เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีตเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกกฎคุมเข้ม สั่งปรับคนไม่สวมหน้ากากอนามัยระหว่างออกนอกเคหสถาน ว่า เข้าใจได้ว่า กทม.ต้องการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่สิ่งหนึ่งที่ กทม.น่าจะคำนึงถึงจิตใจ ความรู้สึกชาวบ้านบ้าง อะไรก็ปรับ อะไรก็บังคับ ไม่มีใครอยากติดเชื้อ วันนี้คนในประเทศนี้จิตตกกันหมดแล้ว มาเจอเรื่องนี้อีก ชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร อยากถามว่าเชื้อนี้เกิดเพราะชาวบ้านหรือ
นายพิพัฒน์ชัยกล่าวว่า ทั้ง กทม.และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องป้องกัน ควบคุมถึงรักษาโรค แต่วันนี้ทำอะไรอะไรให้ชาวบ้านได้อุ่นใจบ้าง วัคซีนก็ไม่พร้อม นโยบายก็ไม่ชัด สถานพยาบาลก็ไม่พอ บุคลากรทางการแพทย์ก็ไม่มีขวัญกำลังใจ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเพราะการบริหารห่วยๆ ของภาครัฐ แต่เมื่อเอาเข้าจริงอะไรก็ปรับชาวบ้าน อะไรก็บังคับให้ทำโน้นนี่นั่น
อ่านข่าว : กทม.แจงคำสั่งปรับ คนไม่สวมแมสก์ ยันในรถนั่งมากกว่า 1 โดน มีคนในครอบครัวก็ไม่เว้น
“เอาเวลาไปคิดเรื่องการช่วยเหลือชาวบ้านบ้างเถิด เช่น รถรับส่งผู้ป่วย มีกี่ศูนย์แจ้งให้ชาวบ้านทราบบ้าง เท่าที่รู้ตอนนี้ศูนย์เอราวัณแทบจะรับ-ส่งไม่ทันแล้ว บางแห่งเคสในพื้นที่ เช่น บางขุนเทียน แจ้งไป 4 วันแล้วยังไม่มารับ บางเคสรอจนตายไปแล้วก็มี สิ่งเหล่านี้ท่านคิดจะแก้ปัญหาช่วยเหลืออย่างไรบ้าง
“กทม.มีบุคลากรมากพอที่จะช่วยเหลือได้หลายเรื่อง เช่น รถรับ-ส่งไม่พอขอรถ ขอกำลังเทศกิจช่วยบรรเทาได้หรือไม่ ในทุกเขตมีเทศกิจมีรถ ทำไมไม่ออกคำสั่งให้เป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือเขา ซึ่งถ้าท่านออกคำสั่งกับลูกน้องท่านง่ายกว่าออกคำสั่งปรับชาวบ้านอีก และเมื่อออกคำสั่งแล้ว เพิ่มขวัญกำลังใจให้เขา เพิ่มเบี้ยเสี่ยงภัยให้เขาก็คงไม่มีใครว่า
“สิ่งเหล่านี้คิดได้ และทำได้ง่ายด้วยไม่ทำ ใกล้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แล้ว ถ้าทำได้ท่านอาจมีโอกาสกลับมาได้อีกก็ได้” นายพิพัฒน์ชัยกล่าว

