‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.หลังพบทุจริตเลือกตั้งเทศบาลลำสามแก้ว ปทุมฯ-จี้สอบพปชร.แจกขันน้ำ

“ศรีสุวรรณ” ร้อง กกต.หลังพบทุจริตเลือกตั้งเทศบาลลำสามแก้ว ปทุมฯ-จี้สอบพปชร.แจกขันน้ำ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำชาวเทศบาลเมืองลำสามแก้ว จังหวัดปทุมธานี ยื่นคำร้องต่อ กกต. หลังจากพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาล เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ม.65 (5) คือ การที่มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีและพวก ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัคร โดยการชักชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยชัดแจ้ง

โดยพบว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวบางรายและหรือบางกลุ่ม อาจดำเนินการที่เข้าข่ายการกระทำที่ให้บุคคลอื่นเข้าใจ ว่าพรรคการเมืองเป็นผู้ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค ซึ่งกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นรับรู้เรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นกลับไม่ได้ใช้อำนาจในการยับยั้ง หรือตัดสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวมีโทษตาม ม.126 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

นอกจากนี้ นายศรีสุวรรณยังได้ยื่นคำร้องของให้ กกต.ตรวจสอบกรณีสื่อมวลชนรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคได้ทำขันน้ำจำนวนกว่า 2 แสนใบ ให้ ส.ส.ของพรรคนำไปแจกประชาชนในพื้นที่ในช่วงสงกรานต์ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร พ.ศ. 2561 และฉบับที่ 2 (พ.ศ.2564) เนื่องจากมีมูลค่าเกินกว่า 3 พันบาท ซึ่งขันน้ำพลาสติกดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบราคาที่มีจำหน่ายกันในท้องตลอดทั่วไปราคาจะตกอยู่ประมาณใบละ 10-29 บาท ดังนั้นการจัดทำขันน้ำของ พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะอยู่ประมาณ 2-9 ล้านบาท

ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า การให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้นำราคาหรือมูลค่าของเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป จึงต้องขอให้ กกต.ดำเนินการไต่สวนสืบสวนให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon