‘นิพิฏฐ์’ ยัน แม้หนุน 112 ยังคงอยู่ แต่ก็ไม่ต้องการให้ใครถูกจองจำเพราะความคิด

1.05.21 | 12:47 น.

“นิพิฏฐ์” ยัน แม้เห็นด้วยกับ 112 แต่ก็ไม่ต้องการให้ใครถูกจองจำเพราะความคิด เสนอรัฐ ต้องหาพื้นที่ตรงกลางและปลอดภัย ให้คนรุ่นใหม่ได้พูดอย่างมีวิจารณญาณ  

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความถึงกรณีเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดข้าวประท้วง การไม่ได้รับสิทธิประกันตัว จนเกิดอาการบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาและตรวจสุขภาพ ที่โรงพยาบาล โดยระบุว่า


-ผมเคยแสดงความเห็นต่างกับเพนกวิน 2-3 ครั้ง ทั้งประเด็นมาตรา 112, ประเด็น คนเท่ากัน และ ประเด็นเอาอาหารสุนัขไปให้ตำรวจ

แต่เมื่อเพนกวินถูกจองจำ ผมก็เคยบอกวิธีแก้ปัญหาในการขอประกันตัว แต่เพนกวินไม่ใช้วิธีนั้น ผู้ต้องขังบางคนนำไปใช้ ก็ได้ประกันตัวออกมา

-เพนกวินจะใช้วิธีแบบที่ผมว่าหรือไม่ เป็นสิทธิทางคดี และเป็นสิทธิในเนื้อตัว ร่างกาย ผมก็เคารพในสิทธินั้น และไม่อาจก้าวล่วงได้

Advertisement

-แต่ถามว่า ผมพอใจในสภาพของเพนกวินขณะนี้หรือไม่ ตอบได้ว่า ไม่พอใจหรอก ผมไม่ปรารถนาให้ใครต้องถูกจองจำในความเห็นต่างทางความคิดเลย แน่นอนว่า ความเห็นในมาตรา 112 ของผมกับเพนกวิน ต่างกันสุดขั้ว ผมปรารถนาให้มาตรา 112 ยังคงอยู่ และผมมั่นใจเต็มร้อยว่ามาตรา 112 ไม่เป็นปัญหาสำหรับผมเลย ถ้าจะว่าไปแล้ว ประมวลกฎหมายอาญาตั้งแต่มาตรา 1 ถึงมาตรา 398 (ซึ่งเป็นมาตราสุดท้าย) ก็ไม่มีสักมาตราที่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของผม

– หากมาตรา 112 ไม่เป็นที่ปรารถนาของเพนกวิน (และพรรคพวก) ผมว่ารัฐควรหาพื้นที่เป็นกลาง และ ปลอดภัย ให้เพนกวิน (และพรรคพวก) ได้พูดว่า เขาต้องการเห็นมาตรา 112 เป็นอย่างไร แต่เช่นเดียวกัน ผมก็พูดเสมอว่า เราไม่ควรพูดเรื่องนี้กันในที่สาธารณะ ไม่สมควรพูดกันที่ราชประสงค์, ไม่สมควรพูดบนถนนราชดำเนิน หรือแม้แต่นำไปพูดหน้าสถานทูต ทำไมที่ผมกล่าวว่า เราไม่ควรพูดในที่สาธารณะ ก็เพราะคนบางส่วน ยังไม่มีวิจารณญาณที่เพียงพอในการแยกแยะว่า สิ่งไหนเป็นการหมิ่นประมาท สิ่งไหนเป็นการต้องการปฏิรูป ตามที่พูดๆ กันอยู่

วิจารณญาณที่ผมว่า ต้องอาศัยประสบการณ์ อาศัยความรู้ทางกฎหมาย และที่สำคัญต้องอาศัยวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันเป็นประเทศ

-ผมต้องการเห็นอนาคตของเด็กเหล่านี้ ได้เติบโตสมวัย แข็งแรง สติปัญญาดี วุฒิภาวะสมส่วน และเป็นกำลังในการสร้างประเทศ ผมไม่ปรารถนาแม้แต่น้อยที่จะเห็นชีวิตของเขาอยู่ในเรือนจำ ผมคงเตือนเขาไม่ได้แล้ว แต่ครั้งนี้ ผมขอเตือนผู้สูงวัยด้วยกันที่ผ่านประสบการณ์ และเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองมาหลายครั้ง โปรดแนะนำให้เด็กได้ใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับวัย ทั้งในวัยปัจจุบัน และวัยในอนาคต อย่าแนะนำอะไรที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน ในทางกลับกันหากผู้สูงวัยที่มีประสบการณ์ แนะนำเด็กให้สู้ด้วยวิธีการเหมือนที่ผ่านมา ลองเอาผู้สูงวัยไปอยู่ในเรือนจำและปล่อยเด็กออกมา และให้เด็กไปตะโกนหน้าเรือนจำว่า “ปล่อยพี่เรา, ปล่อยลุงเรา, ปล่อยปู่เรา” ลองดูซิว่า คุณพี่ คุณลุง คุณปู่ จะว่าอย่างไร

-สังคมที่แตกแยกกันอย่างนี้ ไม่ใช่สังคมที่น่าอยู่หรอกครับ และเราไม่ควรสร้างชาติ สร้างบ้านเมือง ด้วยสังคมแบบนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคก็ไม่สมควรสร้างบ้านเมืองด้วยสังคมที่เป็นแบบนี้ แต่ผมยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดแสดงเจตนายุติความขัดแย้งนี้ มีแต่สนับสนุนให้สู้กันชนิดพังกันไปข้างหนึ่งทั้งนั้น ผมแสดงความเห็นอย่างนี้ แน่นอนว่า ผู้ที่ “สุดขั้ว” ทั้งสองฝ่ายมีแต่ก่นด่าผม เพราะสังคมวันนี้ หาพื้นที่กลางๆ ยาก มันต้องแยกขั้วกันไปข้างใดข้างหนึ่ง แต่ผมเคยบอกหลายครั้งว่า “ผมไม่ใช่นักประชาธิปไตย” แต่ผมเป็นนัก “เสรีนิยมประชาธิปไตย” ที่ผมแสดงความเห็นอย่างนี้ก็อย่าว่าผมเลย ผมขออาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้ด้วยคน อย่ามีใครมาไล่ผมเลย