‘นิกร’เผย 3 พรรคร่วม รบ. เคาะร่างแก้รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ขอไม่วิจารณ์ ‘พปชร.’ เหตุ เสนอฟื้นระบบเลือกตั้งปี 40
เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยถึงความคืบหน้าต่อการพิจารณาเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 3 พรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เบื้องต้นมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ แบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขหลักเกณฑ์ออกเสียงวาระแรก และวาระสาม ที่ใช้เสียงเห็นชอบ 3 ใน 5 ตามที่รัฐสภาเคยเห็นชอบ แทนการใช้เสียง ส.ว. จำนวน 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง
นายนิกรกล่าวว่า 2.ประเด็นกระบวนการเลือกตั้ง ระะบบเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวยังไม่ตกผลึกว่าจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว หรือสองใบ 3.ประเด็นกระบวนการทำงานในรัฐสภา เช่น หมวดว่าด้วยการปฏิรูปที่เห็นว่าควรให้รัฐสภาพิจารณา แทน ส.ว.และควรพิจารณาความคืบหน้าทุกๆ 1 ปี 4.ประเด็นสิทธิเสรีภาพประชาชน รวมถึงการกระจายอำนาจ
นายนิกรกล่าวว่า ทั้งนี้ ในตัวแทนของ 3 พรรคที่เคยร่วมศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในนามกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยู่ระหว่างหารือร่วมกันถึงรายละเอียด ซึ่งในการแก้ไขประเด็นต่างๆ ที่จะเกี่ยวกับมาตราใดบ้างนั้น จะนำมาจากผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ชุดที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กมธ.
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ 13 มาตรา หากญัตติอื่นเสนอแก้เกินกรอบจะไม่ลงมติให้ เช่น ประเด็นเกี่ยวกับ ส.ว. นายนิกรกล่าวว่า เป็นสิ่งที่พิจารณาภายหลังได้ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่ ส.ว.จะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส.พลังประชารัฐจะเห็นด้วยหรือไม่เท่านั้น อีกทั้งในประเด็นขอแก้ไขมาตรา 256 นั้นที่ผ่านมา วุฒิสภาเห็นด้วยกับการแก้ไขใช้เสียง 3 ใน 5 มาแล้ว
เมื่อถามว่า การแก้ไขระบบเลือกตั้งที่พรรคพลังประชารัฐเสนอให้กลับไปใช้ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า การกำหนดรายละเอียดไว้มากเกินไป เช่น ต้องส่ง ส.ส.100 เขต หรือกำหนดเกณฑ์ให้ได้คะแนนเลือกตั้ง 1 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนเลือกตั้งทั้งประเทศ เป็นการกำหนดรายละเอียดที่มากเกินไป และเห็นว่าควรนำไปบัญญัติไว้ในกฎหมายเลือกตั้งจะเหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดอื่นๆ ตนไม่ขอออกความเห็น

