ก้าวไกล ออกแถลงการณ์ข้อเสนอรับมือโควิด-19 ระลอก 3 

ก้าวไกล ออกแถลงการณ์ข้อเสนอรับมือโควิด-19 ระลอก 3

ก้าวไกล ออกแถลงการณ์ หลังรบ.จัดการโควิดล้มเหลว ซ้ำซาก ทำระบาดระลอก3 เรียกร้อง”อนุทิน” มีมโนสำนึกลาออกรับผิดชอบ แนะใช้ Rapid Test ปูพรมคัดกรองผู้ติดเชื้อ หนุน Home Isolation พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมคู่เยียวยาปชช.

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคก้าวไกลออกแถลงข้อเสนอรับมือถือสถานการณ์โควิด 19 ระลอก 3 โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่เดือนมกราคม 2563 ที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน เกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ขึ้นสามระลอก สะท้อนว่ารัฐบาลปล่อยปละละเลย บังคับใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ จนการระบาดของโรคโควิด-19 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เวลาผ่านมากว่า 1 ปี แทนที่รัฐบาลจะเร่งตระเตรียมความพร้อมด้านต่างๆรับมือกับการระบาดที่อาจจะเกิดขึ้น แต่กลับดูเบาต่อสถานการณ์ ละเลยต่อหน้าที่ จนเกิดความบกพร่องร้ายแรงในแทบทุกมิติ เมื่อการระบาดเกิดขึ้น แทนที่รัฐบาลจะเป็นที่พึ่งของประชาชน กลับเป็นตัวปัญหาที่คอยซ้ำเติมให้ประชาชนตกระกำลำบาก ทุกข์ยาก และรู้สึกสิ้นหวังมากขึ้น

สถานการณ์การระบาดที่พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์จะทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ พยายามเพิ่มศักยภาพทางการแพทย์เฉพาะหน้าอย่างสุดกำลัง แต่ด้วยความบกพร่องในการบริหารจัดการของรัฐบาล ที่ละเลยในการเตรียมการล่วงหน้า เพิกเฉยต่อข้อเสนอของบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างานทำให้ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ ไม่สามารถรองรับกับสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งในโรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลเฉพาะกิจ (Hospitel) และโรงพยาบาลสนาม กำลังทยอยถูกใช้จนหมดลงไปเรื่อยๆ

หากไม่มีการดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักเกินกำลังเพื่อรับมือกับผู้ป่วย กำลังอ่อนล้าลงไปทุกที ระบบสาธารณสุขที่มีอยู่ก็จะเข้าสู่สภาวะล้มเหลว ไม่สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างทวีคูณได้ จนอาจเกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจของประเทศพังพินาศล่มสลาย ยากแก่การฟื้นฟู พรรคก้าวไกล จึงขอเสนอแนะ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยมีเป้าหมายเพื่อประคองระบบสาธารณสุขให้สามารถรองรับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา และควบคุมการแพร่ระบาด

1.กำหนดมาตรการเพื่อลดกิจกรรมทางสังคม และลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ในแต่ละจังหวัด โดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งพิจารณาจากทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนเตียงผู้ป่วย และจำนวนเตียงผู้ป่วยหนัก (ICU) ควบคู่กัน โดยมีเป้าหมายลดจำนวนการเพิ่มของผู้ติดเชื้อรายใหม่ อย่างมียุทธศาสตร์ โดยผ่อนปรนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จำเป็น ให้ยังคงสามารถหล่อเลี้ยงการบริโภคของประชาชนได้ อาทิ ปิดให้บริการในสถานที่มีโอกาสที่จะมีผู้คนมาพบปะกันหนาแน่น สัมผัสใกล้ชิด เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เช่น โรงภาพยนตร์ สถานที่ออกกำลังกาย สนามแข่งขันกีฬา ลานกิจกรรม สถานที่จัดเลี้ยง ฯลฯ

สำหรับสถานประกอบการ ร้านค้า ที่มีความจำเป็นต่อการบริโภคของประชาชน กำหนดให้มีมาตรการจำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้ามาภายในร้าน สำหรับร้านอาหารที่เป็นห้องปรับอากาศ ไม่อนุญาตให้ลูกค้าเข้ามานั่งรับประทานภายในร้าน สำหรับร้านอาหารที่มีสภาพเปิดโล่ง ให้จำกัดจำนวนลูกค้าในอัตราส่วนลูกค้า 1 ท่านต่อพื้นที่ 4 ตารางเมตร สำหรับร้านค้าทั่วไปให้จำกัดจำนวนลูกค้าในอัตรา 1 ท่านต่อพื้นที่ 2 ตารางเมตร โดยให้ดำเนินมาตรการดังกล่าวเบื้องต้น 14-21 วัน แล้วค่อยๆ ทยอยผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ในจังหวัดที่สามารถฟื้นคืนจำนวนเตียงผู้ป่วยผู้ป่วยหนัก (ICU) ได้ในระดับที่พึงพอใจ

2. กำหนดมาตรการที่ให้ประชาชนเข้าถึง Rapid Anitgen Test ได้อย่างทั่วถึง เพื่อทำการตรวจคัดกรองแบบปูพรมค้นหาผู้ติดเชื้อ ลดอัตราการเสียชีวิต และลดความตื่นตระหนกของประชาชนลง โดยผ่อนคลายเงื่อนไขในการตรวจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายลง หากพบว่าตนเองมีอาการที่ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 ควรได้รับการตรวจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีการกระจายจุดตรวจที่ครอบคลุม รวมทั้งอนุญาตให้ประชาชนสามารถตรวจตนเองได้ โดยมีคู่มือ แนะนำวิธีการตรวจอย่างละเอียด ประชาชนที่สงสัยว่าตนเองมีอาการป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 สามารถละทะเบียนขอรับชุดตรวจได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถซื้อชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ได้ด้วยตนเอง ตามร้านขายยามาตรฐานทั่วไป มีระบบที่ให้ประชาชนบันทึกแจ้งผลตรวจผ่านแอปพลิเคชั่น มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตนที่ชัดเจน หลังจากที่ทราบผลตรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลตรวจที่เป็นบวก จะต้องมีกระบวนการที่นำผู้ที่พบผลตรวจเป็นบวก มาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยยืนยันที่โรงพยาบาล ในพื้นที่ที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะ โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ต้องเร่งปรับปรุงระบบในการจัดสรรเตียงให้กับผู้ป่วย ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีจำนวนเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก ได้อย่างเพียงพอ โดยใช้มาตรการกักตัวรักษาตัวเอง (Home Isolation) สำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีอาการ มีอายุไม่เกิน 40 ปี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัว และมีสถานที่สำหรับแยกตัวทีบ้าน โดยมีระบบในการสื่อสารกับผู้ติดเชื้อ มีระบบในการรับผู้ติดเชื้อส่งโรงพยาบาล ในกรณีที่ผู้ติดเชื้อมีอาการแย่ลง เพื่อคืนเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีอาการ รวมทั้งปรับปรุงสายด่วน 1668 เพิ่มศักยภาพโดยให้เอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการบริการ Call Center ประกาศรายชื่อโรงพยาบาลที่ยังรองรับผู้ป่วยใหม่ได้ให้ประชาชนทราบ จัดหารถรับส่งผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงให้สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้โดยไม่แพร่เชื้อ

3.มาตรการการเยียวยาให้กับประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ทั้งสิ้น 50 ล้านคน แบบถ้วนหน้า คนละ 2,000-3,000 บาท ภายใต้วงเงิน 100,000-150,000 ล้านบาท ที่โยกมาจากงบฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยังเหลือวงเงินอยู่ถึง 220,000 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการเยียวยา นอกจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นมาตรการที่ยังทำให้ประชาชนมีกำลังใจ และพร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมการระบาดใดๆ ที่รัฐบาลกำหนดขึ้น

“พรรคก้าวไกล ขอยืนยันว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บกพร่องต่อหน้าที่ ล้มเหลวมากพอแล้ว ประชาชนไม่อาจแบกรับกับหายนะ ที่รัฐบาลนี้ก่อขึ้นได้ จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทิน มีมโนสำนึกในความผิดของตนที่ได้ก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับประชาชนได้แล้ว ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทันที และขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาข้อเสนอแนะข้างต้น ของพรรคก้าวไกล และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเร็วที่สุด ”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อนุทิน’ ยันทำงานเต็มที่ แก้ปัญหาโควิด-19 (คลิป)
บทความถัดไปเดอะแพลทินัม แจ้งเลื่อนเวลาปิด-เปิดห้างชั่วคราวตั้งแต่วันนี้ถึง 2 พ.ค.นี้