จตุพรประกาศยุติม็อบ จัดใหม่หลังสงกรานต์ จวกบิ๊กตู่สั่งลา

จตุพร ประกาศ

ยุติชุมนุม เตรียมจัดหนักหลังสงกรานต์ จ่อฟ้อง สนธิญา 3 ข้อหา

เมื่อเวลา 17.20 วันที่ 7 เมษายน ที่สวนสันติพร หัวมุมถนนราชดำเนิน ที่ตั้งของอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การชุมนุม “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชน ร่วมกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วม นปช. และ นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตร ซึ่งจะมีการแถลงการณ์พักการชุมนุมด้วยนั้น

นายจตุพรกล่าวว่า สถานการณ์ โควิด-19 มักมาพร้อมกับการชุมนุมทุกครั้ง โควิด-19 รอบแรก มาจาก 2 แหล่ง คือ 1.ทองหล่อ 2.สนามมวยลุมพินี โควิดครั้งที่ 2 มาจากบ่อนระยอง และแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ครั้งที่ 3 เหมือนครั้งแรก คือที่ทองหล่อ ถามว่าใครควรรับผิดชอบ คนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจในการบริหารบ้านเมือง พ.ร.ก.ฉบับนี้ ดึงอำนาจมาไว้ ที่นายกฯ และ ศบค.ทั้งหมด ความจริงไทยจะไม่ระบาดครั้งที่ 2-3

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ เพราะถืออำนาจเบ็ดเสร็จมา 1 ปี 11 วันแล้ว แต่เราเองไม่เห็นความรับผิดชอบ พวกเรามาพูดกับพี่น้อง เพราะรู้ว่า ถ้าเราฝืนความชุมนุมต่อไป ซึ่งความจริงตั้งใจชุมนุมพรุ่งนี้อีกวัน หลังจากนั้นจะเป็นช่วงหลังสงกรานต์

แต่เราต้องแสดงวุฒิภาวะที่เหนือกว่า รัฐมนตรีไทย โควิดไม่เคยมีประวัติการระบาดจากการชุมนุม แม้แต่การชุมนุมของราษฎร มี 2-4 แห่งคือ สนามมวย บ่อน ผับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม

ประเด็นต่อมา เมื่อวานนี้ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ โดยมีนายสนธิญา ให้ถอดเทป ว่าพูดเข้าข่าย ม.112 หรือไม่ บัดนี้ ผมได้เซ็นมอบอำนาจให้คณะ ไปดำเนินคดี กับคุณสนธิญา สวัสดี ใน 3 ข้อหาด้วยกัน ที่เขาแถลงผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ความผิดแรก 1.หมิ่นประมาทชัดเจน 2.ประสงค์ให้มีการดำเนินคดี ซึ่งเข้าข่ายแจ้งความเท็จ 3. เมื่อกล่าวหาคนอื่น มีความผิดตาม ม.112 ก็จะแจ้งความ นายสนธิญา ในความผิดเดียวกันนี้ คือ ม.112 เพราะ ม.112 ได้ให้การคุ้มครอง 4 บุคคลเท่านั้น ไม่ได้มีตัวอักษรวรรคใด ให้การคุ้มครอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฉะนั้นถ้อยคำที่กล่าวหานี้ จึงผิดเสียเอง

“พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่สถาบัน และไม่มีวัน การดำเนินคดี เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างตามกลไกรัฐ ต้องการตัดความสามัคคีประชาชน ให้ผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดี และใช้ปฏิบัติการไอโอ ว่าล้มสถาบัน ทั้งที่เรามาเรื่องเดียว คือขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์

สถานการณ์การเมืองถัดจากนี้ ได้อธิบายกับบรรดาหมู่มิตร เหตุที่ทำที่นี่ เพราะไม่ประสงค์เอาคนมามาก การเรียกคนมาชุมนุมหลายแสน หลายหมื่น ไม่ได้ยากสำหรับพวกผม ในการระดม แต่ที่ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ เพราะต้องการใช้ที่นี้ในการสื่อความให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในการถือครองอำนาจมากว่า 7 ปี เราไม่สามารถทนเห็น พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกต่อไป กระทั่งวันเดียว แต่หากเราไม่ดำเนินการอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ อีก 7 ปี เป็นอย่างน้อย” นายจตุพรกล่าว และว่า

ไม่ว่าใครจะต่อสู้อย่างไร เราเคารพในสิทธิเสรีภาพ เมื่อวานเราหลีกให้กระบวนการที่เรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญ เขาเห็นอย่างไร ผมก็เห็นเห็นอย่างนั้น ถ้าไม่ไล่ประยุทธ์ จะไม่ได้สักข้อ ระดมลงชื่อกัน ไม่มีการขัดแย้ง มีข้อกล่าวหาว่ามาลดเพดานนักศึกษาหรือไม่ ผมยืนยันว่า ประชาธิปไตยที่สวยงามคือความแตกต่าง คนอื่นต้องการสู้แนวทางใด ให้เป็นเสรีภาพของกันและกัน และไม่ขัดแย้งกัน

การต่อสู้เป็นเรื่องที่ยาก คนบนเวทีนี้ถูกคดี 28 คน ข้อหา ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับ พี่ อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ใช้อนุสรณ์สถานบรรจุกระดูกลูกตัวเอง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ชุมนุม โดน พ.ร.กฉุกเฉิน นี่คือเรื่องที่เจ็บปวด

นายจตุพร กล่าวว่า ถามว่าหลังจากนี้เราจะเริ่มกันอย่างไร หากสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลาย หลังสงกรานต์ เราจะพูดผ่านโซเชียลมีเดีย และจะเชิญสื่อไปรวมฟัง ทั้งเสวนา อภิปราย การพูดรายคน เพราะเราต้องการเปิดประตูให้กว้างมากที่สุด ปฏิบัติการของ สามัคคีประชาชน เพื่อประชาธิปไตย เรากำลังทำในสิ่งที่คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ภายใน 15 ปีที่ผ่านมา เราต่างมีความขัดแย้งรุนแรงที่สุด ได้ต่อสู้กับผู้มีอำนาจคือ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าไม่สามัคคีกัน ไม่มีทางชนะได้

“ผมได้บอกบรรดาหมู่มิตรว่า เราต้องใช้ความอดทน พี่น้องบางฝ่าย รอคำพิพากษาศาลฎีกาจะได้ไม่กังวล บางฝ่ายมาล่วงหน้า แต่เราไม่มีอะไรเจือปน 15 ปีมานี้ เราต่างมีประวัติศาสตร์ที่ขมขื่น ไม่อาจลืมเลือนได้ เพียงแต่เรารู้ในขณะนี้ว่าถ้าประชาชนไม่สามัคคีกัน จะอยู่ต่อไปอีก 7 ปี จึงต้องวางเรื่องของเรา หยุดยั้ง อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ให้จงได้

ไม่ว่าการตระบัดสัตย์ การสืบทอดอำนาจ รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมา รับปากว่าให้แก้ แต่ไม่แก้ เราเล็งเห็นว่า พปชร.ไม่มีสำนึก นี่เป็นเวลาของประชาชนที่ต้องลุกฮือขึ้นมาจัดการ หลังสงกรานต์เราควรมีเรื่องให้อธิบายอีกมากมาย ชุมนุมใหญ่เมื่อไหร่ ให้รอคอยฉันทามติที่ประชาชนจะลุกฮือทั้งแผ่นดิน เชื่อว่าไม่นาน ฉันทามติจะเกิด ประชาชนจะเปล่งเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์

ในระหว่างสงกรานต์ หาก 2 ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายรัฐ ที่ว่าเราล้มล้างสถาบัน ผมจะจัดหนักหลังสงกรานต์ 2.ซีกฝั่งเดียวกัน เลิกติดกับเรื่องหยุมหยิมเถิด ให้มองไปข้างหน้าว่าเราต้องการอะไร เราไม่จำเป็นต้องคิดเห็นเหมือนกัน เราออกมา โดนข้อกล่าวหาสารพัด รับงานบ้าง มีเส้นบ้าง ถามว่ามีเส้นอย่างไร มีเก้าอี้ กับห้องน้ำ เก้าอี้เราเช่ามา อยากให้นั่งสบายๆ ในสวน รุ่นนี้หัวเข่าไม่ดีกันแล้ว

ส่วนรถห้องน้ำเขาจอดอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ก่อนเราจะมา ส่วน สน.ชนะสงคราม ได้ขอยืมพื้นที่ อนุสรณ์สถานชั่วคราว เพราะกำลังสร้างใหม่ เราขอใช้ห้องน้ำเขา คงไม่มีใครใจดำขนาดนั้น กล่าวหาผม แต่สุดท้ายผมโดน 112 วันปีใหม่ไทย กลับไปคิด ว่าจะเอาประยุทธ์ออกไปก่อนหรือไม่ อย่าว่าแต่แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มาตราเดียวก็จะไม่ได้”

“ถ้าโควิดเลิกระบาด ปฏิบัติการกันต่อ ความจริงวันนี้คือวันดี คือวันครบรอบ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นตำแหน่งนายกฯ และอยู่ได้ 47 วัน อยากฝากประยุทธ์ คุณก็น่าจะอยู่ไม่เกิน 47 วัน ขอให้ดูถูก กล่าวหาประชาชนเอาไว้ให้มากๆ แล้วจะรู้ว่า นรกมีจริง เราจำเป็นต้องยุติ จะกลับมาหลังสงกรานต์ เป็นวันไหน เราจะแถลงให้ทราบต่อไป เราต้องสร้างความชอบธรรม ถ้าฝืนกระแสสังคม จะกลายเป็นไม่ชอบธรรม เราจึงต้องแสดงความชอบธรรม คนไม่ชอบธรรมคือ พล.อ.ประยุทธ์ วันไหนพร้อมทั้งแผ่นดิน วันนั้นประยุทธ์เจอของจริงแน่นอน” นายจตุพรกล่าว

จากนั้น เวลา 17.50 น. ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ส่วนด้านหลังเวทีปราศรัยได้มีการแจกอาหาร โดยผู้ร่วมชุมนุมที่มาจาก จ.สระบุรี โดยมีผู้ต่อแถวรอคิวเพื่อรับอาหารที่นำมาแจกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ฝนเทลงมาอย่างหนัก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทวงพระพุทธรูปโบราณมูลค่าเฉียด 20 ล.สำเร็จ หลัง ‘สถานกงสุลใหญ่ไทย’ จับมือสำนักอัยการเขตนิวยอร์ก ทุ่มเทติดตามใกล้ชิด
บทความถัดไปEA ผนึก กฟน. – บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เปิดสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในห้าง