หน้าแรก การเมือง แนวร่วม มธ.ยั...

แนวร่วม มธ.ยันปักหลัก ‘อยู่ หยุด ขัง’-หวังเปลี่ยนพลังโกรธให้ขับเคลื่อน ‘ช่วยเพื่อนออกมา’

26.04.21 | 15:40 น.

แนวร่วม มธ.ยันปักหลัก ‘อยู่ หยุด ขัง’-หวังเปลี่ยนพลังโกรธให้ขับเคลื่อน ‘ช่วยเพื่อนออกมา’ ชวนผูกโบขาวต้านเผด็จการริมรั้วศาลฎีกา

สืบเนื่องจากกรณีนักศึกษา 4 ราย ตัวแทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกาศกิจกรรม ‘อยู่ หยุด ขัง’ โดยได้ปักหลักค้างคืนบนทางเดินเท้าหน้าศาลฎีกา จนกว่าเพื่อนผู้ต้องขังจะได้สิทธิการประกันตัว ร่วมกับนักศึกษาชายจากพรรควิฬาร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่ง น.ส.เบนจา อะปัญ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยังประกาศอีก 1 กิจกรรมคือ การล่ารายชื่อเพื่อทวงคืนความยุติธรรมด้วยนั้น

อ่านข่าว : แนวร่วม มธ.ประกาศ ‘กิน นอน เรียน’ หน้าศาลฎีกา ลุยกิจกรรม ‘อยู่หยุดขัง’ ล่ารายชื่อจี้ปล่อยเพื่อน

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 26 เมษายน ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ หนึ่งในนักกิจกรรม ‘อยู่ หยุด ขัง’ ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในช่วงกลางคืนภายหลังประกาศปักหลักทำกิจกรรม “อยู่ หยุด ขัง” โดยระบุว่า เมื่อคืนนี้หลังประกาศกิจกรรมเสร็จเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นผู้กำกับการ สน.ชนะสงคราม เข้ามาพูดคุย

ทั้งนี้ เวลาประมาณ 11.30 น. ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถามว่าได้ขออนุญาตทำกิจกรรมแล้วหรือยัง ซึ่งทางกลุ่มได้ขออนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุว่า ในวันนี้จะมีกิจกรรมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในเวลา 16.30 น. เป็นการผูกโบ และเวลา 17.30 น. ร่วมยืน หยุด ขัง กับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ
โดยกิจกรรมของเราจะปักหลักที่หน้าศาลฎีกา “อยู่ หยุด ขัง” จนกว่าเพื่อนของเราจะได้รับการปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะเพื่อนเราถูกฝากขังก่อนพิจารณาคดี

Advertisement

ส่วนการที่ริเริ่มจัดกิจกรรม “อยู่ หยุด ขัง” นั้น ตนกับเพื่อนอีกหลายคนเห็นว่าในสภาวะตอนนี้เพื่อนเรายังสู้อยู่ข้างใน ทำให้เกิดความรู้สึกแรกที่อยากทำเพื่อเป็นสิ่งที่ส่งสัญญาณไปถึงเพื่อนเราให้ได้รู้ว่า พวกเขาไม่ได้สู้อยู่อย่างลําพัง เราที่อยู่ตรงนี้ก็สู้อยู่ข้างนอก เราทำในส่วนของเรา พยายามปักหลักตรงนี้ รอพวกเขาออกมา ซึ่งการที่เราปักหลักตรงนี้ เรามีกิจกรรมของเราในแต่ละวัน จะทำไปเรื่อยๆ และพยายามเปิดพื้นที่ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ อยากให้ผู้คนมาปักหลักเพื่อรอเพื่อนของเราทุกคนออกมา

ถามว่าคาดหวังอะไรกับการออกมาแสดงออกครั้งนี้ คาดหวังอย่างแรก คือ การที่กระบวนการยุติธรรมควรจะกลับมาตัดสินทุกอย่างอย่างเที่ยงตรง เพราะเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ณ ปัจจุบัน กรณีของการฝากขังระหว่างการพิจารณาคดีที่เกิดขึ้น เป็นการตีความไปแล้วว่าเพื่อนของเราเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ เกรงว่าจะกระทำผิดซ้ำอีก ทั้งที่เขายังไม่มีความผิด นี่คือเรื่องแรกที่เราอยากเห็น

ความหวังที่ 2 คือเรามาปักหลักรอให้เพื่อนออกมา แล้วได้รับความยุติธรรม เพราะเราเชื่อว่าการกระทำของพวกเขาบริสุทธิ์ แต่มีปัญหาที่หยั่งรากและในการเมืองไทยที่พวกเขาออกมาพูดตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของราษฎรที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เขาไม่ผิด และไม่ควรจะถูกขังอยู่อย่างนั้น รวมถึงข้อเรียกร้องข้อที่ 3 ซึ่งเพื่อนของเราที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่มีประมาณ 3 ท่าน คือ แฟรงค์ เพนกวิน และรุ้ง ยังเป็นนักศึกษาอยู่ ซึ่งเขาต้องสอบปลายภาค การที่ฝากขังทั้ง 3 อยู่ในนั้น เพื่อนของเราควรจะมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเท่าทันกับเพื่อน แต่กับกลายเป็นว่าต้องไปนอนในนั้น เรามองว่าไม่เป็นธรรม จึงมาปักหลักและทำการเรียนหนังสือตรงนี้ระหว่างรอพวกเขาออกมา

“ได้เจอรุ้ง 1 เดือนที่แล้ว และเจอเพนกวินที่ศาลอาญาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น ในส่วนลึกของเรา เรายังเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมอย่างไรก็ต้องตัดสินอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว เที่ยงตรงอยู่แล้ว และตัดสินทุกอย่างอย่างมีมาตรฐานยุติธรรม แต่กลับกลายว่าสิ่งที่เราคาดหวังไว้ลึกๆ กลับไม่เกิดขึ้น และกลับไปสู่แนวทางตรงกันข้าม

จากสิ่งที่เกิดขึ้นเราจึงรู้สึกว่า ‘ใจหายมาก’ กับการที่เพื่อนเราโดนตัดสินไปแล้ว ทั้งที่คดีความยังไม่สิ้นสุด

เพื่อนเราที่อยู่ข้างในก็กำลังเผชิญกับความอยุติธรรม และยังสู้อยู่ เราจึงออกมาอย่างในวันนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงความรู้สึก จากพลังโกรธ ให้เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนบางอย่างได้ในการช่วยเพื่อนของพวกเรา ขอให้พิจารณาให้ดี สิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ ท่านทำถูกต้องหรือไม่ เหมือนดั่งคำพูดในกลอน ของทนายอานนท์” ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าว

ล่าสุด แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เผยแพร่ภาพกราฟิกนัดหมายทำกิจกรรม โดยระบุว่า

“โบขาวถือเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับเผด็จการ!”

ขอเชิญพี่น้องผู้มีใจรักประชาธิปไตยทุกท่านร่วมผูกโบขาวต้านเผด็จการกัน เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป ณ ริมรั้วศาลฎีกา ที่เพื่อน #อยู่หยุดขัง ของเราปักหลักอยู่

“เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”

#โบขาวต้านเผด็จการ
#ปล่อยเพื่อนเรา

สำหรับบรรยากาศทั่วไป นักศึกษากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ และพรรควิฬาร์ ได้นั่งพูดคุย อ่านหนังสือ โดยมีน้องสาวของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน มาร่วมพูดคุยด้วย ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกว่า 10 คน เข้ามาทำการติดตั้งดอกกล้วยไม้ สีขาว และ ม่วง บริเวณต้นไม้ เลียบถนนราชดำเนินในเป็นวันแรก

ด้าน นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือเจมส์ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ที่เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนดูภาพนี้ ขณะที่คนไทยกำลังฝ่าวิกฤต ตนจะไม่วิจารณ์ แต่ให้ทุกคนได้คิด สะท้อนปัญหาชีวิตต่างๆ นานา

อีกหนึ่งนักศึกษากลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยว่า สาเหตุที่มากางเต็นท์ปักหลักค้างคืนหน้าศาลฎีกาเพราะเราต้องการปลุกสำนึกของคน เพราะศาลฎีกาเป็นศาลสูงสุด และเราอยากให้คนข้างในเขารู้ว่าเรายังสู้เพื่อเขาอยู่ ส่วนเรื่องกลัวการสลายชุมนุมหรือไม่ ก็กลัว เพราะในประเทศที่ความยุติธรรมน้อยนิดก็อาจจะเกิดขึ้น

นอกจากนี้มีตำรวจนอกเครื่องแบบมาเดินตรวจ หนึ่งในนั้นก็เป็นผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม อย่างเมื่อเช้าก็มีตำรวจในเครื่องแบบเดินมาคุยกับเรา มาพูดว่า มาตั้งปักหลักที่นี่ทำไม สุดท้ายก็มีปากเสียงกันแล้วเขาก็ไป

กิจกรรมช่วง 16.00 น. ที่ผมจะทำน่าจะเป็นกิจกรรมที่ทุกคนคุ้นเคย เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับ ต้าร์ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่เคยจัดในปีที่เเล้ว เป็นการผูกโบขาวคืนความยุติธรรม ผมขอบอกว่า มีโอกาสสูงที่เรื่องต้าร์ วันเฉลิม จะถูกอุ้ม

ตอนเเรกตนว่าจะมากางเต็นท์ค้างคืน ตามมีตามเกิด แต่ก็มีเพื่อนๆ เอาสิ่งของมาให้เยอะ ก็ดีใจ ไม่คิดว่าเพื่อนๆ จะส่งกำลังใจมาเยอะขนาดนี้

ฝากถึงศาล ถ้าท่านยึดตามหลักกฎหมาย ท่านคือผู้ที่ยึดหลักตุลาการ สำหรับตนตอนนี้ ยืนยันที่จะอยู่ที่นี่ ต่อให้มีการสลายก็จะกลับมาอีก ในส่วนของเรื่องมุมมองที่มีต่อมาตรการโรคระบาดโควิด-19 ตนมองว่า การบังคับเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย ไม่ควรที่จะออกกฎหมายบังคับขนาดนี้ แต่ควรจะเป็นจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่า