คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบงานภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดอาจจะกลายเป็น ”เรื่องใหญ่”
พลันที่เห็นชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ารับผิดชอบงานในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา
ปฏิกิริยาจากพรรคประชาธิปัตย์เห็นชัดอย่างฉับพลันทันใด
ไม่ว่าจะเป็นท่าทีที่นิ่งเฉย ไม่ยอมตอบแต่คล้ายกับตอบอันมาจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีที่ร้อนรนเป็นอย่างยิ่งของโฆษกพรรค นายราเมศ รัตนเชวง
“มีหลายคนที่ดูแล้วอาจจะไม่มีความสอดคล้องกับพื้นที่เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะหากได้รับมอบหมายให้ดูแลจังหวัดที่เข้าใจ เข้าถึงแล้วย่อมมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ในการพัฒนายิ่งขึ้น”
แม้เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ระบุว่าเป็นรัฐมนตรีท่านใด แต่ในก็แจ่มชัดว่าหมายถึงรัฐมนตรีคนใด
เนื่องจากสงขลามีรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี แต่ก็ไม่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
แท้จริงแล้ว คำสั่งที่ 85/2564 มีความแจ่มชัดเพราะเป็นคำสั่งที่ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะของนายกรัฐมนตรี อำนาจของนายกรัฐมนตรีย่อมสามารถทำได้
เพียงแต่เมื่อเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ย่อมจะเป็นปัญหาสำหรับพรรคประชาธิปัตย์
ความละเอียดอ่อนอยู่ที่พื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาถือได้ว่าเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์และก็มีคนของพรรคประชาธิปัตย์คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีอยู่
ความละเอียดอ่อนยิ่งกว่านั้นก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยได้รับมอบหมายโดยตรงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เข้ามาแก้ปัญหานิคมอุตสาหกรรมที่อำเภอจะนะ
เป็นการได้รับมอบหมายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
และเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี เป็นเป้าหมายในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
คำสั่งนายกรัฐมนตรีครั้งนี้จึงเท่ากับเป็นการเปิดบทบาทอย่างมีนัยสำคัญให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เข้าไปดูแลงานในพื้นที่ของภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา
เป็นการรุกคืบอย่างเงียบๆและลึกซึ้งของพรรคพลังประชารัฐ เข้าไปในเขตอิทธิพลทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

