นั่งวีลแชร์-มาคู่จักรยาน ‘ยืน หยุด ขัง’ ศาลฎีกา คนร่วมร้อย-กระจายตัวอีกที่ อนุสาวรีย์ ปชต.

นั่งวีลแชร์ – มาคู่จักรยาน ‘ยืน หยุด ขัง’ ศาลฎีกา วันที่ 29 หมอทศพรมาด้วย คนร่วมร้อย – กระจายตัวอีกที่ อนุสาวรีย์ ปชต.

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 21 เมษายน ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” เป็นวันที่ 29 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังจากการทำกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งระบุว่าจะจัดขึ้นทุกวันจนกว่าเพื่อนจะได้รับอิสรภาพ โดยมีการปรับลดเวลาจากเดิม 112 นาที เหลือ 1 ชั่วโมง 12 นาทีตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน เป็นต้นมา

ผู้สื่อข่าวรายบรรยากาศโดยทั่วไป ในช่วงเริ่มต้น ยังคงมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อปี 2553 โดยมีการยืนเว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกราย ยืนภายในเส้นเหลืองที่กั้นไว้ ประมาณ 25 คน รวมถึงมีการวัดอุณหภูมิที่จุดพยาบาลและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ก่อนเข้าพื้นที่ทำกิจกรรม

อย่างไรก็ดี นอกพื้นที่เชือกกั้นซึ่งจำกัด 40 คน มีประชาชนที่มีความประสงค์เข้าร่วม แต่เกินจากลำดับ 40 ราย ได้พากันยืนนอกพื้นที่กั้น บนทางเท้าริมรั้วศาลฎีกา ทั้งฝั่งประตู 2 และ 3 แต่ยังคงยืนเว้นระยะห่าง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ ชาวหมู่บ้านทะลุฟ้า ประมาณ 10 ราย ได้เดินทางมาร่วม ยืน หยุด ขัง ที่หน้าศาลฎีกา ภายหลังจากสิ้นสุดกิจกรรม ยืน 112 นาที บริเวณสกายวอล์ก MBK สี่แยกปทุมวัน โดยห้อยป้ายข้อความ ปล่อยเพื่อนเรา เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ยกเลิก 112 และตั้งร้านค้าจำหน่ายเสื้อยืด ในบริเวณใกล้กัน, รวมถึงผู้พิการทางขา 1 นั่งราย นั่งวีลแชร์ มาพร้อมตัวแทนอีก 2 คน จากเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความ เท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) ทาใบหน้าและแขน ด้วยสีเทา เพื่อร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไปจนถึง นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ มาบริการเจลแอลกอฮอล์แก่ผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมเป่าเม้าท์ออร์แกน เพลงเพื่อมวลชน กล่อมนักกิจกรรม อีกด้วย

เวลา 17.45 น. ยอดนักกิจกรรม ฝั่งประตู 2 มีจำนวน 35 คน ฝั่งประตู 3 จำนวน 11 คน รวมนักกิจกรรมที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า ประมาณ 70 คน

สำหรับรูปแบบกิจกรรม ยังเป็นการตั้งแถวหน้าป้ายศาลฎีกาประตู 3 นำป้ายแขวนคอมีข้อความ ‘Free our friends’, ‘ปล่อยเพื่อนเรา’, ‘ปล่อยรุ้ง เพื่อนเรา’, ‘ปล่อยอานนท์ เพื่อนเรา’, ‘ปล่อยแอมมี่ เพื่อนเรา’, นักสู้ไม่ใช่นักโทษ บางรายถือภาพของกลุ่มต้องขัง ได้แก่ เพนกวิน หรือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์, แอมมี่ หรือ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ และ โตโต้ หรือ นายปิยรัฐ จงเทพ เป็นต้น

โดยด้านหน้าแถว มีการนำป้ายผ้าสีเขียวและสีแดงมาปูไว้ ให้ผู้ร่วมสมทบกิจกรรมได้ร่วมกันเขียนข้อความ อาทิ ปล่อยเพื่อนเรา, อดทนไว้นะเพื่อนเราจะกลับมา

นอกจากนี้ ยังมีป้ายข้อความเพิ่มเติม อาทิ “เลือกความสงบ จบที่ความยุติธรรม”, “ขอให้ทุกคนออกมาสู้ ในวันที่เพนกวิน และรุ้ง ยังมีชีวิตอยู่ 112 ไม่เป็นประชาธิปไตย ปล่อยเพื่อนเรา”

บรรยากาศเมื่อเวลา 18.15 น. มีประชาชนเดินทางมาสมทบอีก กว่า 16 รวม 86 คน โดยมีประชาชนที่ปั่นจักรยานออกกำลังกาย บริเวณท้องสนามหลวง มาร่วมยืนด้วย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 10 คน เฝ้าสังเกตุการณ์ บันทึกภาพ และรายงานสถานการณ์เป็นระยะ

เวลา 18.25 น. มีประชาชนชาย 2 ราย นำน้ำเปล่า และแซนวิช มามอบให้แก่นักกิจกรรม และมีประชาชนมาร่วมอีก 5 คน

กระทั่ง เวลา 18.42 น. นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ พ่อน้องเฌอ กล่าวว่า เป็นวันที่ 29 ที่เรามาทำกิจกรรมบิน หยุด ขัง หน้าศาลฎีกา แห่งนี้ จำนวนวันที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ดี หรือสะท้อนว่าเราทำกิจกรรมได้ดี แต่สะท้อนความทราม ของกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมของไทย ที่นำเพื่อนเรา ที่ไม่ได้ทำผิด ไปจับขังคุกเป็นเวลา 73 วัน ของ 3 คน ชุดแรก โดยยังไม่มีการไต่สวน

“ประเทศแบบไหนที่เราต้องการจะอยู่ เพนกวิน พริษฐ์ ยังอดอาหาร เพื่อส่งเสียงเรียกร้องสิทธิประกันตัว มาเป็นเวลา 37 วัน รุ้ง ปนัสยา ได้อดอาหารตาม 23 วันแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ไต่สวน ไปจับจังคุก ขัดหลักกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่ ตำรวจและเจ้าหน้าที่สำนักงายพระพุทธศาสนาที่ได้ ไปจับสมณะที่ประท้วงอดอาหาร โดยตั้ฃข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ทั้งที่พระแจ้งว่า ไม่ได้สังกัดคณะสงฆ์ใด เป็นการใช้กฎหมายปิดปากไปเรื่อยๆ

เราจึงมีมาตรการป้องกันโควิด เพราะไม่ต้องการให้เขาใช้ข้ออ้างเล็กน้อย มาปิดกั้นการทำกิจกรรม ที่มีความหมายกับเรา เรียกร้องสิทธิประกันตัวให้เพื่อนเรา ทั้งหมด” นายพันธ์ศักดิ์กล่าว

จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรม ชู 3 นิ้ว ด้วยมือข้างซ้าย หันหน้าเข้าหา ศาลฎีกา พร้อมเปล่งเสียง “ปล่อยเพื่อนเรา” 3 ครั้ง ดังสุดเสียง ก่อนยุติการทำกิจกรรม

โดยช่องยูทูบ เพจกะเทยแม่ลูกอ่อน นำข้าวต้มมาแจกจ่าย ด้านประชาชนหญิง นำขนมปังมาแจก

ตัวแทนผู้แสดงละครเงียบ อ่านบทวี “ขอคืน” ปิดท้าย มีใจความว่า

ถึงเพื่อนข้างใน ยังคง ยืนเด่น โดยท้าทาย
ยังคงมั่นในจุดหมาย ไม่ไหวหวั่น
ยังคงมุ่ง อุดมการณ์ ยังคงมั่น
ยังคงรอวัน ที่ฝันได้สมใจ

ถึงเพื่อนข้าวใน ในวันฟ้ามืด ฝนพรำ สาดกระหน่ำ อาจหวั่นไหว

แต่ยังมีเพื่อน เดินเกี่ยวแขนไป หาฟ้างาม

ยืนหยัด ประกาศสู้
หยุดความชั่ว ความเลว ที่ตำทราม
ที่คุกคาม ชีวิต ประชาชน

ถึงคนนั้น คืนมาเถิดเสรี วิถีชน
คืนความเป็นคนที่แท้จริง

หากว่ามี คุณค่า ความเป็นคน
จงคืนสิทธิ ความเป็นคน กลับคืนมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 17.35 น. ที่ หน้าร้าน แมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีประชาชน แนวร่วมกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประมาณ 18 คน ยืนถือ และห้อยป้ายข้อความ เรียกร้องให้ปล่อยเพื่อน และคืนสิทธิประกันตัว

ทั้งนี้ นายเจษฎา ศรีปลั่ง แกนนำเครือข่ายคนรุ่น ใหม่นนทบุรี ได้มาร่วมยืนด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เข้าไปพูดคุย ขอให้เขยิบแถวร่นไป ชบนทางเท้า

นายเจษฎากล่าวว่า นึกว่าใจดี ให้ขึ้นไปบนฟุตบาธตรง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบกลับว่า ไม่ใช่

ด้านประชาชน สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ขอยืนทำกิจกรรมอีกฝั่งได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบกลับว่า เกรงใจนาย แต่ก็ทำได้

สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประชาชนเดินทางมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 15 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังรอบบริเวณ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon