หน้าแรก การเมือง จากไต้หวันถึง...

จากไต้หวันถึงไทย-ผู้ว่ารฟม.สะท้อนบทเรียนโศกนาฎกรรมรถไฟ

9.04.21 | 14:44 น.
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2564 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงอุบัติเหตุรถไฟชนรถทัวร์ที่ไต้หวัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย ว่า ถือเป็นความสูญเสียที่ต้องแสดงความเสียใจ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรางรถไฟที่อยู่ในระดับเดียวกับถนน และมีจุดตัด โดยในส่วนของรฟม.เชื่อว่าไม่มีปัญหาดังกล่าวแน่นอน เพราะรางของเราใช้ระบบใต้ดิน หรือไม่ก็ลอยฟ้า
นายภคพงศ์​ ระบุว่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องกังวลคือตั้งแต่การก่อสร้าง เนื่องจากระบบทางส่วนใหญ่เป็นช่วงใต้ดิน ผ่านพื้นที่สำคัญหลายแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่อาศัยของประชาชน วัดวาอารามเก่าแก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อาคารอนุรักษ์ บางส่วนต้องลอดแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างในส่วนของสายสีม่วงใต้ ก็ขุดอุโมงค์ผ่านวงเวียนใหญ่ และอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน โดยน่าเป็นห่วงสิ่งก่อสร้างยุคก่อนพ.ศ. 2500 ที่เทคโนโลยีการก่อสร้างยังเป็นแบบเก่า เสาเข็มอาจจะไม่ลึกมาก ดังนั้นการก่อสร้างทั้งหมดต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้ ไม่ให้อาคารทรุดตัว และไม่ให้เกิดผลกระทบ จึงจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่ดี เพราะเรากำลังสร้างโครงสร้างขนาดตึก 10 ชั้น แต่ลึกลงไปใต้ดินที่ต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด
ผู้ว่าฯรฟม. กล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องโครงการแล้ว ระบบภายในไม่ว่าจะเป็นทางเข้า-ออก ของสถานีทั้ง 4 จุด การก่อสร้างบันไดเลื่อน บันไดคนเดินจากทางเข้าสถานีไปจนถึงงชานชลาก็ต้องสัมพันธ์กัน คิดคำนวณให้รองรับหากมีเหตุร้าย จำเป็นต้องอพยพผู้คน ต้องระบายคนออกไปอย่างไรให้ได้รวดเร็วและปลอดภัย ระบบอากาศภายในก็ต้องดูแลให้ดี ต้องมีระบบดูดอากาศดี ให้พื้นที่ภายในที่อยู่ต่ำกว่าพื้นที่กว่า 25 เมตรต้องมีอากาศที่บริสุทธิ์ แม้ภายนอกจะมีปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ก็ตาม ไม่เพียงแค่นั้นยังต้องดูแลเรื่องระบบเซฟตี้หรือรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ระบบไฟฟ้าในรางหากมีไฟดับ ไฟตก จะเข้ามาซ่อมแซม หรือลากรถที่มีปัญหาอย่างไร จะเข้าถึงภายในกี่นาที ระบบอากาศภายในรถเป็นอย่างไร หรือถึงขั้นร้ายแรงที่สุดต้องอพยพคนออกจากขบวนรถ จะตัดสัญญาณไฟฟ้าตามรางอย่างไร อพยพเดินเท้าไปในทิศทางไหน อากาศในอุโมงค์เป็นอย่างไร ทั้งหมดต้องพิจารณาทั้งหมด เพราะสิ่งก่อสร้างนี้ถือเป็นการก่อสร้างถาวร และยังเป็นบริการสาธารณะที่ต้องดูแลบริการประชาชน ซึ่งต้องมองที่ความปลอดภัยเป็นหลัก
“แน่นอนว่าระบบที่ดีเหล่านี้ก็จะมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงมากขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดีกว่าระบบที่ไม่พร้อมแล้วก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เอกชนที่จะมาประมูลงานต้องมีข้อมูลและแผนงานรองรับเรื่องพวกนี้ไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้การยื่นประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม อยู่ระหว่างนัดประชุมคณะกรรมการตามมาตรา 36 ซึ่งต้องการจะเปิดขายซองให้ได้ภายในเดือนเม.ย.นี้ แต่ก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขของโรคระบาดโควิดด้วย