ทั้งๆที่การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2564 พรรคพลังประชารัฐจะมาถึงในวันที่ 18 เมษายน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เหตุใด ความอึกทึกในเรื่องตำแหน่ง ”เลขาธิการพรรค” จึงเงียบ
คล้ายกับไม่ว่าการเคลื่อนไหวจาก ”กลุ่ม 4 ว.” จะสงบ คล้ายกับ ไม่ว่าการเคลื่อนไหวจาก ”กลุ่ม 4 ช.” จะสงบ
เป็นความสงบอันบ่งบอกว่าการเจรจาระหว่างระหว่าง ”กลุ่ม 4 ว.” กับ “กลุ่ม 4 ช.” จะสามารถตกลงกันได้โดยราบรื่น หรือว่าจะมีปัจจัยอื่นใดในทางการเมืองมาแทรกซ้อน
หากดูจากแถลงจากศาลรัฐธรรมนูญว่าจะพิจารณาที่พรรคฝ่าย ค้านเสนอให้วินิจฉัยการดำรงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็พอจะเป็นคำตอบได้ในระดับหนึ่ง
ในเมื่อสถานะของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในตำแหน่งรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังมีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่ กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็จำเป็นต้องสงบและรอคอย
รอคอย ”คำวินิจฉัย” ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่จะมาถึง
ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้การรุกและการรับระหว่าง ”กลุ่ม 4 ช.” กับ “กลุ่ม 4 ว.” ต้องสงบลงชั่วคราว
หากศึกษาความเป็นมาของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งภายในพรรคของพรรคพลังประชารัฐก็จะประจักษ์ว่ามีความสัมพันธ์กับตำแหน่ง ในครม.อย่างแนบแน่น
เมื่อ นายอุตตม สาวนายน พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค
ในที่สุด นายอุตตม สาวนายน ก็จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ก็จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
การรุกไล่ นายอนุชา นาคาศัย ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคจึงมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในครม.อย่างมิอาจปัดปฏิเสธได้ อย่างเด่นชัด
ปัจจัยที่ยังไม่มีความแน่นอนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในสถานะรัฐมนตรีจึงทำให้ทุกอย่างต้องชะงักลงชั่วคราว
เป็นอันคาดหมายได้ว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 18 เมษายน จะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อใดที่ผลคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญออกมาในเดือนพฤษภาคม
เดือนพฤษภาคมจึงจะเป็นเดือนแห่งความร้อนแรงอีกครั้งภายในพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เมื่อสถานะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความเด่นชัดแน่นอน

