เหยี่ยวถลาลม : ผู้นำตัวเป็นๆ

22.04.21 | 12:54 น.

ถึงตอนนี้ไม่ต้องมี “ศบค.” มาแถลงทุกวันทุกคนก็เข้าใจได้ไม่ยากว่า “วิธีรับมือ” กับโควิด-19 เท่าที่มนุษยชาติพอจะทำได้ในเวลานี้คือ เร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” โดยเร็ว


แต่เกือบ 2 เดือนเข้าไปแล้ว ไทยฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ได้ 5 แสนกว่าโดส และเข็มที่ 2 ได้ 8 หมื่นกว่าโดส รวมเป็น 6 แสนโดส

ถ้าเป้าหมายจะต้องฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ให้กับประชาชนราว 50 ล้านคน เท่ากับว่าในวันนี้ประเทศไทยยัง “อยู่ห่างไกลจากเส้นชัย 99%”

คำถามก็คือในสมรภูมินี้ใครเป็นผู้นำทัพ ใครนั่งหัวโต๊ะคุยนักคุยหนาให้ผู้อื่น “จงฟังข้า” แล้วเดินตามมา

Advertisement

“ผู้นำ” ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ประเมินสถานการณ์และวางแผนผิดพลาด หากเป็นยุทธการทางทหาร ยังไม่ทันรบก็จะพบกับความหายนะ

แต่แม่ทัพที่นำไพร่พลไปตายนั้นความเสียหายยัง “จำกัด” อยู่แค่ในหน่วยรบ

การบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐบาลจะทำความเสียหายหนักกว่าหลายเท่า!

เคยมีผู้ปรารถนาดีมากมายแนะนำให้ “เปิดกว้าง” ในการจัดซื้อวัคซีนหลากหลาย แต่รัฐบาลนี้ยืนยัน AstraZeneca สถานเดียวมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ในเฟซบุ๊ก “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ให้ข้อมูลน่าสนใจดังนี้…

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เหตุผลว่า “AstraZeneca มีความพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนตามกำหนด สอดคล้องกับเวลาที่เราต้องการ”

เวลาที่รัฐบาลต้องการคืออย่างไร

ในเอกสารกรมควบคุมโรค ที่ใช้ชี้แจงกรรมาธิการเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2563 ระบุไทม์ไลน์ฉีดวัคซีนเอาไว้ว่า ประเทศ ไทยจะฉีดวัคซีนได้ประมาณ 50% ของจำนวนประชากรภายในปี 2566

แผนเดิมคืออีก 3 ปี

เมื่อถูกเปิดแผลแห่งความผิดพลาด รัฐบาลก็ประกาศเมื่อ 5 ม.ค. 2564 ว่าจะฉีดวัคซีนให้ได้ 50% ของจำนวนประชากรภายในสิ้นปี 2564

จึงมีคำถามว่า “จะเอาวัคซีนมาจากที่ไหน” เพราะไม่ได้เป็นตามแผนที่ตกลงกับ AstraZeneca

“ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ถึงกับไปไม่เป็น

การอ่านโพยจึงออกมาว่า สปุด สปุ๊ดดี้กวี คอนวีนีเซีย แอสไฟว์ แอนด์ แอนด์ คัฟเวอร์ แอนด์ คัฟ แอสไฟว์ แอนด์ โคหวิด แอนด์ แคสซิโนไบโอโรจิกซิโนฟาม โควัคซีน บารัด ไบโอแทค ไบโอเทคหรือ ไฟเซอร์

นี่ไม่ใช่อำกันขำๆ ทั่นคือผู้นำตัวเป็นๆ !?!!!