หน้าแรก การเมือง 40ซีอีโอออกโร...

40ซีอีโอออกโรงดันแผนวัคซีน – ททท.ยันเปิดรับทัวร์ริสต์ 1 ก.ค. – ชงร่างงบปี65 เข้าครม.พ.ค.

21.04.21 | 08:41 น.

40ซีอีโอออกโรงดันแผนวัคซีน ตั้ง4ทีมช่วย ฉีด70%ทั่วไทย ททท.ยันแผนเดิมเปิดประเทศรับทัวร์ริสต์ 1 ก.ค. ชงร่างงบปี65 เข้าครม.พ.ค.

เมื่อวันที่ 21 เมษายน กรณีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก3 ทำให้ภาครัฐบาลเร่งหามาตรการเยียวยาช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 20 เมษายน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจเพื่อหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคธุรกิจและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)


นายสุพัฒนพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต จะดำเนินการตามแผนเดิม คือวันที่ 1 กรกฎาคม 64 เนื่องจากความต้องการท่องเที่ยวยังไม่ลดลง โดยจะเน้นการท่องเที่ยวจากประเทศระยะไกล และเชื่อว่าการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกนี้ไม่ส่งผลต่อนักท่องเที่ยว เพราะจากมาตรการของรัฐบาล รวมถึงการดูแลสุขภาพของประชาชนจะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ และระบบสาธารณสุขของไทยได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

เล็งดึงเงินฝาก6แสนล.-ไม่กู้เพิ่ม
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า ยืนยันเดินหน้าโครงการช่วยเหลือประชาชนในแพคเกจเดิม อาทิ โครงการเราชนะ คนละครึ่ง มาตรา 33 เรารักกัน หรือแม้แต่มาตรการใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นมา คือเราผูกพัน ที่จะช่วยเหลือข้าราชการ อีกทั้งเตรียมมาตรการดึงเงินฝากที่มีอยู่ 5-6 แสนล้านบาท ออกมาใช้จ่าย กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณา และคาดว่าปลายเดือนพฤษภาคมจะดำเนินการเรียบร้อย และประกาศใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมยืนยันรัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้ช่วยเหลืออย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่ม เพราะงบประมาณที่กู้ยังเพียงพอ และยังเดินหน้าดึงดูดนักลงทุน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดโดยช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นผล ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน

พิพัฒน์ถกผลกระทบเที่ยว23เม.ย.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศหยุดชะงักลงอีกครั้ง หลังจากเพิ่งเห็นการฟื้นตัวขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพียง 1 เดือนเท่านั้น หลังจากโควิดคลี่คลาย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้แรงมากกว่าเดิม เพื่อดึงบรรยากาศการเดินทางให้กลับมาอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นด้วย โดยจะใช้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทย คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ เป็นตัวเร่งให้เกิดการเดินทางเพิ่ม

Advertisement

แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องควบคุมการระบาดโควิดในประเทศให้ได้ก่อน หลังจากนั้นจึงจะเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวได้เต็มรูปแบบมากขึ้น กระทรวงฯ จะประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. วันที่ 23 เมษายนนี้ โดยที่ประชุมจะประเมินสถานการณ์ผลกระทบโควิดต่อภาคการท่องเที่ยว และวางแผนรับมือต่อไป อาทิ การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนวทางในการจัดงานแข่งขันกีฬาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงบีซีจีโมเดล ที่จะเน้นการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ นำการท่องเที่ยวไทยสู่การท่องเที่ยวมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน

ย้ำไทม์ไลน์รับต่างชาติ1ก.ค.
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับไทม์ไลน์ในการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แบบไม่กักตัว ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งจะเริ่มต้นที่ภูเก็ตโมเดลนั้น ขณะนี้ยังคงดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ แต่หัวใจสำคัญคือ การฉีดวัคซีนต้านไวรัสให้กับคนในภูเก็ตก่อน อย่างน้อย 70% ขึ้นไป โดยที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ทำแผนขอกันวัคซีนเพื่อฉีดให้คนภูเก็ต 9.5 แสนโดส ได้มาแล้ว 1 แสนโดส คาดว่าจะฉีดจนเกือบครบตามจำนวนที่ได้มาแล้ว เหลืออีก 8.5 แสนโดสที่ต้องขอให้รัฐบาลบริหารจัดการและอนุมัติให้ก่อน

ส่วนจะได้ตามจำนวนดังกล่าวทั้งหมด หรือทยอยมาก่อนนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข ว่าจะมีความเหมาะสมอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่า จำนวนวัคซีนที่ได้มานั้นมีไม่เพียงพอกับความต้องการจริง และหลายจังหวัดต้องการฉีดวัคซีนก่อน เพราะมีจำนวน ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก

ชงงบปี65เข้าครม.11พ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุม ครม. มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและเห็นชอบข้อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.การรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 สำนักงบประมาณได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 60 ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-7 เมษายน 2564 และทำหนังสือสอบถามความคิดเห็นไปยังหน่วยรับงบประมาณ ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปประกอบการวิเคราะห์ผลกระทบและการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565

2.ข้อเสนอ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 เป็นไปตามรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ครม.มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 มีโครงสร้างแตกต่างจาก พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 มีจำนวน 7 หมวด โดยในปีงบประมาณปี 2565 ได้เพิ่มหมวดหมู่กฎหมายจำนวน 2 หมวด ได้แก่ หมวด 8 งบประมาณ รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง และหมวด 9 งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย เนื่องจากมีการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2565

ทั้งนี้สำนักงบประมาณจะดำเนินการจัดพิมพ์ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 และเอกสารประกอบงบประมาณ เพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 11 พฤษภาคมและนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 27-28 พฤษภาคมต่อไป

40ซีอีโอจี้ฉีดวัคซีนคนไทย70%
ที่สำนักงานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยผลหารือการประชุมระหว่างหอการค้าไทยกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทใหญ่กว่า 40 บริษัทจากทุกกลุ่มธุรกิจของไทย อาทิ ไทยเบฟเวอเรจ ปูนซิเมนต์ไทย ทรู คอร์ปอเรชั่น สยามพิวรรธน์ ผ่านระบบประชุมทางไกล เมื่อคืนวันที่ 19 เมษายน ว่า เพื่อร่วมกันวางแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของภาคเอกชน แนวทางการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้เพียงพอ โดยหนึ่งในแนวโยบายหลักภารกิจ 99 วันแรกการทำงานในหอการค้า ต้องมีการ Connect the dots คือ ดึงความร่วมมือจากทุกฝ่าย ให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

โดยหอการค้าไทยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2564 ต้องบรรลุเป้าหมายการฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ 70% โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าของ กทม. ต้องได้รับการฉีดทั้งหมด 100% ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ส่วนการฉีดวัคซีนสำหรับประชาชนทั่วไปในกรุงเทพฯ ต้องให้ได้อย่างน้อย 50,000 โดสต่อวัน โดยภาคเอกชนจะเข้ามาเสริมการทำงานของภาครัฐเพื่อให้ได้เป้าหมายดังกล่าว

นายสนั่นกล่าวว่า หอการค้าไทยและเครือข่าย จะแบ่งงานออกเป็น 4 ทีม เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีน ได้แก่ TEAM A: Distribution and Logistics ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน ขณะนี้ได้มีการเตรียมและไปลงพื้นที่สำรวจกับ กทม. แล้วในระยะแรก จำนวน 10 พื้นที่ TEAM B: Communication ทีมการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและมาฉีดวัคซีนในสถานที่ที่พร้อม TEAM C: IT Operation ทีมเทคโนโลยีและระบบ การลงทะเบียน ขั้นตอนการฉีดรวดเร็ว ระบบการติดตามตัว ออกใบรับรองการฉีดวัคซีน และ TEAM D: Extra Vaccine procurement ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ร่วมกับภาครัฐและเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน เบื้องต้นประเมินว่าไทยยังต้องการวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมอีก 30 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศ