‘วิโรจน์’ แนะเร่งหายายี่ห้ออื่น หวั่นซิโนแวค เป็นวัคซีนคนละครึ่ง ได้ผลครึ่ง ไม่ได้ผลครึ่ง

11.04.21 | 11:29 น.

‘วิโรจน์’ แนะ ‘เสี่ยหนู’ ยอมรับผิดบริหารพลาด หลังอภิปรายฯ เตือนไปแล้วไม่ฟัง หวั่น ซิโนแวค เป็น ‘วัคซีนคนละครึ่ง’ ได้ผลครึ่ง ไม่ได้ผลครึ่ง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีนล็อตล่าสุด 1 ล้านโดส เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้ว และจะเร่งแจกจ่ายให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด ว่า นายอนุทินรู้อยู่แก่ใจว่าการระบาดระลอกที่ 3 เป็นการระบาดของเชื้อสายพันธุ์ บี 117 ซึ่งมีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า วัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ บี 117 เพียง 50% ซึ่งถือว่าต่ำมาก แต่ก็ยังจะฉีดวัคซีนเหล่านี้ให้กับประชาชน ทั้งที่ภารกิจที่รัฐบาลควรทำอย่างเร่งด่วนคือ การแสวงหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพกว่านี้มาให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ความคิดเห็นของ พญ.ขวัญปีใหม่ พะนอจันทร์ แพทย์โรงพยาบาลชื่อดังย่านทองหล่อ ซึ่งกำลังรับมือกับผู้ป่วยโควิดจำนวนมากจากการระบาดรอบล่าสุด โพสต์ข้อความในกลุ่มเฟซบุ๊ก “เรียนรู้ สู้กับโควิด” ถึงประเด็นวัคซีนซิโนแวค โดยพญ.ขวัญปีใหม่ แนะนำว่าแม้การฉีดวัคซีนซิโนแวคจะดีกว่าการไม่มีวัคซีนเลย แต่ในฐานะแพทย์ อยากเห็นรัฐบาลเร่งนำเข้าวัคซีนประเภท mRNA เช่นของโมเดอร์นากับไฟเซอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ บี 117 เพราะมีตัวอย่างของหลายประเทศที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว แต่ก็ยังเจอการระบาดซ้ำจากเชื้อกลายพันธุ์ โดยเฉพาะชิลี ถึงแม้จะฉีดวัคซีนครอบคลุม 37% ของประชากร มากเป็นอันดับสองของโลกรองจากอิสราเอล โดย 93% ของวัคซีนที่ฉีดเป็นซิโนแวค แต่ก็ยังไม่พบว่าการระบาดลดลงเลย ในทางตรงข้ามกลับพบผู้ติดเชื้อสูงขึ้นเรื่อยๆ

“ข้อสังเกตของคุณหมอขวัญปีใหม่ เป็นประเด็นที่สำคัญกับชีวิต และปากท้องของพี่น้องประชาชนอย่างมาก ซึ่งคุณอนุทิน ต้องใส่ใจ และต้องหาคำตอบให้พี่น้องประชาชนอย่างเร็วที่สุด ว่าเป็นวัคซีนที่ประชาชนจะฝากความหวังเอาไว้ได้มากขนาดไหน จะแก้ปัญหาได้จริงไหม หรือเป็นแค่วัคซีนแก้เขิน แก้ขัด หรือเป็น “วัคซีนคนละครึ่ง” ที่ฉีดไปแล้วครึ่งหนึ่งได้ผล อีกครึ่งหนึ่งไม่ได้ผล ตามที่ผมได้เคยเปรียบเปรยเอาไว้ เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อครั้งที่ผ่านมา

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ทุกๆปัญหาที่ตนได้เตือนเอาไว้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกี่ยวกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการไม่กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน ทยอยเกิดขึ้นจริงๆ ประชาชน 67 ล้านคน ที่เดือดร้อนตกทุกข์ได้ยาก ถามจริงๆ ว่านายอนุทิน จะไปกราบอกขอโทษทุกคนไหวหรือ ยอมรับเถอะว่ารัฐบาลนี้ บริหารจัดการวัคซีนได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป ไม่ใช่เอาแต่จะเถียงเพื่อเอาตัวรอด เอาแต่จะแถเพื่อปฏิเสธความรับผิดชอบ แล้วปล่อยให้ประชาชนรับกับวิบากของมันตามลำพังแบบนี้ ตราบใดที่ไม่ยอมรับ การแก้ไขก็ไม่มีวันเกิด ยอมรับ แล้วกลับเนื้อกลับตัวในตอนนี้ยังทัน ยอมรับแล้วแก้ไข ยังพอไหว ชีวิต และปากท้องของประชาชนสำคัญกว่าหน้าตาของนายอนุทินเยอะ