ปมอันจะกลายเป็นปัญหา อันจะกลายเป็นประเด็น กระแทกเข้าใส่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างหนักในห้วงแห่งเทศกาลสงกรานต์
คือปัญหาอันเกี่ยวกับ “ความน่าเชื่อถือ”
ปมนี้เกิดขึ้นและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า “ไฟลามทุ่ง” เมื่อเกิด “คลัสเตอร์” ไวรัสโควิด-19 ขึ้นในสถานบันเทิงย่านทองหล่อ
นำไปสู่การต่อรองอันแหลมคมยิ่ง
ระหว่างข้อมูลอันมาจากทางด้าน “รัฐบาล” อย่างเช่น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กับข้อมูลทางด้านอื่นอย่างเช่น นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
สังคมให้ “ความเชื่อถือ” ของใครมากกว่ากัน
สภาพการณ์ที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ย่อมมีผลสะเทือนไปถึงสภาพการณ์ที่รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องประสบอย่างแน่นอน
เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือแม่ทัพในการต่อสู้ “โควิด”
สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็น “แม่ทัพ” ในการต่อสู้กับโควิดนี้ไม่แตกต่างไปจากสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งหัวหน้า “ทีมเศรษฐกิจ”
ถามว่าสังคมให้ “ความเชื่อถือ” หรือไม่
หากเทียบกับความเชื่อถือต่อนักเศรษฐศาสตร์อย่าง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หากเทียบกับความเชื่อถือต่อนักการตลาดอย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
คำตอบก็รู้กันอยู่ว่าจะออกมาแบบไหน
ยิ่งปัจจุบัน ความรับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจอยู่ในมือของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ
ยิ่งทำให้คะแนนและความนิยมตกต่ำ
ที่น่าหวาดเสียวก็คือ ความเชื่อมั่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการเป็น “แม่ทัพ” ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างไร
เหมือนสถานะหัวหน้า “ทีมเศรษฐกิจ” หรือไม่
อย่าได้แปลกใจหากพลันที่เกิดกรณีคริสตัล คลับ ประสานกับเอมเมอรัลด์ คลับ ขึ้นและโยงไปยังข่าวลือที่ว่ามีรัฐมนตรีและคนสำคัญจากรัฐบาลชมชอบไปใช้บริการ
การออกโรงของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จึงคึกคักเป็นอย่างมาก
ไม่เพียงแต่สามารถเปิดแถลงข่าวในลักษณะ “เพรส คอนเฟอเรนซ์” ได้อย่างชนิดมีไมค์วางพรึบอยู่เบื้องหน้าในฐานะเป็น “เกจิ” ทางด้านสถานบันเทิง
จากนั้น ก็ให้สัมภาษณ์ทั้ง หนังสือพิมพ์ ทีวีและออนไลน์
การที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สามารถสถาปนาทั้ง “คริสตัล” และ “เอมเมอรัลด์” ให้ทะยานขึ้นมาอยู่ในสถานะ “ไทยคู่ฟ้า คลับ”
นั่นย่อมเป็น “ดัชนี” ชี้วัด “ความน่าเชื่อถือ”
เป็นความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่าการเคลื่อนไหวของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นความน่าเชื่อถือที่ยึดครองพื้นที่สื่อ พื้นที่ข่าวสาร
ในที่สุด ก็เหนือกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สถานการณ์ “ความน่าเชื่อถือ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากหลังรัฐประหาร กับหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ระลอกที่ 3
จึงดำเนินไปตาม “พลวัต”
เป็นพลวัตเหมือนกับที่เคยประกาศตนเป็นหัวหน้า “ทีมเศรษฐกิจ” เป็นพลวัตทั้งๆ ที่ดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “แม่ทัพ” ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด
ทั้งหมดนี้ดำเนินไปตามกฎแห่ง “อนิจจัง”

