เมื่อวันที่ 25 เมษายน เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เผยแพร่ข้อมูล พ.ต.ท.เจริญสิทธิ์ จงอิทธิ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา
โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 13.00 น. ที่บริเวณหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ ถ.พระรามที่ 1 กรุงเทพฯ นายพริษฐ์ และ น.ส.เบนจา อะปัญ ได้มาร่วมชุมนุมและกล่าวปราศรัย โดยได้มีการนำเครื่องขยายเสียง (ไมค์ลอย พร้อมเครื่องขยายเสียง) เป็นเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยร่วมกันปราศรัยในกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า “กระชากหน้ากากสยามไบโอไซน์” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประกาศให้ยุติการชุมนุมโดยให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงมีอยู่ เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มิให้ขยายไปในวงกว้าง จึงห้ามมิให้ชุมนุม ทำกิจกรรม หรือการมั่วสุม ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนั้นผู้ชุมนุมยังไม่ได้จัดให้มีมาตรการในการป้องกันโรคติดต่อ ไม่มีการเว้นระยะห่างให้เกิดความปลอดภัยซึ่งเป็นการกระทำผิดกฏหมาย และนายพริษฐ์ และ น.ส.เบนจา ยังมีการกล่าวข้อความที่ถือเป็นการหมิ่นสถาบัน ต่อประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นบุคคลที่สาม และกระทำให้ปรากฏแก่บุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมาย
จึงได้แจ้งกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า
1.ร่วมกันดูหมิ่นสถาบัน
2.ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
3.ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตราย หรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ
4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้นายพริษฐ์ ได้ปฏิเสธทุกกล่าวหา และไม่ยอมลงลายมือชื่อ ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว

