หญิงหน่อย นำทีมพรรคไทยสร้างไทย ช่วยผู้ป่วยโควิด เขตบางกอกน้อย 2 ราย ชี้ต้องร่วมมือแก้วิกฤตให้จบภายในสัปดาห์นี้ ก่อนระบบสาธารณสุขจะรับไม่ไหว
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 เมษายน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นำทีม กทม.รวมพลังสู้ภัยโควิด ของพรรคไทยสร้างไทย ประสานรถพยาบาลมารับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จากอพาร์ตเมนต์ใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย ซึ่งผู้ป่วยเป็นชาย 1 หญิง 1 ที่ได้ประสานขอความช่วยเหลือมายังนายวีรยุทธ ว่องศิริพร (เอ นครหลวง) ทีมงานพรรคไทยสร้างไทย เขตบางกอกน้อย เนื่องจากผู้ป่วยชาย มีอาการไข้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษา ส่วนภรรยาเริ่มมีไข้เมื่อวันที่ 21 เมษา ผลตรวจคอนเฟิร์มว่าติดเชื้อโควิด
เมื่อวันที่ 23 เมษายน และกำลังท้อง 2 เดือน จึงเป็นห่วงลูกในท้อง เพราะสามีมีไข้สูง มีอาการหอบ หืด อาการจะหนักจนพูดไม่ไหว ทีม กทม. พรรคไทยสร้างไทย จึงได้นำทีมมาช่วยประสานงานฉีดพ่นฆ่าเชื้อ ในอาคารอพาร์ตเมนต์ที่มีผู้ป่วยโควิด-19

คุณหญิงสุดารัตน์เปิดเผยว่า เวลานี้เราต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อให้ประชาชนรอดก่อน อย่างกรณีนี้ทางคุณเอ นครหลวง ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ เราก็ต้องช่วยกันให้คนป่วยได้รักษาโดยเร็วที่สุด เพราะตั้งแต่รู้ผลการตรวจว่าผู้ป่วยติดเชื้อเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2564 เจ้าหน้าก็แจ้งว่า ต้องรอเตียง ซึ่งไม่รู้จะได้เมื่อไหร่
“วันนี้ทีมงานของเราจึงได้ประสาน รพ.ธนบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทาง รพ. ให้นำผู้ป่วยไปรักษา เราจึงจัดรถพยาบาลมารับผู้ป่วยทั้งสองไปส่ง รพ.ธนบุรี แต่หลังจากรถพยาบาลได้พาผู้ป่วยทั้งสองออกจากอพาร์ตเมนต์ไปแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ อสส. มาแจ้งเพิ่มเติมว่าเพื่อนข้างห้อง ที่ทำงานด้วยกัน มีอาการเป็นไข้ จึงให้ทีมงานประสานงานโดยด่วน สถานการณ์โควิด-19 เริ่มวิกฤตและน่าหนักใจ การบริหารจัดการต้องเร่งรีบแก้ไขตั้งแต่วันนี้ อย่างในรอบนี้ป่วยวันละ 2 พันกว่าคน อาทิตย์ละหมื่นกว่าคน เราต้องเร่งรีบในการหาเตียง และเครื่องไม้เครื่องมือรองรับ” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในการระบาดรอบที่ 3 มีป่วยหนักจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้เสียชีวิตเฉพาะในรอบ 20 กว่าวันนี้สูงถึง 54 ราย แสดงว่าการบริหารจัดการเรื่องเตียง และการตรวจ ที่ไม่ทันการณ์และไม่เพียงพอ ทำให้คนป่วยหนักและเสียชีวิตมากขึ้น จึงต้องเร่งแก้ปัญหาให้จบภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับไม่พอ โดยขอเสนอให้แก้ไขดังต่อไปนี้
1.เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเตียงไม่พอ ต้องเร่งกระจายงบประมาณจากส่วนกลาง ไปให้แต่ละโรงพยาบาล เพื่อให้ รพ.มีงบในการดูแลผู้ป่วยให้เพียงพอ ทั้งเรื่องเตียง อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการรักษา รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่จะใช้ในการป้องกันบุคลากรทางการแพทย์เอง และ 2.เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องตรวจหาเชื้อน้อย และตรวจช้า โดยให้รัฐบาลตั้งงบประมาณในการตรวจโควิด-19 ไว้ให้โรงพยาบาล 1,600ล้าน ซึ่งจะตรวจได้ 1 ล้านคน ตามที่ สปสช.กำหนดจ่ายค่าตรวจหัวละ 1,600 บาท
ซึ่งหวังว่าในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรีจะนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม. เร่งใช้งบกลางที่ตั้งไว้ 5 แสนล้าน มาแก้ไขปัญหาให้กับโรงพยาบาลและประชาชนโดยด่วน รวมถึงการใช้งบประมาณเงินกู้โควิด-19 ต้องเร่งรัดใช้จ่ายโดยเร็ว เพื่อให้โรงพยาบาลได้รับเงินไปทำงานอย่างเร็วที่สุด


