พรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลง จี้ รบ.ลาออก พร้อมกางกม.เอาผิด ‘ประยุทธ์’ เตือนยังดื้อลงไม่สวย

“พรรคร่วมฝ่ายค้าน” ออกแถลงการณ์ จี้ รบ.ลาออก เปิดช่องให้มีรบ.มืออาชีพเข้ามาจัดการปัญหา พร้อมเตรียมกางกม.เอาผิด “ประยุทธ์” เตือนยังดื้อลงไม่สวย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน ที่รัฐสภา แกนนำ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกันแถลงผลการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและเข้าบริหารราชการแผ่นดินรวมเวลาที่อยู่ในอำนาจเกือบ 7 ปีเต็ม แต่การบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศ และความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตปัจจุบัน ดังนี้

1.ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การฉีดวัคซีน จนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนวัคซีนและฉีดวัคซีน อันดับท้ายๆในภูมิภาค นอกจากนั้นรัฐบาลกลับเป็นต้นตอเสียเองในการระบาดในหลายๆระลอก ความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด จนกลายเป็นประเทศที่อัตราการแพร่เชื้อต่อคนสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง การจัดการเรื่องเตียง และ ICU ผิดพลาดจนประชาชนต้องนอนรอความตายโดยไม่สามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้

2.ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ตลอดเวลาที่บริหารมาเกือบ 7 ปีกว่าก็ย่ำแย่อยู่แล้ว การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ฟื้นตัวช้าที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน ด้านเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาที่ผิดพลาด ไม่ตรงจุด ไม่เพียงพอ ธุรกิจล้มตายจำนวนมากเพราะมาตรการด้านสินเชื่อล้มเหลว แรงงานว่างงานมากสุดในรอบกว่าสิบปี พี่น้องประชาชนเข้าสู่ภาวะไม่ตายเพราะโรค ก็ตายเพราะไม่มีจะกิน

และ 3.ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้เห็นต่าง สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือและข้ออ้าง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน โดยไม่ได้ใช้เพื่อการควบคุมการระบาดแต่อย่างใด หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจของตนเองให้ขยายออกไป

นอกจากนี้ ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แม้จะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาผิดได้ จนทำให้การทุจริตคอรัปชั่นในช่วงของรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า ความล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ทุจริตคอรัปชั่นเพื่อตนเองและพวกพ้อง ไร้ทิศทางในการบริหารราชการแผ่นดินเหล่านี้ ถ้าปล่อยไป รังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชนจนไม่สามารถกอบกู้กลับมาได้ กลายเป็นความเสียหายถาวรต่อประเทศ โดยประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่พ่ายแพ้ต่อโควิด-19 และพ่ายแพ้ด้านเศรษฐกิจ อย่างไม่น่าให้อภัย

“พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันทีด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้มักใช้อำนาจเพื่อสั่งการจากบนลงล่าง ไม่เคารพในการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมา ต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญที่ท่านวาดหวังให้เป็นฐานรองรับเจตนาสืบทอดอำนาจ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อตัวท่านและพวกท่านเท่านั้น

พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดต้นตอของปัญหาซึ่งประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้มีผลบังคับใช้ เพื่อจัดทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่า แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกัน ให้ฝ่ายกฏหมายรวบรวมข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดีพล.อ.ประยุทธ์ โดยจะยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็น กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงโดยได้ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เชื้อโรคโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตไปจำนวนมากต่อไป

สุดท้ายนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ จึงต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆที่จะเป็นการวางกับดัก ต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป

ด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า รั้งสุดท้ายที่เราได้พบกันในสภาคือ 2 เดือนที่แล้ว ในครั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเคยถามส.ส.ในสภาว่าถึงเวลาแล้วหรือยังว่าเราจะเลือกประยุทธ์ หรือประเทศ วันนี้คำถามที่ตนเคยถามต้องถามให้ดังขึ้น รัฐบาลต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่อำนาจ หรืองบประมาณไม่เพียงพอ แต่เกิดจากความไร้ความสามารถ และวิสัยทัศน์ในการบริหาร พวกตนทั้ง 6 พรรค ไม่สามารถที่จะทนต่อไปได้อีกต่อไป

นายพิธา ระบุว่า วันนี้ต้องเอาพล.อ.ประยุทธ์ออกจากอำนาจ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ต้องการแสดงความผิดชอบต่อกาสูญเสียจากการบริหารงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกทันที ให้คนที่มีความสามารถและเชื่อมโยงกับประชาชนได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน ทั้งนี้ พรรคก.ก.ยังเรียกร้องให้มีการทำประชามติตาม พ.ร.บ.ประชามติ ว่าประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และยังเห็นถึงความจำเป็นในการแก้มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจส.ว.พรรคก.ก.ขอยืนยันว่า เราจะไม่รับข้อเสนอใดๆในการแก้รัฐธรรมนูญจากฟากรัฐบาล โดยเฉพาะข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และเรียกร้องให้พรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมมือกันตัดตอนอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์

“พรรคก.ก.ขอเสนอโรดแม็ปในการหาทางออกให้กับประเทศ ดังนี้ 1.รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ต้องยุติบทบาทการบริหารประเทศด้วยการลาออกทันที 2.จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 2 เรื่องคือ การแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดข้ออำนาจของคสช. และ 3.ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว“ นายพิธา กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า เวลาของพล.อ.ประยุทธ์ในการเป็นผู้นำในการบริหารประเทศนั้นหมดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังให้ ครม.อนุมัติเอาอำนาจในพ.ร.บ.ต่างๆของกระทรวงต่างๆให้พล.อ.ประยุทธ์มาใช้แต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ อำนาจถ้าอยู่ในมือคนดีก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าเอาอำนาจและกฎหมายมาอยู่ในมือคนโง่ก็ย่อมจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ตนไม่เห็นด้วยกับการผูกขาดอำนาจและกฎหมายไว้กับคนโง่ แต่ควรกระจายอำนาจ ตนและพรรคฝ่ายค้านขอพลังจากทุกภาคส่วนทั้งภาควิชาการ ภาคประชาสัมคม ในการแสดงออกว่าไม่ต้องการรัฐบาลที่ทำงานล้มเหลวเช่นนี้

นอกจากนี้ อยากบอกพล.อ.ประยุทธ์ว่า ท่านยังมีสิทธิเลือกว่าจะลงบบดีอย่างที่เราเรียกร้อง แต่ถ้าท่านยังดื้อด้าน คิดว่าเก่ง คิดว่าทำอะไรก็ได้ในประเทศนี้บาปกรรมอันนี้จะเหมือนผู้นำในอดีตที่ต้องลงอย่างทุกข์ทรมาน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ท่านอย่าดูถูกอำนาจของประชาชน ถ้าเขาทนไม่ได้ จิตวิญญาณแห่งการเรียกร้อง จิตวิญญาณของประชาชนจะลุกขึ้นยิ่งกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา และพฤษภาทมิฬ ท่านอย่าคิดว่าเขาจะกลัวปืน หรือกลัวตำรวจ วันที่เขาทนไม่ได้ เขาจะไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าท่านจะจับเขาเข้าคุกเท่าไหร่ คนที่อยู่ข้างนอกก็ยังจะสู้ต่อไป เพราะความเดือดร้อนมันยังไม่หมด

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่า ยังไม่เคยเห็นนายกฯคนไหนที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายเท่านี้มาก่อน อีกไม่นานเราคงเป็นรัฐล้มเหลว นี่คือความเลวร้ายของพล.อ.ประยุทธ์ มีคนถามตนว่า ประเทศตอนนี้ปกครองโดยโจรหรือคนธรรมดา ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะมีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ปกครองเหมือนโจรเพราะมีอาวุธ ตนคิดว่า ท่านมีคำตอบอยู่ในใจว่าเป็นแบบไหน นอกจากนี้ ความน่าเชื่อถือของท่านก็ไม่มีเลย สอบตก 100% เรื่องความน่าเชื่อถือ เห็นแก่ประเทศชาติท่านออกไปเถิด ตนแนะนำให้ท่านไปเป็นตลกโลก เพราะท่านถนัดอยู่แล้ว วันนี้ท่านก็ทำให้คนทั้งโลกหัวเราะเยาะท่านกันหมดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะไปยื่นร้องต่อป.ป.ช.เมื่อใด นายสมพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการอยู่ คิดว่าภายในวันสองวันนี้จะยื่นได้ และเมื่อถามว่า นายกฯควรจะเป็นใครถ้าพล.อ.ประยุทธ์ลาออก นายสมพงษ์ กล่าวว่า จะเป็นใครก็ได้ที่มาตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นคนในพรรคร่วมรัฐบาลตนก็ไม่ขัดข้อง

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon