูรณาการดูแลแนวชายแดนไทย-เมียนมา กต.รอประชุมอาเซียนซัมมิท
บทความถัดไปตำรวจ ปส.จับยาบ้าเฉียด 10 ล้านเม็ด รวบนายสิบทหารส่งเฮโรอีนทางพัสดุ