‘เครือข่ายแรงงาน’ เยือนทำเนียบ ประกาศเจตนารมณ์ ‘วันกรรมกรสากล’ ซัดรัฐ ผลักภาระ-ไม่ยอมรับผิด จี้ 8 ข้อเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เนื่องในวันแรงงานสากล เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน รวมตัวกันจัดกิจกรรม อ่านแถลงการณ์ “ประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันกรรมกรสากล”
โดยเวลา 09.00 น. มีการติดป้าย “May Day 2021 วันแรงงานสากล แรงงานทั้งผองจงรวมกันเข้า!” ที่รั้ว ทำเนียบ
เวลา 09.09 น. มีการแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และเฟซชิลด์ ให้กับผู้เข้าร่วมงาน เพื่อป้องกันโรคระบาดโควิด-19 พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน ให้เว้นระยะห่าง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยตลอดการทำกิจกรรม
ต่อมาเวลา 09.31 น. เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เริ่มทำกิจกรรมโดยยืนเว้นระยะ และชูป้ายข้อความสีแดงขนาดใหญ่ ระบุข้อความ “เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน Labour Network for People’ Rights พื้นที่สมุทรปราการ” ไปจนถึงป้าย อาทิ “ตัดงบทหาร สร้างสวัสดิการประชาชน ปล่อยเพื่อนเรา” “การได้ประกันตัว เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน” “แรงงานไม่ทน ท้าชนผด็จการ” “รัฐล้มเหลว เพราะระบอบประยุทธ์” “เซอร์ไพรส์นโยบาย พลังประชารัฐ” “มารดาประชารัฐ ถ้วนหน้า ดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์” “เบี้ยยังชีพผู้สุงอายุ เปลี่ยนเป็นบำนาญ 3,000 ถ้วน” เพื่อเรียกร้องรัฐสวัสดิการซึ่งพรรคพลังประชารัฐและพรรคร่วมรัฐบาลเคยหาเสียงช่วงเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวผู้ต้องหาทางการเมือง ขณะที่ผู้ร่วมกิจกรรมทยอยรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ธนพร วิจันทร์ หรือไหม ตัวแทนเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ ของพี่น้องแรงงานทั้งโลก ที่จะต้องออกมาสะท้อนปัญหาของรัฐบาลที่มาจากเผด็จการ บริหารประเทศผิดพลาด ส่งผลต่อแรงงานจำนวนมาก และเราเจอสถานการณ์นี้มา 2-3 รอบ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คือข้อผิดพลาดที่พี่น้องแรงงานไม่สามารถยอมรับได้ สถานการณ์เลวร้าย และเศรษฐกิจไม่สามารถเดินไปได้
เราต้องมาประกาศเจตนารมณ์ เนื่องในวันกรรมกรสากล เพื่อแสดงความต้องการของพวกเราว่า ปัญหาในวันนี้ของประเทศไทย คือ ไม่ว่าแรงงานชาติไหน รัฐบาลไทยห็ยังทิ้งพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ม.33 ประกันสังคม เรารักกัน ที่ไม่ได้รับสิทธิเยียวยา ทั้งที่เสียภาษี ทำงานสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศ คือปัญหาสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ ที่บริหารงานมาตั้งแต่รัฐประหาร แต่ประเทศไม่มีความเจริญ
“สิ่งที่ประชาชนได้รับ บาดแผลเฟะแล้ว มาตรการที่จะมาดูแล กลับไม่ได้ฟังเสียงของพวกเราเลย โดยเฉพาะวัคซีนที่มีคุณภาพ หากสามารถเข้าถึงได้ ประชาชนจะสามารถออกมาดำเนินชีวิตได้ปกติ หลายประเทศ ฉีดวัคซีน ดูแลประชาชน จนออกมาใช้ชีวิตประจำวันได้แล้ว แต่ทำไมรัฐบาลไทยไม่สามารถทำได้
มีแนวโน้มจะไปกู้เงินอีกแล้ว อยากให้จับตาว่า กู้มาทำอะไร กู้มารอบแรก เราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร สิ่งที่ได้มาอีก คือโรคระบาด เมื่อเกิดเหตุ ก็ผลักภาระ บอกประชาชนหละหลวม ไม่ดูแลตัวเอง แต่ไม่เคยยอมรับว่าตนเองบริหารประเทศผิดพลาด จนเกิดวิกฤตขึ้นแบบนี้” น.ส.ธนพรกล่าว
จากนั้น ตัวแทนกลุ่มสังคมนิยมแรงงาน กลุ่มแอนตี้ฟาสซิสต์ และกลุ่มแรงงานข้ามชาติ สลับกันขึ้นปราศรัย โดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งเพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากคดีทางการเมือง กล่าวว่า วันนี้วันกรรมกรสากล กรุณาอย่าเรียกวันแรงงานแห่งชาติ เพราะวันแรงงานแห่งชาติ หมายถึงชาติอื่นๆ กรรมกรไม่ใช่ประเทศใด ประเทศหนึ่ง แต่คือคนทั้งโลก ความเป็นมา มาจากการตอสู้ร่วมกันของกรรมกรหลายโรงงาน หลายประเทศพร้อมกัน ระหว่าง 28 เม.ย. – 3 พ.ค. โดยเฉพาะวันที่ 1 นั้น เกิดจากการที่มีผู้นำแรงงานนัดหยุดงานที่อเมริกา จนถูกสั่งประหารชีวิต
ต่อมามีการยืนไว้อาลัยกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อน โดยยืนเป็นเวลา เกือบ 2 นาที ก่อนตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา” 3 ครั้ง
น.ส.ธนพรกล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยต้องเป็นประชาธิปไตย ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจของประเทศก็จะอยู่กับกลุ่มคนเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ พวกเรา 99 เปอร์เซ็นต์ได้รับผลกระทบหมด ทุกสาขาอาชีพ
จากนั้น น.ส.ธนพรกล่าว อ่านประกาศเจตนารมณ์ เนื่องในวันกรรมกรสากล 1 พฤษภาคม 2564 โดยเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ความว่า
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 (Covid-19) ตั้งแต่ระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 มาถึงระลอกที่ 2 เมื่อปลายปี 2563 และระลอกที่ 3 เมื่อเดือนเมษายน 2564 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อประชาชนคนทำงานทุกสาขาอาชีพ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแรงงานมากมายต้องสูญเสียงานประจำ แล้วหันไปทำงานใหม่ที่มีความมั่นคงน้อยกว่า เพื่อพยุงปากท้องต่อ บางคนยังคงตกงาน บางคนต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างที่มีคำประกาศปิดกิจการชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าชดเชย และอีกหลายคนที่จำต้องตัดสินใจปลิดชีวิตตนเองและครอบครัวแทนคำประกาศยอมแพ้ต่อวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำที่รัฐบาลก่อขึ้น

ในขณะที่ต่างประเทศสามารถบริหารจัดการให้ประชาชนของตนเอง เข้าถึงวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ประเทศไทยกลับเกิดการระบาดระลอกที่ 3 ในเดือนเมษายน 2564 โดยที่รัฐบาลยังใช้วิธีรับมือแบบ ‘ขายผ้าเอาหน้ารอด’ ไปแต่ละวัน ราวกับไม่ได้เรียนรู้อะไรในระยะเวลามากกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเลย ประชาชนยังคงต้องเจียดค่ากับข้าวมาซื้อหน้ากาก ซื้อเจลล้างมือเอง ซ้ำยังถูกกีดกันด้วยเงื่อนไขมากมายไม่ให้เข้าถึงการตรวจและรักษาโรค
ที่สำคัญ ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียนจองวัคซีน รัฐบาลก็ไม่สามารถหาเหตุผลที่หนักแน่นมากพอมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า เหตุใดเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จาก ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ จึงซื้อได้แค่วัคซีนคุณภาพต่ำไม่กี่โดสมาฉีดให้ประชาชนเท่านั้น
อาจกล่าวได้ว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มองวิกฤตการณ์โควิดที่ประชาชนหลายคนกำลังทุรนทุรายด้วยพิษเศรษฐกิจ หลายคนเสียชีวิตจากโรคโดยไม่มีโอกาสแม้แต่เข้าถึงการตรวจหาเชื้อ ว่าเป็นข้ออ้างชั้นดีในการควบคุมฝูงชนมิให้ออกมาชุมนุมกดดันรัฐบาลเท่านั้น
มิพอยังพยายามป้ายความผิดพลาดของการควบคุมการแพร่ระบาดแต่ละครั้งมายังคนงานผู้หาเช้ากินค่ำและประชาชนเจ้าของภาษีอีกด้วย ทั้งที่คลัสเตอร์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ค่ายมวย บ่อนการพนัน พื้นที่ชายแดน สถานบันเทิง ฯลฯ ล้วนมาจากชนชั้นนำและความบกพร่องในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น
เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ในฐานะคนทำงานทุกสาขาอาชีพซึ่งนับเป็นประชากรมากถึง 99 เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศ จึงขอแสดงความไม่เห็นด้วยต่อประกาศของรัฐ ที่มีมติเห็นชอบให้งดจัดกิจกรรมเนื่องในวันกรรมกรสากล 2564 โดยอ้างเรื่องการควบคุมโรคระบาด เพราะการระบาดโควิด-19 ไม่เคยมีการระบาดครั้งไหนเริ่มมาจากประชาชนก่อน
เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนยืนยันจะจัดกิจกรรมปราศรัยแสดงเจตนารมณ์ ณ หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อส่งเสียงแทนประชาชนที่กำลังจะอดตายและกำลังจะตายด้วยโรคระบาดให้ดังไปถึงสองหูของผู้มีอำนาจทุกคน ทุกภาคส่วน เพื่อให้เร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องเร่งด่วนเนื่องในสถานการณ์โรคโควิด ดังนี้
1. รัฐบาลต้องจัดสรรให้ประชาชนทุกคน-ทุกสัญชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่มีค่าใช้จ่าย
2. รัฐบาลจะต้องจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาฉีดให้กับประชาชน ในอัตราไม่ต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ภายในระยะเวลา 3 เดือน โดยพิจารณาฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มแรงงานสำคัญ (essential worker) เป็นลำดับต้นๆ
3. ให้รัฐบาลจัดสรรเงินเยียวยาถ้วนหน้าให้ประชาชนทั้งชาวไทยและข้ามชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นเงินคนละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน รวมคนละ 15,000 บาท
4. รัฐบาลต้องรักษาระดับการจ้างงาน รวมถึงให้นายจ้างส่งเสริมให้ลูกจ้างสามารถทำงานในสถานประกอบการได้อย่างปลอดภัยภายใต้สถานการณ์เสี่ยง

5. รัฐบาลต้องประกาศลดค่าสาธารณูปโภค รวมถึงให้ประสานกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทสินเชื่อ เพื่อออกมาตรการพักชำระดอกเบี้ยอาคารที่อยู่อาศัยและยานพาหนะเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 3 เดือน
6. รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาการจ้างงานยืดหยุ่น เสี่ยง และไม่มั่นคง (precarious work) โดยเฉพาะการจ้างงานบนแพลตฟอร์มที่บริษัทพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในฐานะนายจ้าง โดยไม่ตีความแรงงานแพลตฟอร์มเป็นคนงานอิสระหรือแรงงานนอกระบบ
7. รัฐบาลต้องคืนสิทธิแรงงานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับสู่ผู้ค้าบริการทางเพศ (sex worker) ด้วยการยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539
8. รัฐบาลต้องไม่ใช้สถานการณ์โควิดเป็นข้ออ้างในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ฉะนั้น รัฐต้องปล่อยผู้ต้องหาคดีทางการเมืองจำนวน 17 รายออกจากเรือนจำทันที และคืนสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องหาทุกคนได้สู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ให้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการลาออกทันที เปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือมีสิทธิแก้ไขได้ทุกมาตรา
เราจะเปล่งเสียงจนกว่าจะผู้มีอำนาจจะรับฟัง
เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน
1 พฤษภาคม 2564
วันกรรมกรสากล
ในปีที่โรคระบาดและหนี้สินกำลังกัดกินคนงาน
ก่อนประกาศสิ้นสุดกิจกรรม ในเวลา 11.00 น.



