ศบค.จ่อปรับมาตรการคุมโควิด จับตาดูกรุงเทพฯเป็นพิเศษ หมอทวีศิลป์ยัน เตียงทั่ว ปท.ยังมีว่างกว่า 21,138 เตียง ชี้ปัญหาอยู่เฉพาะ กทม.
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวว่า สถิติรายสัปดาห์เฉพาะในสัปดาห์ที่ 16 พบผู้ติดเชื้อ 12,437 ราย ทิศทางยังอยู่ในขาขึ้น อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร (กทม.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้สูงถึง 1,582 ราย จำนวนเกินครึ่งหนึ่งของรายใหม่ที่พบในวันนี้ ซึ่งเกิดจากการเคลียร์ข้อมูลในระบบ จากการบูรณาการข้อมูลจากสายด่วน 1668 1669 และ 1330 เป็นการสะสางข้อมูลเก่าเพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาในโรงพยาบาล (รพ.)
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ใน 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ กทม. ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ 1-24 เม.ย. จำนวน 7,097 ราย เชียงใหม่ 2,985 ราย ชลบุรี 1,784 ราย นนทบุรี 1,036 ราย สมุทรปราการ 989 ราย สมุทรสาคร 601 ราย ปทุมธานี 469 ราย สุราษฏร์ธานี 356 ราย นครสวรรค์ 208 ราย และสงขลา 399 ราย ซึ่งต้องขอความกรุณาจากจังหวัดเหล่านี้ให้ความร่วมมือกับการควบคุมโรค เพื่อทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ด้วยการเดินมาตรวจหาเชื้อใน รพ.โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงก็ให้เข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อช่วยกันทำให้เชื้อถูกจำกัดโดยเร็ว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค.และที่กระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) สิ่งสำคัญต้องมองภาพการกระจายทั่วประเทศ และมองภาพความเข้มเฉพาะ กทม. จากข้อมูลพบว่า สัปดาห์ที่ 16 ระหว่างวันที่ 18-23 เม.ย. มีคลัสเตอร์ต่างๆ ไปทั่วประเทศ เช่น กทม. ที่มีมากกว่า 5 คลัสเตอร์ เชียงใหม่ สุโขทัย นครราชสีมา อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา พังงา พัทลุง เป็นต้น ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่ 15 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. โดยที่ประชุม ศบค.ได้ยกตัวอย่าง จ.สุโขทัย คลัสเตอร์ร้านอาหาร พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 21 ราย โดย 14 ราย เป็นการติดเชื้อจากในร้านอาหาร และหลังจากนั้นแพร่เชื้อสู่คนในครอบครัว
“เราเป็นกังวลสิ่งที่จะเกิดมาตรการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม/กิจการ เช่น การติดเชื้อในร้านอาหาร แต่ต้องหาสาเหตุโยลึกลงไปว่ามาตรการที่จะควบคุมกิจการ/กิจกรรม มีความเหมาะสมเพียงใด” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้มีการนำเสนอข้อมูลเรื่องเตียง พบว่าภาพรวมเตียงทั่วประเทศ 40,524 เตียง มีการครองเตียง 19,386 เตียง คิดเป็นร้อยละ 47.8 และเตียงว่าง 21,138 เตียง จำนวนดังกล่าวแบ่งเป็น เตียงในห้องแยกความดันลบ (AIIR) มี 704 เตียง ว่างอยู่ 295 เตียง ที่การปรับอากาศเป็นความดันลบ (Modified AIIR) มี 1,688 เตียง ว่าง 679 เตียง เตียงในห้องแยก (Isolated room) มี 9,206 เตียง ว่าง 3,349 เตียง หอผู้ป่วยเฉพาะโควิด-19 (Cohort ward) มี 22,435 เตียง ว่าง 13,541 เตียง ในฮอสปิเทล (Hospitel) มี 158 เตียง ว่าง 70 เตียง และหอผู้ป่วยไอซียู (Cohort ICU) มี 6,333 เตียง ว่าง 3,204 เตียง
“ข้อมูลเตียงของเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) เป็นข้อมูลเฉพาะใน กทม. เลยทำให้ดูว่าขาดแคลนเตียง วันนี้จึงขอปรับเป็นข้อมูลชุดนี้ การใช้เตียงทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนรับทราบและลดความตื่นตระหนก” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ข้อมูลเตียงเฉพาะ กทม.และปริมณฑลมีการหมุนเวียนใช้เตียงแบบไดนามิก ด้วยการนำผู้ป่วยอาการเบาออกไปอยู่ใน รพ.สนาม เพื่อเก็บเตียงให้ผู้ป่วยที่มีอาการหนักกว่า ดังนั้น ข้อมูลจะขึ้นๆ ลงๆ ทุกวัน ข้อมูลการครองเตียงใน กทม. ปริมณฑล เมื่อวันที่ 22 เม.ย. พบว่า มีเตียงทั้งหมด 16,422 เตียง ทั้งจากกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต รพ.ตำรวจ สังกัด กทม. รพ.เอกชน เป็นต้น ในจำนวนดังกล่าวมีการครองเตียง 11,075 เตียง และยังว่างอยู่ 5,347 เตียง
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การสรุปสาเหตุการติดเชื้อในระยะ 1 สัปดาห์ที่ได้ประกาศใช้มาตรการควบคุมโรค ฉบับที่ 20 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบใน 5 สาเหตุคือ 1.ติดเชื้อในที่ทำงานทั้งในภาครัฐ เอกชนและรัฐวิสาหกิจ 2.การพบปะ การรับประทานอาหาร 3.การติดเชื้อในครอบครัว 4.การรวมกลุ่ม ไม่เว้นระยะห่าง ทำกิจกรรมเสี่ยง และ 5.การรวมกลุ่มของผู้สูงอายุในการทำกิจกรรม เช่น ในสถานดูแลผู้สูงอายุ และอีกสาเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้คือ การเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ รวมถึงผู้ติดเชื้อให้ข้อมูล ไทม์ไลน์คลาดเคลื่อน ขาดจุดสำคัญที่ส่งผลให้กระบวนการสอบสวนโรคล่าช้า

