หน้าแรก การเมือง ปชป.เปิดเนื้อ...

ปชป.เปิดเนื้อร่างแก้ รธน. 6 ฉบับ ขอคืนระบบเลือกตั้งปี 50 เตรียมเสนอ 2 พรรคร่วมพิจารณาอีกครั้ง

15.04.21 | 12:50 น.

ปชป.เปิดเนื้อร่างแก้ รธน. 6 ฉบับ ขอคืนระบบเลือกตั้งปี 50 เตรียมเสนอ 2 พรรคร่วม ภท.-ชทพ.ร่วมพิจารณาอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงเนื้อหาของประเด็นที่จะเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ ในส่วนของพรรค ปชป.ที่จะได้นำเสนอพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ว่า เนื้อหาเบื้องต้นที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมเสนอให้อีก 2 พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาคือ 1.ประเด็นแก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภคและสิทธิชุมชน ประเด็นที่ 2 คือเรื่องการระบบเลือกตั้ง โดยเนื้อหาจะยึดการเลือกตั้งที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 คือให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เลือกตั้งโดยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

นายราเมศกล่าวต่อว่า สำหรับ ประเด็นที่ 3 เกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมตรี จะเสนอแก้ไข 3 มาตรา ได้แก่ มาตรา 88 ว่าด้วยให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เกิน 3 รายชื่อ โดยจะตัดวรรคสองที่ระบุว่า พรรคการเมืองจะไม่เสนอรายชื่อบุคคลดังกล่าวก็ได้ออก เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองต้องเสนอบัญชีนายกรัฐมนตรี ให้ประชาชนได้พิจารณาในช่วงการแข่งขันเลือกตั้ง มาตรา 159 ว่าด้วยการพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จะเพิ่มเนื้อหาให้บุคคลที่เสนอชื่อให้สภา​ ลงมติเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.​ และตัดมาตรา 272 ที่ให้อำนาจวุฒิสมาชิกร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี

นายราเมศกล่าวว่า ประเด็นที่ 4 การแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะใช้เนื้อหาที่รัฐสภาผ่านวาระสอง ที่กำหนดให้ใช้เสียงรับหลักการ ไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 และตัดส่วนของเสียง ส.ว. จำนวน 1 ใน 3 ออก ประเด็นที่ 5 คือการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเสนอแก้ 2 มาตรา คือ มาตรา 236 และมาตรา 237 ที่กำหนดให้ประธานรัฐสภา

“เมื่อรับเรื่องจาก ส.ส.และ ส.ว. หรือสมาชิกรัฐสภา จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 แล้ว ต้องพิจารณาว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำตามที่ถูกกล่าวหารือไม่ ก่อนจะเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ โดยจะปรับบทบาทของประธานรัฐสภาเป็นเพียงคนกลางที่ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา แทนการพิจารณา

Advertisement

“ประเด็นดังกล่าวกังวลว่าอาจเกิดความไม่ถ่วงดุลเกิดขึ้น เพราะหากมีนักการเมืองที่ต้องการใช้ประเด็นดังกล่าวต่อรองเรื่องคดีความ อาจยื่นเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาได้ และหากประธานรัฐสภาไม่ใช่นายชวน หลีกภัย อาจเกิดกรณีต่อรองคดีขึ้นได้” นายราเมศกล่าว

นายราเมศกล่าวอีกว่า สำหรับ ประเด็นที่ 6 มาตราว่าด้วยการกระจายอำนาจ ซึ่งนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ได้ยกร่างแก้ไข โดยมีเนื้อหาที่ขอให้เพิ่มเติม 2 มาตรา และปรับแก้ไข มาตรา 249-254 โดยมีสาระสำคัญเพื่อให้ความสำคัญกับท้องถิ่น การกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งตรงของประชาชน เพื่อคืนอำนาจให้กับท้องถิ่น

นายราเมศกล่าวว่า ตัวร่างทั้ง 6 ฉบับนั้น จะให้ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลที่ตกลงจะยื่นญัตติร่วมกันพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมหรือปรับปรุงหรือไม่ โดยพรรค ปชป.จำเป็นต้องขอเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมเพื่อลงลายมือชื่อเสนอญัตติดังกล่าวไม่น้อยกว่า 100 ชื่อ ซึ่งในขณะนี้เสียงของพรรค ปชป.มี 51 ชื่อ