7 ปีไม่ลืม ‘ไม้หนึ่ง’ กวีราษฎร ลุง 66 เผย ยังคิดถึงเสมอ เชื่อถ้ายังอยู่ ต้องร่วมสู้กับเยาวชน
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 23 เมษายน ที่ หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังจากการทำกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตยต่อเนื่องเป็นวันที่ 31
ผู้ยื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ยังคงมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาของ นายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือ น้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อปี 2553 โดยมีการยืนเว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกราย โดยมีการปรับลดเวลาจากเดิม 112 นาที เหลือ 1 ชั่วโมง 12 นาทีมาตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน
ผู้ร่วมชุมนุมเข้าพื้นที่ซึ่งกั้นไว้ รวมถึงมีการวัดอุณหภูมิที่จุดพยาบาลและล้างมือด้วยแอกอฮอล์ สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกราย อย่างไรก็ตาม นอกพื้นที่เชือกกั้นซึ่งจำกัด 40 คน มีประชาชนที่มีความประสงค์เข้าร่วม แต่เกินจากลำดับ 40 ราย ได้พากันยืนริมรั้วศาลฎีกา นอกพื้นที่กั้น โดยเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด
บรรยากาศในวันนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนสวมเสื้อยืดสกรีนลวดลายภาพนายกมล ดวงผาสุก หรือ’ไม้หนึ่ง ก.กุนที’ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ.2557 ที่ร้านครกไม้ไทยลาว นอกจากนี้ ยังมีผู้นำภาพถ่าย ‘ไม้หนึ่ง ก.กุณที’ พร้อมบทกวีและดอกไม้มาวางบนทางเดินเท้าหน้าศาลฎีกา

นายมนัส แก้ววิจิตร อายุ 66 ปี ซึ่งสวมเสื้อมีลายใบหน้า ‘ไม้หนึ่ง ก.กุนที’ กล่าวว่า ตนมาร่วมยืนหยุดขังหน้าศาลฎีกาทุกวัน แต่วันนี้ได้เดินทางไปร่วมว่นรำลึกครบรอบการเสียชีวิต 7 ปีของไม้หนึ่งที่ร้านครกไม้ไทยลาวในช่วงบ่าย แล้วจึงแวะมาที่นี่โดยนำกิจกรรมรำลึกมาเผยแพร่ที่นี่ต่อ
ตนเคยทำกิจกรรมกับไม้หนึ่งมานานหลายปี วันนี้ตั้งใจสวมเสื้อลายไม้หนึ่งโดยเฉพาะ
“คุณไม้หนึ่งเป็นกวีที่มีอารมณ์ศิลปินสูงมาก มีความละเอียดอ่อน มีอุดมการณ์ และพยายามศึกษาประวัติศาสตร์การกดขี่ โดยพบว่าสังคมบูรพกาลหรือสังคมในอดีตเกิดจากประชาชนเป็นฐาน ถ้าคุณไม้หนึ่งยังอยู่ในวันนี้ ด้วยอารณ์เร่าร้อนของแก น่าจะเป็นระดับแนวหน้าในการต่อสู้เรียกร้อง เพราะที่ผ่านมา หลังลี้ภัยไปกัมพูชาตอนปี 53 แล้วกลับมาเข้าเมือง ทำกิจกรรมปฏิญญาหน้าศาลร่วมกับอาจารย์หวาน (ดร. สุดา รังกุพันธุ์) เป็นกิจกรรมที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทุกวันนี้ยังรำลึกถึงคุณไม้หนึ่งเสมอ” นายมนัสกล่าว
นายมนัสกล่าวด้วยว่า วันนี้ตนนำหนังสือรวมบทกวี 2 เรื่องสุดท้ายของจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นกฮูกมาอ่านระหว่างยืน 1 ชั่วโมง 12 นาที



