“บิ๊กตู่”สั่งตีกรอบ ปัญหา นศ.แพทย์ใช้ทุน ป้องกันออกนอกระบบ

5.02.16 | 16:02 น.

นายกฯ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อ เป็นวันที่ 3 สั่งที่ประชุมหน.ส่วนราชการ เร่งทำตามแผนบูรณาการตามเวลาที่เหลืออยู่ 1 ปี 6 เดือน ยันเลือกตั้งภายในปี 60 กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องออกระเบียบชัดเจน เกี่ยวกับการใช้หนี้ทุนรัฐบาล หลังเกิดปัญหา

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเป็นปนะธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง โดยกล่าวสั้นๆ ว่าวันนี้ที่ประชุมมีการสั่งการเพื่อขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการ ที่จะต้องทำอีก 1 ปี 6 เดือนที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ก่อนมอบให้นายวิสูตร ประสิทธิ์ศริวงค์ เลขาธิการ ก.พ. แถลงผลการประชุมก่อนจะกล่าวคำว่าสวัสดี และเดินออกมาจากตัวอาคารไปขึ้นรถกลับทำเนียบรัฐบาล โดยไม่อนุญาตให้สื่อตามไปสัมภาษณ์

ขณะที่นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ในฐานะเลขานุการการประชุม เปิดเผยว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงประเมินข้าราชการ 60 ตำแหน่งว่า เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องที่ทำเพื่อปกป้องข้าราชการ คือต้องมีระบบประเมินที่ชัดเจน ซึ่งต้องดูที่ผลงานเพื่อจะนำมาใช้ในการแต่งตั้ง นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งการให้ข้าราชการทุกกระทรวงไปชี้แจงในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ที่รายละเอียดยังคงไม่นิ่ง แต่จะยังคงเดินไปตามแผนปฏิรูป ซึ่งยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560

ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ หรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2559 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการสอบถามถึงการทำงานของแต่ละกระทรวงว่ามีข้อขัดข้อง และแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรี สนใจในเรื่องปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร ซึ่งพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รายงานว่าขณะนี้มีแท็กซี่อยู่จำนวน 130,000 คัน ซึ่งได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาไว้แล้วว่าจะให้ผู้บัญชาการแต่ละหน่วยหรือแต่ละจังหวัดที่มีผู้ประกอบการแท็กซี่มาพูดคุยขอความร่วมมือ โดยจะมีการประเมินผลภายใน 15 วัน และจากนั้นจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะเดียวกันที่ประชุมได้หารือถึงกรณีแฟลตดินแดง ซึ่งเป็นปัญหามานานทำให้ผู้ที่คิดว่าจะเสียประโยชน์ออกมาคัดค้าน โดยในประเด็นที่เห็นต่างกัน คือเรื่องขนาดพื้นที่ที่เรียกร้องให้จัดสรรห้องละ 42 ตารางเมตร แต่เจ้าหน้าที่สามารถจัดสรรได้ตามเกณฑ์มาตราฐาน 33 ตารางเมตร นายกรัฐมนตรี จึงให้มีการหารือร่วมกับวิศวกรรมสถาน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ให้มีการออกแบบที่ตอบรับกับการอยู่อาศัยได้ และขอให้เจ้าหน้าที่ทำความเข้าใจ รวมถึงจัดลำดับให้กับผู้ที่ยอมรับหลักเกณฑ์ได้ก่อน โดยแบ่งเป็นเฟส ให้เฟสแรกกับกลุ่มคนที่ไม่มีปัญหา เพื่อให้มีการเริ่มดำเนินการได้ ส่วนปัญหาคลองลาดพร้าว ที่ประชุมมีรายงาานว่า ในช่วงกลางเดือนก.พ.นี้ จะเริ่มดำเนินการได้ในระยะ 6-8 กิโลเมตร และย้ายคนออกจากพื้นที่ประมาณ 1,000 ครอบครัว จากจำนวน 1,400 ครอบครัว โดยทางกทม. และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่การปฏิรูปตำรวจ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าจะนำแนวทางที่พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร. เคยกำหนดร่วมกับแนวคิดของสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเตรียมการแล้วบางส่วน แล้วจะประชุมสรุปผล และรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนก.พ. นี้ ส่วนงานการวิจัย นายกรัฐมนตรีให้แนวทางว่าควรจะเน้นการวิจัยพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และผลผลิตทางการเกษตร เพื่อตอบรับ และสอดคล้องกับภารกิจของรัฐบาลก่อน เช่นเรื่องยางพารา

Advertisement

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับเรื่องของโรคระบาด ซึ่งขณะนี้มี 2 ชนิด คือโรคเมอร์ส และเชื้อไวรัสซิก้า ซึ่งในส่วนของโรคเมอร์สนั้น มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการตรวจกลุ่มเสี่ยงจำนวน 42 คน ซึ่งต้องใช้เวลา โดยขณะนี้ค่อนข้างมั่นใจ หากไม่พบเชื้อดังกล่าวก็จะมีการปล่อยตัวกลับไป ขณะที่ไวรัสซิก้า ที่มียุงลายเป็นพาหะก็สั่งการให้รณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้ได้ และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนถึงเชื้อโรคดังกล่าว โดยจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มของสตรีมีครรภ์ เพราะมีลักษณะเดียวกับโรคหัดเยอรมัน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงปัญหาการใช้ทุนการศึกษาของแพทย์ ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่า หลังจากนี้จะต้องมีการกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจน ว่าจะให้กลับมาใช้ทุนในพื้นที่ใด เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน และป้องกันนักศึกษาออกจากระบบ เพราะแม้ว่าจะมีการกำหนดระยะเวลาในการทำงานใช้ทุน หรือให้มีการชดใช้เป็นจำนวนเงิน ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าเพราะไม่สามารถผลิตบุคลากรทางการแพทย์ได้ทัน อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังมีการติดตามโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท ทางปลัดกระทรวงมหาดไทยรายงานว่ามีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว 2.3 พันล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6-7 แต่คาดว่าในเดือนก.พ. จะสามารถอนุมัติงบประมาณได้ 1.5 หมื่นล้านบาท และจะให้มีการอนุมัติได้ทั้งหมดภายในเดือนมี.ค. ซึ่งปัญหาความล่าช้าเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ และจำนวนบุคลากร ที่จะต้องระบุข้อมูลในเอกสาร และข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ตรวจสอบได้อย่างชัดเจน สำหรับปัญหาภัยแล้ง นายกรัฐมนตรี ให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น เพราะเชื่อว่า ซึ่งหากกินระยะเวลานานจะทำให้วิตกกังวลในความรู้สึกของประชาขนมากขึ้น จึงเน้นการทำความเข้าใจ เพราะไม่อยากบังคับใช้กฎหมายกับเกษตรกรที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาอะไรบ้าง