“จตุพร” ชม “ธนะศักดิ์” กล้าประกาศปล่อยวางอำนาจ แนะคนยึดอำนาจควรศึกษาเอาแบบอย่าง ชี้ “ประยุทธ์” ควรประกาศให้ชัดว่าจะลง ลต. หรือจะเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่
เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ ประกาศไม่เล่นการเมือง ต้องการมีชีวิตของตัวเองอย่างมีอิสระ และต้องการพักผ่อน ซึ่งเป็นแบบอย่างของผู้มีอำนาจที่มาจากการยึดอำนาจ โดยบุคคลเช่นนี้มีน้อยมากที่ทำรัฐประหารได้อำนาจแล้วรู้จักพอ เพราะส่วนใหญ่อยากมีอำนาจเพิ่มไม่มีสิ้นสุด และหลายคนที่มีอำนาจขณะนี้ ควรคิดนำมาเป็นบทเรียนการรู้จักพอในอำนาจ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะอดทนอยู่ในอำนาจเพื่อผลประโยชน์ของประเทศที่ยิ่งใหญ่นั้น ในทางกลับกันแล้ว ควรคิดว่า ประชาชนต้องอดทนได้ด้วย ดังนั้น การอดทนอย่าได้คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียสละ เพราะจะทำให้มองคนอื่นไม่เสียสละ แล้วเชื่อว่าตัวเองเป็นคนถูกคนเดียว ซึ่งจะทำให้การครอบครองอำนาจเป็นทุกข์
นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์รู้ดีถึงอำนาจเริ่มปรากฏปัญหาขึ้น โดยไม่สามารถมอบตำแหน่งให้ผู้ร่วมยึดอำนาจมาด้วยกันตามความต้องการของทุกคนได้ ยิ่งการปรับคณะรัฐมนตรี กลับมีคนปฏิเสธเข้ามาร่วมด้วย จึงอธิบายสถานการณ์ปัญหาทางอำนาจได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ กรณีจะเข้าสู่ตำแหน่งนายกฯคนนอก หรือมาจากพรรคการเมืองก็ตาม หากอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ย่อมไม่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะนายกรัฐมนตรีคนนอก ถ้าไม่มีเสียง ส.ส. เกินครึ่งสภามาสนับสนุนแล้ว ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือนายกฯจากพรรคการเมืองก็ต้องไปติดขัดและเกิดปัญหาในวุฒิสภา อีกทั้งต้องถูกองค์กรอิสระคอยขัดขวางการทำงานเช่นกัน ดังนั้น ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้จึงมีแต่การสร้างวิกฤตชาติขึ้นมา ส่วนที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช. ซึ่งเป็นกองเชียร์อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เสนอให้พรรคการเมืองไม่ต้องหาเสียงเลือกตั้ง โดยให้แจกเพียงใบปลิวหาเสียงตามแบบการเลือกตั้ง ส.ว. จึงเป็นแนวคิดที่เลอะเทอะกันไปใหญ่ และเป็นข้อเสนอที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อีกทั้งแสดงการกลัวประชาชนจึงไม่กล้าหาเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายไพบูลย์เสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกนั้น พล.อ.ประยุทธ์ควรออกมาปรามแนวคิดแบบเลอะเทอะนี้ รวมทั้งท่านต้องกล้าประกาศออกมาให้ชัดเจนว่า จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกหรือไม่ หรือจะตั้งพรรคการเมือง เพราะประชาชนจะได้รู้ท่าทีชัดเจนถึงคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้นเป็นใคร

