หมู่บ้านทะลุฟ้า ‘ยืนเด่นท้า สตช.’ กลางสายฝน-ยื่นหนังสือจี้ ผบ.ตร.สอบวินัย จนท.ปมขับรถปาดหน้า

หมู่บ้านทะลุฟ้า ‘ยืนเด่นท้า สตช.’ กลางสายฝน-ยื่นหนังสือจี้ ผบ.ตร.สอบวินัย จนท.ปมขับรถปาดหน้า เผยถูกขู่ขั้น ‘เอาชีวิต’

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้าจัดกิจกรรม “ยืนเด่นท้า สตช.” โดยจะมีการเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอให้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ใต้สังกัดว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เวลาราว 22.50 น. บริเวณ สน.นางเลิ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบขับรถปาดหน้าสมาชิกหมู่บ้านทะลุฟ้าในยามวิกาล และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย

อ่านข่าว : ทีมทะลุฟ้า ถูกชายคล้ายจนท.ขับรถปาดหน้า ดึงกุญแจพัง ไม่ยอมแสดงตน ให้ไปคุยที่โรงพัก

โดยเวลา 13.15 น. นักกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้าเดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่ามกลางฝนที่เริ่มปรอยลงมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างสวมชุดกันฝน และเข้าไปหลบในอาคารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ด้านประชาชนที่มาร่วมทำกิจกรรมย้ายมายืนหลบบริเวณเกาะกลางถนน โดยบางรายถือร่มที่ฉีดพ่นสเปรย์สเตนซิลใบหน้าแกนนำราษฎรที่ถูกคุมขัง ประดับโมบายตัวอักษรข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” “ปล่อยนักโทษการเมือง” “Free Our friends”

เวลา 13.21 น. สตรีรายหนึ่งสวมชุดเดรสลายดอก กางร่มยืนชูป้ายกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” ก่อนชู 3 นิ้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการปิดประตูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยประชาชนชายรายหนึ่งตะโกนว่า “เอาที่สบายใจเลยครับ เอาที่สบายใจเลย เอารถตำรวจมาเลย”

นายกันฒพัฒน์ พีรกิจธีรภูวดล อายุ 25 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย นำเอกสารมาชูให้กับผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ เป็นเอกสารที่จ่าหน้าว่า “เรียนท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เรื่องการให้สอบสวนวินัยและลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดวินัยร้ายแรง” ซึ่งมีภาพเบ้ากุญแจรถที่ได้รับความเสียหาย เป็นต้น

นายกันฒพัฒน์กล่าวว่า กิจกรรมหลักของเราคือจะมายื่นหนังสือ และยืน 112 นาทีที่นี่ สืบเนื่องจากตนได้ไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจาก สน.นางเลิ้ง เหตุการณ์วันนั้นคือตนขับรถไปขนของหมู่บ้านทะลุฟ้าที่โดนสลายการชุมนุม กำลังจะมุ่งหน้ากลับบ้าน ก็มีรถตำรวจ เลขทะเบียนรถ 67550 บีบแตรส่องไฟใส่ไม่ให้ตนขับไป ตนจึงต้องบีบแตรเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง จากนั้นเปิดกระจกคุยกับสายตรวจที่บอกให้ตนขับเข้าซ้าย ตนก็เข้าซ้าย และตำรวจก็ลงมาก่อน ตนบอกว่า ‘กำลังจะเข้าซ้าย กำลังจะจอด’ ยังจอดไม่สนิท เจ้าหน้าที่ก็เอื้อมมือมาดึงกุญแจ ทำให้กุญแจของตนได้รับความเสียหาย จึงไปดำเนินการที่ สน.นางเลิ้ง ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จึงมาที่นี่เพื่ออยากให้ท่าน ผบ.ตร.ตรวจสอบลูกน้องของท่าน ว่าพฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายผิดมาตราไหน ช่วยบอกตนด้วย

“ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบใดจาก สน.นางเลิ้ง ผมรู้ชื่อ นามสกุล รู้ทุกอย่าง แต่ยังไม่อยากเปิดเผย ถ้าเปิดเผยเขาอาจจะมีความผิดได้

ยังมีการคุกคามถึงชีวิต ก่อนวันที่จะมาทวงถาม สน.นางเลิ้ง ได้รับโทรศัพท์ข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิต 1 รอบ หลังจากนั้นไป สน.นางเลิ้ง ถามผู้กำกับการก็ไม่ได้รับคำตอบ รอบที่ 2 คือเสร็จจากธุระที่จังหวัดจันทบุรี ระหว่างทางที่นั่งเรือกลับได้รับโทรศัพท์ข่มขู่อีก 1 รอบ เอาชีวิตเช่นเดียวกัน

ผมร่วมกิจกรรมตั้งแต่เดินมาตั้งหมู่บ้านฟ้า แล้วมาโดนสลาย มีผมคนเดียวที่โดนแบบนี้ นอกเครื่องแบบไปหาผู้ใหญ่บ้าน ไปข่มขู่ บอก ‘ให้หาตัวผมให้เจอ ถ้าไม่เจอจะให้ออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน’ แบบนี้มากเกินไป ไม่รู้ว่าใครทำ แต่อยากให้ออกมารับผิดชอบ” ประชาชนที่ได้รับความเสียหายกล่าว และว่า

สำหรับวันนี้ได้นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วว่าจะเข้ามายื่นหนังสือ

ต่อมาเวลา 13.30 น. นักกิจกรรมจากหมู่บ้านทะลุฟ้า 8 คน แต่งกายด้วยชุดนักโทษที่สกรีนข้อความด้านหลังด้วยหมายเลขอักษรไทย 112 เดินเท้าจากเกาะกลางถนนตากฝนไปยังหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

จากนั้นยืนเว้นระยะห่างประมาณ 2 ช่วงแขน พร้อมทั้งห้อยป้ายข้อความ อาทิ “ปล่อยเพื่อนเรา” “ร่างรัฐธรรมนูญใหม่” “ยกเลิก 112” “ประยุทธ์ออกไป” โดยจะยืนเป็นเวลา 112 นาที

ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สวมชุดกันฝนประมาณ 6 นาย กระจายเฝ้าสังเกตการณ์รอบบริเวณ

เวลา 13.39 น. นักกิจกรรมนำป้ายผ้าระบุข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” มาติดตั้งบริเวณป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเจรจา ยื้อแย่งไว้ไม่ให้ติดตั้งบริเวณนั้น ก่อนตกลงได้ และนำมาปูบริเวณพุ่มไม้ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งนาฬิกาเพื่อบอกเวลาการทำกิจกรรม “ยืนเด่นท้า สตช.” อีกด้วย

ต่อมาเวลา 13.41 น. นักกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้า 3 คน ยืนชูป้ายผ้าระบุข้อความ “หยุดคุกคามประชาชน” ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาอ่านประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ระบุว่า ห้ามการชุมนุม ทำกิจกรรม มั่วสุม ที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ฉบับที่ 5
หากฝ่าฝืนต้องรับโทษตามมาตรา 18 ตาม พ.ร.บ.ฉุกเฉิน 2548 โทษไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังอ่านประกาศของกรุงเทพมหานครอีกฉบับ ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 25 เมษายน พร้อมระบุว่า การรวมตัวจำกัดจำนวน ไม่เกิน 20 คน กรณีเกินต้องแจ้งต่อ สำนักงานเขตในพื้นที่ก่อน และว่า ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการเว้นระยะห่าง และสวมหน้ากาก

จากนั้นประชาชนส่งเสียงโห่ ขณะที่ฝนเริ่มซาลง โดยกิจกรรมหมู่บ้านทะลุฟ้ายังคงทำกิจกรรมต่อไป ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณถนนพระรามที่ 1 อีกทั้งยังมีการนำป้ายผ้า “ยกเลิก 112” มาชูซ้อนป้ายผ้า “ปล่อยเพื่อนเรา” อีกด้วย

โดยเมื่อครบกำหนด 112 นาที ตัวแทนหมู่บ้านทะลุฟ้าจะเข้าไปยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

#หมู่บ้านทะลุฟ้า
#ม็อบ27เมษา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon