ถ้าคนที่ฟังมีหัวใจ ‘ทราย’ เผย ช่วยแม่ราษฎร เพราะทิ้งน้องไม่ได้ เคยคิด ‘ทำไปเพื่ออะไร’ นึกถึงคำไผ่ ‘เกิดเป็นคนก็ต้องสู้’ ยัน สิทธิประกันตัว ไม่ควรต้องร้องขอ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 เมษายน กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” 112 นาที เป็นวันที่ 20 ซึ่งนับเป็นวันแรกที่ “คณะราษมัม” มารดาและญาติของแกนนำราษฏร ผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา 112 มาร่วมยืนเรียกร้องสิทธิประกันตัวชั่วคราว ด้วยนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ มีผู้ทยอยเดินทางมาร่วมทำกิจกรรม ตั้งแต่ 17.30 – 19.22 น. รวมกว่า 175 คน นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือ น้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อปี 2553 โดย “คณะราษมัม” ร่วมยืนเพื่อยืนยันสิทธิในการปล่อยตัวชั่วคราว นำโดย นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของ นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน, นางสุริยา สิทธิจิรวัฒนกุล มารดาของ น.ส.ปนัสยา หรือ รุ้ง, นางมาลัย นำภา มารดาของ นายอานนท์, มารดาของ นายภาณุพงศ์ จาด นอก หรือ ไมค์ ระยอง, นางอรวรรณ แก้ววิบูลย์พันธุ์ มารดาของ นายไชยอมร หรือ แอมมี่ เดอะบอททอม บลูส์ และนางณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน พยาบาลอาสา เพื่อนของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข มาพร้อมกับครอบครัว โดยคณะราษมัม ต่างกอดภาพของบุตรของตนเองไว้แนบอก

ทั้งนี้ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย นักร้อง นักแสดง และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ฉายาแม่ยกแห่งชาติ ก็ได้เดินทางมาอำนวยความสะดวกให้คณะราษมัม อีกด้วย
น.ส.อินทิราเปิดเผยว่า ตอนนี้มีถ่ายซีรีส์อยู่ แต่ซีรีส์ก็ต้องงดไปตามข้อปฏิบัติ วันนี้ (11 เม.ย.) คณะแม่ๆ มาร่วมด้วย บอกตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วว่าจะมา เราก็เลยจัดให้ มาช่วยดู ตอนนี้ยังทำงานปกติ มีกอง หลักๆ เป็นงานซีรีส์ แต่ช่วงนี้ที่หยุดเพราะโควิด ในกองมีน้องที่อยู่ในกลุ่มสุ่มเสี่ยง ทางกองก็งดถ่ายไปก่อน
เมื่อถามว่า เหมือนทรายเป็นคุณแม่ของน้องๆ ในการต่อสู้ ?
น.ส.อินทิรากล่าวว่า ประมาณนั้น (หัวเราะ) น้องก็เรียกแม่หมดแล้ว อยู่ๆ มีลูกทีละ 30-40 คน ก็โอเคอยู่ วันนี้ที่มา นอกจากคณะแม่ๆ แล้ว ก็ยังมีตัวแทนจากของหมู่บ้านทะลุฟ้า มาด้วย
เมื่อถามว่า เหนื่อยหรือไม่ ?
น.ส.อินทิราเปิดเผยว่า คิดว่าแม่ๆ และน้องๆ อีกหลายคนเหนื่อยกว่าเรา หนักกว่าเรา หมายถึงทั้งทางอารมณ์ด้วย ทั้งอะไรหลายๆ อย่าง สิ่งที่เรารู้สึก แป๊บๆ เดี๋ยวก็หาย แต่ว่าหันมาเห็น มีคนที่เหนื่อยกว่า ที่เจ็บกว่า แต่เขาก็ยังสู้อยู่
“การทำงานของทราย จับฉ่าย หลายคนบอก ก็มีเงินกองทุนประกันตัวอยู่แล้ว ซึ่งตรงนั้นเขาก็จะทำต่างหาก ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็จะเป็นตัวแทนทำในเรื่องของกฎหมาย ส่วนการประกันตัว ก็จะเป็นเรื่องของกองทุนประกันตัว แต่ทรายจะเป็นพวกจุกจิก อย่างวันนี้ แม่ๆ มาร่วม เราก็จัดรถให้ พวกป้ายต่างๆ ที่แม่ๆ ถือ ‘ปล่อยลูกเรา ก็จะเป็นเราทำให้ เป็นงานอะไรแบบนี้มากกว่า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือแยกส่วนอะไรได้ เพราะเราก็ไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรบ้าง ก็ค่อนข้างจิปาถะมากกว่า” น.ส.อินทิรากล่าว และว่า
“เราทิ้งน้องๆ ไม่ได้ ต้องมาด้วยกัน แม่น้องมาก็มากับแม่ น้องมาก็มากับน้อง ช่วงไหนที่หายไปก็คือไปกอง ไม่ได้หายไปไหน ไปทำงานทำการ แต่ช่วงไหนว่างก็มา ช่วงนี้ถือว่าอยู่ในส่วนกระบวนการศาล ก็จะเป็นทนาย คุณแม่ และครอบครัว ที่ไปดู แต่หลังบ้าน ทรายก็คอยดูแล ช่วยจัดการกันตลอด คอยหารถรับส่งให้” น.ส.อินทิรากล่าว
ที่ผ่านมา ทรายมักจะถูกโจมตี เคยคิดมาก่อนหรือไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้น ?
น.ส.อินทิรากล่าวว่า เป็นเป้าๆ (หัวเราะ) ก็ทำใจ ก่อนหน้านี้ ตอนเป็นนักแสดงอย่างเดียว แค่เราแชร์ข่าวกิจกรรมทางการเมือง หรือมีแนวคิดทางการเมือง เรายังโดนแซะ เรื่องฟ้องร้องก็ทำมาก่อนที่จะมีม็อบด้วยซ้ำ เราก็ยังโดนคนแซะ คือ แซะจนต้องฟ้อง คิดดูแล้วกัน ด่ากันยันพ่อยันแม่ ก็มีมาตลอด คือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบใจ แต่เข้าใจได้ว่ามันต้องมี มันมาคู่กับคนทำงาน คนทำงาน อย่างไรก็โดน ถ้าจะไม่โดน ต้องไม่ทำ ถ้าทำอย่างไรก็มี ก็ต้องทำใจ
รู้สึกนอยด์ หรือดาวน์บ้างหรือไม่ ?
น.ส.อินทิรากล่าวว่า มี มีบางวันที่แบบ ‘จะทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร’ อย่างน้องที่เดินผ่านคนนี้ เป็นแฟนไผ่ ดาวดิน เรียนอยู่ มีงานทำปกติ ถามว่าไม่ต้องมาทำไหม เราเห็นแล้วก็แบบ (ถอนหายใจ) มันมีคนมากมายในขบวนการ ที่เขาก็เหนื่อย แล้วเขาก็เจ็บ แต่เขาก็ยังสู้กันต่อ เราถึงบอกว่า เรื่องโดนด่าแค่แป๊บๆ แล้วเดี๋ยวก็ออกมาทำกันใหม่
“นั่นแหละ ถ้าไม่อยากโดนด่า ก็ต้องไม่ทำ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เราตั้งใจที่จะทำ เพราะรู้สึกว่า สิ่งที่เราทำ ถ้ามันจะมีประโยชน์บ้าง ถ้ามันจะช่วยให้การออกมาเรียกร้องชัดเจนขึ้น ง่ายขึ้น ทำได้มากขึ้น เราก็ยินดีที่จะทำ ไม่ใช่เรื่องมากมายอะไรเลย ทรายเชื่อว่าหลายๆ คนที่ร่วมกับเราที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นค่าขนมหมิม แมวของเรา หรืออะไรใดใดก็ตาม บางทีเขาอาจไม่สะดวกที่จะออกมาทำเอง แต่เขาก็เห็นว่าเราทำอะไรบ้าง
มีหลายคนมากที่บอกว่า ‘พี่ วันนี้หนูเพิ่งจองล็อกขายของได้ เนี่ย หนูให้พี่ 89 บาท’ ซึ่งเราแบบ เขาไม่ให้ก็ได้ หรือเขาให้ใครก็ได้ แต่เขาเชื่อว่าเราจะเอาไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ เขาไว้ใจเราขนาดนั้น มันเป็นเรื่องอะไรแบบนี้มากกว่า ยิ่งเราทำงานเดินทะลุฟ้า มีหลายครั้งที่เดินๆ อยู่ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบอกว่า ‘เนี่ย ผมได้คนแรกของวันนี้เลย ผมเอาตังค์ให้พี่’ ‘เนี่ยเดี๋ยวทรายเอาไปซื้อน้ำให้น้องเลย ซื้อเกลือแร่ให้’ มันคืออะไรแบบนี้ มันไม่ใช่การจัดตั้ง เอาจริงๆ ไม่มีใครรวยเพราะอะไรแบบนี้ ไม่มีใครรู้สึกว่าทำแล้วเป็นการขายของ ได้กำไร มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะเราก็เหนื่อยด้วย ได้คดีด้วย ได้ทุกอย่าง (หัวเราะ) ได้โดนด่าด้วย แต่ก็รู้สึกว่า มากันขนาดนี้แล้ว ต่อให้ไม่มีอะไรเลย เราก็ยังต้องทำกันต่อ
มันก็คงเหมือนที่ไผ่พูดตอนที่เดินมาถึงกรุงเทพฯ ว่าคนน้อยเราก็สู้ คนเยอะเราก็สู้ เกิดเป็นคนแล้วเราก็ต้องสู้” น.ส.อินทิรากล่าว

เมื่อถามว่า ทุกการต่อสู้มีราคาที่ต้องจ่าย แต่ในเมื่อจ่ายไปแล้ว เราอยากได้อะไรกลับมา ?
น.ส.อินทิราเปิดเผยว่า อย่างที่ออกมายืนกันนี้ เรากำลังเรียกร้องสิ่งที่คดีอื่นๆ เขาได้กันหมด จริงๆ
“เราไม่ควรจะต้องออกมาขอด้วยซ้ำ สิทธิประกันตัว อย่างเนี่ย เราไม่ได้ขอให้น้องออกมาแล้วล้างคดี ไม่ใช่ แค่ให้ประกันแล้วออกมาสู้ คดีอื่นๆ คดีทางการเมืองในเชิงอย่างนี้ก็เคยมีตัวอย่างมาแล้ว แล้วก็ได้ประกันออกมาสู้กันตามสิทธิที่เขาควรจะได้ นี่เรากำลังขอในสิ่งที่เราควรจะได้อยู่แล้ว มีแม่หลายๆ คน อย่างแม่ไมค์ ล่าสุดที่ไปศาล จะเจอลูกก็ยังไม่ได้ ซึ่งแม่ไมค์เป็นคนร่าเริงมาก คอยเป็นกำลังใจ (Cheer up) ให้พวกเราตลอด จนวันหนึ่ง น้องเองก็ยังไม่ไหว แม่ถึงกับบอกว่า ทำไมเขาต้องทำกับเราเหมือนหมา มาขอเจอลูก ไม่ได้ขนาดนั้นเลยหรอ เราว่าคนที่ฟังแล้วมีหัวใจสักนิด ก็ต้องรู้สึกไหมว่า อันนี้มันเกินไป มันเกินไปมากๆ
สิ่งที่คนเหล่านี้ทำ คือมายืนเฉยๆ เพื่อขอในสิ่งที่น้อง หรือใครก็ตามที่โดนคดีควรจะได้อยู่แล้ว และใครจะรู้ว่าวันหนึ่งอาจจะเป็นคุณก็ได้ หรือตัวทรายเอง ทรายก็ยังมีคดีอยู่ เรื่องยังมาไม่ถึง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมาไม่ถึง
ถามว่าทำไมทรายถึงโดน ทรายแค่ไปส่งข้าว ทรายก็โดน คนที่ขับรถไปส่งน้ำ ขับรถปิคอัพ ก็โดนตามไปถึงบ้าน เราทำอะไรร้ายแรงขนาดนั้นจริงๆ หรอ ถึงขึ้นไม่ได้สิทธิที่เราพึงจะได้ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งทรายว่า ที่เราออกมาเรียกร้องนั่นคือสิ่งที่เราอยากได้ แค่นั้นเอง ความเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องว่ากันไป ตกลงกันไป อันไหนดี ไม่ดี ก็ต้องโหวตกันต่อไป ตราบใดที่ยังไม่มีเสรีภาพ แค่จะออกมาต่อสู้กันในระดับเสมอกัน ก็ไปไหนต่อไม่ได้” น.ส.อินทิรากล่าว และว่า
เราเป็นประชาชน เราควรจะมีสิทธิเรียกร้อง มีสิทธิชอบ หรือไม่ชอบ โดยที่ไม่ต้องร้องขอ สิทธิพื้นฐานเราพึงได้ด้วยซ้ำ เรื่องที่นอกเหนือไปจากนั้นคือเรื่องจัดการปลีกย่อย เพราะทุกคนแบบ ‘โอ้โห แสกนดิเนเวีย คุณภาพชีวิตดีจัง’ แต่เรามีได้นะ ยิ่งทรายไปออกต่างจังหวัด ประเทศไทยคืออุดมสมบูรณ์มากๆ มีทรัพยากรต่างๆ เพียงแต่ว่า ประชาชนไม่เคยได้มีส่วนร่วมในการจัดการอะไรแบบนี้เลย ทั้งที่มันเป็นบ้านเขา เขาอยู่กันมา ไม่เคยมีใครได้จัดการ ทั้งเหมือง ทั้งทะเล ภูเขา ป่าไม้ ทุกที่ ไม่เคยมีใครได้มีส่วนร่วมอะไรเลย ทุกคนเหมือนต้องนั่งรอ เขาจัดการอะไรมาให้ก็ต้องยอมไปตามนั้น ซึ่งทรายรู้สึกว่า เราควรจะมีชีวิตแบบนี้จริงๆ หรือ ในขณะที่ทุกคนก็รู้ว่า ไปประเทศนั้นก็ดี ประเทศนี้ก็ดี แต่จ่ายภาษีแพง ซึ่งเราก็ไม่ได้จ่ายถูกนะ เราไม่ได้จ่ายน้อยไปกว่าใคร ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราแล้ว ปัญหาอยู่ที่การจัดการ ซึ่งเราไม่เคยได้มีส่วนร่วมกัน แล้วทำไมเวลาเราอยากมีส่วนร่วม เราขอมีส่วนร่วม เราถึงโดนกีดกัน แล้วเราก็โดนอย่างนี้ (หันไปมองคณะราษมัมที่ยืนกอดภาพลูก)


