หน้าแรก การเมือง เผาดอกไม้จันท...

เผาดอกไม้จันทน์-โปรย 25,578 รายชื่อ ‘แนวร่วม มธ.-ปชช.’ โกนหัวประท้วง ทวงเพื่อนกลับมหา’ลัย

30.04.21 | 22:07 น.

เผาดอกไม้จันทน์-โปรย 25,578 รายชื่อ ‘แนวร่วม มธ.-ปชช.’ โกนหัวประท้วง ทวงเพื่อนกลับมหา’ลัย ‘สมยศ’ โผล่ เปิดใจปมคดี

สืบเนื่องจากกรณี นางสุรีรัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และ ทนายความ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จะเข้ายื่นขอประกัน นายพริษฐ์ อีกครั้ง เพื่อให้นายพริษฐ์ที่อดอาหารประท้วงมาเป็นเวลากว่า 46 วัน ได้ฟื้นฟูร่างกาย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม ภายหลังค่ำวานนี้ (29 เม.ย.) ศาลอาญา มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดย นางสุรีรัตน์ ทำการโกนผมเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมร่ำไห้ ก่อนขึ้นไปยื่นขอประกันตัว นั้น

อ่านข่าว : 

เวลา 18.35 น.  ที่หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของประชาชนที่มาให้กำลังใจ นางสุรีรัตน์

โดย น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวถึง 3 ขอเรียกร้องของราษฎร จากนั้นกล่าวว่า เรื่องแจ้งให้ทราบสำหรับวันนี้ เรากลับมาตามสัญญาแล้ว ที่ว่าเราจะกลับมาทวงความยุติธรรมคืนให้เพื่อนเรา แต่ก็ยังไม่ได้มีการให้ประกัน ในขณะที่เพื่อนเราใกล้ตายลงทุกวัน เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า

ต่อมา นายณัฐชนนท์ ไพโรจน์ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ ตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา” โดยมีสมาชิก แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ อีก 6 คนนั่งเรียงแถวอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า

นายณัฐชนนท์ กล่าวว่า เป็นเวลานานนับไม่ได้ ที่เพื่อนเรายังไม่ได้รับการปล่อยตัว จวบจน ณ ตอนนี้ ดังนั้น วันนี้คุณแม่สุ ได้โกนหัวประท้วง พวกเราทั้ง 7 คน ขอร่วมกันโกนหัวประท้วงต่อความอยุติธรรมร่วมไปกับแม่สุด้วย เราจะไม่ยอมให้คุณแม่โกนหัวประท้วงเพียงผู้เดียว เราจะโกนหัวประท้วง พร้อมให้กำลังใจแม่ๆ ด้วย

“เพนกวินเขาคือนักสู้เพื่อประชาธิปไตย สู้เพื่อให้เราอยุ่ดีกินดี ต่อสู้กับกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ผู้คนที่มีอำนาจ และความเหลื่อมล้ำในสังคม” นายณัฐชนนท์ กล่าว

เวลา 18.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ทั้ง 7 คน นั่งรอปัตตาเลี่ยน ที่จะใช้โกนหัว

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งเพิ่งได้รับการประกันตัวชั่วคราว ปรากฏตัวที่การชุมนุมหน้าศาลอาญา

นายสมยศกล่าวว่า ตนขออนุญาตถอดหน้ากาก กลัวว่าตำรวจสันติบาลจะจำหน้าไม่ได้ นี่คือคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข ตัวจริงเสียงจริง เผื่อว่าท่านจะไปดำเนินคดีเพิ่มเติม หรือแม้กระทั่งถอนประกัน เพื่อให้เข้าไปอยู่ในคุกอีกรอบ จะได้ไม่ผิดตัว

“ผมตัดสินใจมาทันทีโดยไม่ชักช้า และไม่ลังเลใจ คุณหมอทศพรขอให้ผมอยู่อีก 7 วัน แต่ทนไม่ได้ ถ้าจะติดโควิดตายก็ยินดี แต่วันนี้ต้องมา มาเพราะเห็นแม่เพนกวินโกนหัวตามสื่อโซเชียลมีเดีย ผมก็กลั้นน้ำตาไม่ไหว และไม่ใช่ครั้งแรก แต่หลายครั้งที่เห็นแม่เพนกวินต้องหลั่งน้ำตา ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมจึงมานั่งคิด หากมีอะไรดลบันดาลได้ ผมอยากให้น้ำตาแม่เพนกวิน ไปเป็นน้ำกรดรดหัวใจ ให้ได้รับรู้ความยุติธรรมที่ว่านี้

พวกเราไปรายงานตัวทุกครั้ง คดีนี้มีความพิสดาร และผิดปกติ หมายถึงความไม่ชัดเจนในการดำเนินคดีตั้งแต่ต้น พนักงานสอบสวนใช้เวลา 1 เดือนรวบรวมข้อมูล อัยการใช้เวลาเพียง 5 วัน ซึ่งมี 27 สำนวน และหนามาก เชื่อว่าไม่มีทางอ่านครบ โดยส่งไปที่ศาลทันที ผมจึงเตรียมตัวพร้อม ใส่รองเท้าแตะมา ซึ่งวันนั้นไม่ให้ประกันตัว ส่วนเหตุที่ว่า เกรงว่าจะหลบหนี ซึ่งเรายังไม่ได้หลบหนี เหตุใดจึงไม่ให้ประกันตัว แต่คดี กปปส. ยังได้ประกันตัว ผมอยากถามนักกฎหมายทั่วโลก” นายสมยศกล่าว

เวลาประมาณ 19.00 น. ประชาชนทยอยเข้ามาขอโกนผม รวมกว่า 15 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีประชาชนข้ามเพศร่วมด้วย

โดยนายสมยศ ทำการโกนผมให้นายณัฐชนนท์ ขณะที่ประชาชนโกนผมให้เพื่อน ทั้งนี้ สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า และ สมณะดาวดิน เดินทางมาร่วมทำการโกนผมให้ประชาชนอีกด้วย ท่ามกลางวงล้อมของประชาชน ผมที่ร่วงหล่นลงบนป้ายผ้า ระบุข้อความว่า “ปล่อยนักศึกษากลับมหาลัย” และเสียงกลองของ “คณะราษดรัม” กระหน่ำรัวอย่างต่อเนื่อง

บางรายแต่งกายด้วยชุดนักโทษ พร้อมห้อยป้ายข้อความส่วนหนึ่งของ “บทเพลงของสามัญชน”ว่า “ความคิดไม่อาจขัง เพียงผนังไม่อาจกั้น เพียงรอยขีดคอยกีดกัน ใช่ลบฝันที่เรามี”

ประชาชนชายรายหนึ่งกล่าวว่า มาร่วมโกนผม เพราะอยากให้ประเทศไทยเจริญ อยากให้หยุดทำลายชาติบ้านเมือง ไม่ให้บ้านเมืองปกครองด้วยความไม่ยุติธรรม อยากจะพิทักษ์ธรรม

ประชาชนชาอีกราย เปิดเผยว่า ทนไม่ได้ทนไม่ได้จริงๆ ตนทนไม่ได้กับการที่เห็นรูปที่แม่โกนหัว ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากเป็นกำลังใจให้แม่ “แม่ไม่ได้สู้อยู่คนเดียว มีพวกผมมีน้องๆร่วมสู้อยู่กับคุณแม่”

ต่อมา นายณัฐชนน กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่มกันโกนผม มากกว่า 10 คน

“เราขอประท้วงความยุติธรรมในประเทศนี้ ด้วยการโกนผม ผมที่อยู่ตรงนี้เราจะนำไปใช้ในกิจกรรมต่อไป” นายณัฐชนนกล่าว

เวลา 20.00 น. น.ส.เบนจากล่าวว่า ดูเถิดว่า ประชาชนเรียกร้องอะไรอยู่ ได้โปรดคืนความยุติธรรมให้กับเรา

“หลังจากนี้เราขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรม โดยการเชิญชวนทุกท่าน ณ ที่แห่งนี้มาร่วมกันเผาดอกไม้จันทน์ เพื่อไว้อาลัยให้กับความยุติธรรม”

“สิ่งนี้อาจจะไม่ใช่อาวุธร้ายแรง นี่ไม่ใช่ปืน นี่ไม่ใช่ระเบิด นี่ไม่ใช่ประทัด นี่เป็นเพียงดอกไม้จันทน์ดอกหนึ่ง แต่หารู้ไม่ว่ามันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ผิดหวังต่อรัฐบาล ต่อผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในประเทศนี้ ที่ไม่รู้จักฟังเสียงของประชาชน ขอเผาดอกไม้จันทน์เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ขอให้ประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นส่งสิ่งนี้ให้ไปไกลทั่วโลก มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน มีเพื่อนประเทศไหน ส่งกระจายออกไปให้มากที่สุด ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของเรา” น.ส.เบนจากล่าว

จากนั้น ประชาชนนำดอกไม้จันทน์มาเผา ก่อนหย่อนใส่ถังปี๊บ โดยใกล้กัน ยังมีการเขียนข้อความด้วยชอล์ก บริเวณพื้นถนน ระบุข้อความ อาทิ “คุณก็คน เราก็คน ทำไมไม่เท่ากัน” รวมถึงการจับกลุ่ม จุดเทียนไว้อาลัย

นอกจากนี้ยังมี พ่อค้าแม่ขาย หน่วยซีไอเอ มาตั้งร้านค้าขายอาหาร และสินค้าเป็ดเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มราษฎร อีกด้วย

น.ส.เบนจากล่าวว่า ขอบคุณที่ยังสู้ต่อ แล้วยังมีหวัง หลายคนถามว่าไม่ห่วงอนาคตตัวเองหรือ แต่ก็เพราะประเทศนี้ไม่มีความหวังแล้ว ความหวังเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เผด็จการต้องการ คือทำให้เราหมดหวัง เพราะเมื่อเราหมดหวัง เขาก็จะกดหัวเรา

“อยากให้รู้ว่า ตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้ เผด็จการก็ไม่มีวันชนะ ต่อให้จับเพื่อนเราไปขัง แต่เชื่อเถอะว่า เมื่อไหร่ที่เราชนะ เมื่อนั้นเผด็จการจะไม่มีวันกลับมาชนะเราได้อีก นี่คือกฎธรรมชาติ เราทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว มีวัฒนาการ ฝืนธรรมชาติไม่ได้ หากยังไม่มีการปรับตัว เมื่อนั้นธรรมชาติจะเป็นคนคัดสรรเอง” น.ส.เบนจากล่าว

จากนั้น น.ส.เบนจา อ่านหนังสือ เรียนถึง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องการเสริมสร้างและดำรงซึ่งกระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีทางการเมือง มีเนื้อหากล่าวถึงหลักการ ที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่ผิด จนกว่าจะมีการตัดสิน และกล่าวถึงยอด 25,578 รายชื่อ ที่ประชาชนร่วมสนับสนุนแคมเปญ “ราชอยุติธรรม” ต่อด้วยการกล่าวเชิญชวนมวลชน ให้ช่วยกันส่งรายชื่อเหล่านี้เข้าไปข้างในรั้ว เนื่องจากไม่มีผู้ออกมารับหนังสือ โดยประชาชนร่วมกันโปรยข้ามรั้ว

น.ส.เบนจากล่าวต่อว่า งวดก่อนหน้าได้อ่านกลอน “หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน” วันนี้มีอีก 1 บทกลอน

โดยอ่านกลอน “เพื่อนเอ๋ย” มีใจความ ถึงคำมั่นสัญญา ว่าเพื่อนจะเดินต่อ แม้จะท้อ แม้ปลายทางจะห่างไกล แม้ว่าการก้าวต่อไปจะแสนลำเค็ญ

“แต่เธอไม่ได้เดียวดายใต้ฟ้ากว้าง และฟ้าไม่ได้อ้างว้างอย่างที่เห็น หากเธอเลือกเส้นทางอย่างที่เป็น เธอจะเห็นว่าผองเพื่อนก็เคลื่อนพล และเธอจะเห็นว่าผองเพื่อนก็เคลื่อนพล” น.ส.เบนจากล่าว

น.ส.เบนจากล่าวต่อว่า เราจะกลับมาใหม่ พร้อมกับ 100,000 รายชื่อ เราจะประกาศว่า แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จะยังคงอยู่ หยุด ขัง หน้าศาลฎีกา และขอประกาศว่า หากท่านใดสนใจ สามารถไปร่วมพักกันได้

“เราจะปักหลักกันอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะคืนความยุติธรรมให้เพื่อนของเรา เราจะกลับมาพร้อม 100,000 รายชื่อ แล้วดูว่าจะฟังเสียงของประชาชนหรือไม่” น.ส.เบนจากล่าว ก่อนยุติกิจกรรมในเวลา 20.07 น.

อ่านข่าว :