เดินหน้าชน : ‘ความรู้’สู้โควิด

หลายคนยังคงสงสัยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นได้

ทั้งที่ทางรัฐบาลน่าจะรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้ายังปล่อยให้มีการเดินทางช่วงสงกรานต์ ทำให้เชื้อกระจายไปหลายจังหวัด

ตอนนี้เชื้อแพร่กระจายจากวงที่ 1 หรือผู้รับเชื้อโดยตรง ไปยังวงที่ 2 วงที่ 3 คือคนในครอบครัวและคนใกล้ชิด

ยอดติดเชื้อรายวันถึงพุ่งขึ้นวันละกว่า 2 พันราย ยอดตายขยับสูงขึ้นเป็นเลข 2 หลัก

ทำไมถึงไม่มีแผนเตรียมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่วงหน้า

ทำให้เกิดเหตุการณ์ขาดแคลนเตียงสำหรับผู้ป่วยอาการรุนแรง รถรับส่งผู้ป่วย

จนถึงขั้นผู้ป่วยเสียชีวิตคาบ้าน หรืออาการหนักจนมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

เป็นเพราะเหตุการณ์ติดเชื้อรุนแรงเหนือความคาดหมาย

หรือเกิดจากการประเมินคลาดเคลื่อน การเตรียมรับมือไม่ดีพอ

ถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายจะต้องเรียนรู้ร่วมกัน และช่วยกันหาทางรับมือในอนาคต

คงไม่มีประโยชน์จะโทษกันไปมา เพราะปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ถ้ามัวแต่มาโทษกันไปมา

นอกจากจะไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังจะยิ่งแย่ลงไป

แถมจะยิ่งบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน ส่วนเรื่องรัฐบาลคงไปว่ากันในอนาคต

สิ่งสำคัญตอนนี้คือต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ

เป็นกลุ่มคนเสียสละทำงานกันอย่างหนัก เสี่ยงภัยเพื่อให้ทุกคนรอด

ปัญหาสำคัญตอนนี้คือ การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องชัดเจน รวดเร็ว และครบถ้วน ให้กับประชาชน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ส่วนใหญ่ให้หน่วยงานในสังกัดสาธารณสุขเป็นผู้นำเสนอ อาจจะมีหน่วยงานองค์กรอิสระเข้ามานำเสนอข้อมูลต่างๆ บ้าง

แต่ดูเหมือนยังคงล่าช้า ไม่ครบถ้วน กระจัดกระจาย ไม่ครอบคลุม ประชาชนยังคงสับสนทำตัวไม่ถูกในหลายประเด็น

ตัวอย่างเช่น เรื่องการรับส่งผู้ป่วย เรื่องเตียง ข้อแนะนำการกักตัว กลุ่มคนสงสัยว่าติดหรือไม่ การตรวจเชื้อ วัคซีน การจัดหา การฉีด ประเภทของวัคซีน ผลข้างเคียง

และยังมีคำถามอีกมากมาย ส่วนคำตอบค่อยๆ ออกมาทีละเรื่อง ทีละประเด็น

หากจะให้เฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุขเข้ามาดูแลเพียงลำพัง มีคำถามว่าเพียงพอหรือไม่

หน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์ของรัฐ อย่างกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่กระทรวง
ดีอีเอส

มีหน้าที่หลักด้านการสื่อสารกับประชาชน จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับโควิดให้ดีขึ้นได้อย่างไร

เข้าใจว่าจำเป็นต้องให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขเป็นหลักในการให้ข้อมูล เพื่อความถูกต้องแม่นยำชัดเจน

แต่หน่วยงานอื่นก็สามารถเข้ามาช่วยเสริมได้ โดยประสานงานนำข้อมูลจากฝ่ายสาธารณสุขไปช่วยนำเสนอให้ประชาชนเข้าใจ ครบถ้วน ชัดเจน รวดเร็ว

นอกจากจะช่วยให้ลดปัญหาความสับสนต่างๆ นำมาซึ่งความสูญเสีย ซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้เลวร้ายลงไปอีก

ยังจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการเแพทย์ทำงานง่ายขึ้น

อาจจะจัดเป็นแพลตฟอร์มรวมทุกอย่าง คอยอัพเดตเกี่ยวกับโควิด หรือเพิ่มสายด่วนคอยตอบคำถาม

หรือถ้ายังตอบไม่ได้ในบางเรื่องบางประเด็น ก็เข้าไปพูดคุยสอบถามเพื่อช่วยลดความเครียดก็ยังดี

อาจให้หน่วยงานอื่นๆ หรือคอลเซ็นเตอร์ภาคเอกชนเข้าไปช่วยเสริมในจุดที่เป็นปัญหา

เพราะตอนนี้สงสัยดูเหมือนภารกิจไปตกหนักอยู่กับคนทำงานเพียงบางกลุ่ม

แต่อีกหลายกลุ่มเงียบมาก เงียบเหมือนเป่าสาก ทั้งที่หลายหน่วยงานน่าจะมีแอ๊กชั่นมากกว่านี้

เข้าใจได้ว่าหลายคนถูกกักตัว แต่สามารถทำงานได้ในยุคนิวนอร์มอล โดยดูตัวอย่างจากภาคเอกชนหลายรายปรับตัวได้ดี

เชื่อมั่นว่าถ้าการสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจ ครบถ้วนและรวดเร็ว จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายกว่านี้แน่นอน

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศบค.เผยวันนี้ดับ 15 ราย พบ 1 ราย รอคิวตรวจ 3 วันดับสลด ติดเพิ่มวันนี้ 2,012 ราย
บทความถัดไปหอการค้าไทยรายงานความคืบหน้า หลังนายกฯสั่งตั้ง 4 คณะทำงาน จัดหา-กระจายวัคซีนทางเลือก