‘วิโรจน์’ แนะบิ๊กตู่ หาเตียงให้ไวเท่าจัดตู้คอนเทนเนอร์ขวางม็อบ จวกรัฐ ‘เอาแต่โทษประชาชน’

‘วิโรจน์’ แนะบิ๊กตู่ หาเตียงให้ไวเท่าจัดตู้คอนเทนเนอร์ขวางม็อบ จวกรัฐ ‘เอาแต่โทษประชาชน’

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่สถานี Peace Tv กลุ่มสามัคคีประชาชนเพือประเทศไทย จัดเวทีไทยไม่ทน โดยเป็นการปราศรัยในรูปแบบออนไลน์

ในตอนหนึ่ง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ความน่ากลัวของโควิด-19 ไม่ใช่แค่หากใครคิดเชื้อแล้วอาจเสียชีวิตได้เท่านั้น แต่ยังเอาโรคไปแพร่ติดคนที่รักด้วย โดยเฉพาะญาติมิตรคนในครอบครัวและที่เลวร้ายคือหากติดผู้สูงอายุก็เสี่ยงที่จะอันตรายถึงชีวิตได้ ขณะที่ในยุโรปตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่าเอเชีย นักวิชาการสนใจว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากอะไร ทั้งสภาพอากาศและภูมิต้านทาน แต่ หากมองมาที่ประเทศไทยถือว่าคนไทยให้ความร่วมมือร่วมใจกับมาตรการภาครัฐ แม้ต้องเสียสละรายได้และอื่นๆ แต่รัฐบาลก็โยนภาระหรือโทษประชาชนตลอดมา ขณะที่การระบาดแต่ละรอบเกิดจากความหละหลวม ปล่อยปละละเลย ทั้งสถานบันเทิง บ่อนการพนัน หรือแรงงานข้ามชาติ แต่รัฐบาลไม่เคยโทษตัวเอง และวันนี้ผู้ที่ต้องแบกรับจนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็คือประชาชนนั่นเอง

นายวิโรจน์กล่าวว่า สถานการณ์นี้จะเอามาเป็นผลงานรัฐบาลไม่ได้ และ พล.อ.ประยุทธ์เคลมเป็นผลงานไม่ได้ แต่ต้องเอาสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำมาชี้วัด เพราะโรคระบาดเกิดขึ้นมากกว่า 1 ปีแล้ว รัฐบาลควรเตรียมตัวได้ดีกว่านี้ ทั้งการจัดหากระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีน วันนี้มีแต่ ‘วัคซีน ซิโนเเวค’ ซึ่งไม่ต้องเถียงกันแล้วว่าป้องกันอาการของโรคไม่ให้ลุกลาม แต่ไม่ได้ป้องกันการระบาด หรือเรียกสั้นๆ คือ “กันตายไม่กันติด” เพราะฉีดไปแล้วยังมีสิทธิแพร่ระบาดได้ ส่วน astrazeneca ต้องรอเดือนมิถุนายน ฉีด 2 เข็ม 300 กว่าบาทราคาถูกมาก แต่ทำไมประชาชนถึงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนที่เร็วกว่านี้เพื่อลดการสูญเสีย นั่นเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้เตรียมการจัดหาวัคซีนที่ดีพอ รวมถึงการจัดหาเตียงดูแลผู้ติดเชื้อ แม้แต่สายด่วน 1668 ของรัฐบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เป็นจิตอาสามีแต่ปากกาลูกลื่นกับกระดาษ A4 จึงขอตั้งคำถามว่า อนุมัติงบ 100 กว่าล้านให้ตำรวจไปปราบม็อบทำได้ แต่ทำไมงบประมาณปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์สายด่วน 1668 ถึงทำไม่ได้ ซึ่งยังไม่นับเครื่องออกซิเจนของโรงพยาบาลเครื่องหนึ่งราคาราวสองแสนกว่าบาท 1,000 เครื่อง 200 ล้านบาท ทำไมอนุมัติงบกลางให้ไม่ได้เพื่อช่วยชีวิตและลดอัตราการตายให้ได้มากที่สุด

จัดหาเตียงให้มันเร็ว เหมือนจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ไว้สกัดม็อบหน่อยเถอะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไมไมต้องให้ประชาชนรอ ทั้งรอผลตรวจ รอคิว รอเตียง รอความตาย พล.อ.ประยุทธ์ต้องกลับเนื้อกลับตัวฉุกคิดได้แล้ว เพราะโรคนี้แข่งกับเวลา จึงควรจะเร่งจ่ายยา แม้ว่าผู้ป่วยมีอาการเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งราคายาเท่าไหร่ก็ต้องเร่งจ่าย เพราะถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับชีวิตของประชาชน รวมถึงเครื่องช่วยหายใจที่อัตราการใส่เครื่องช่วยหายใจ ทำให้รอดชีวิตถึง 3 ใน 4 คน มันถึงเวลาแล้วที่ท่านต้องเพิ่มศักยภาพในการตรวจ เพราะการระบาดมันชุกแล้ว จะมาตรวจวันหนึ่งไม่เกิน 20,000 ไม่ได้อีกแล้ว ต้องเร่งตรวจเชิญรุก ต้องหาวิธีตรวจที่รู้ผลได้รวดเร็ว แต่วันนี้การเบิกยา การหาเตียงก็ยากและที่สำคัญคือ วันนี้ที่รัฐบาลยังไม่พูดออกมาคือ จะเยียวยาประชาชนอย่างไร คุณจะจ่ายเงินให้เขาอย่างไร การเยียวยาไม่ใช่การช่วยเหลือประชาชนอย่างเดียว แต่อีกมิติหนึ่ง ประชาชนต้องกินต้องใช้ ลูกต้องกินนม พ่อแม่ต้องกินข้าว คุณสั่งเขา แต่คุณไม่คำนึงถึงชีวิตของเขา ไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของเขา ขอเตือนเลยว่า ถ้ายังมีภาพที่ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ไปออกันที่หน้าธนาคารอีก เพราะไม่ใช่ทุกคนในประเทศนี้มีสมาร์ทโฟน ถ้ายังทำแบบเดิมจะเกิดการระบาดครั้งใหญ่และจะเป็นการระบาดที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้สูงอายุด้วย ซึ่งความเสียหายจะมหาศาล” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจทำงานมากกว่านี้คงจะติดโควิดน้อยกว่านี้ ถ้าฟังคนรอบข้างมากกว่านี้ประชาชนก็จะตายน้อยกว่านี้ ถ้าจะเอาความโชคดีที่เกิดขึ้นทั้งที่ไม่ใช่ผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ เราจะเป็นประเทศที่สูญเสียโอกาสในการปรับปรุงและพัฒนาตัวเองและจะติดหล่ม ถ้าสถานการณ์โชคดีก็อวยตัวเองว่าโชคดี แต่ถ้าวันใดโชคร้าย กลายเป็นโรคห่าใหญ่ เราก็จะโทษเวรโทษกรรมและปล่อยให้ประเทศตกอยู่ในวังวนไม่สามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้เลย พอใจในความโชคดี พึงใจในโชคชะตาวันนี้

“ผมคิดว่าเราต้องตั้งสติ เราอยู่ในความเสี่ยงร่วมกัน สำหรับผลงาน พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเราจะประเมินต้องประเมินจากสิ่งที่เขาทำ วันนี้เขาทำอะไร ยังมีอีกหลายอย่างที่ควรทำแต่ไม่ทำ หลายคนบอกตนว่าคนที่ต่อว่ารัฐบาลได้อย่างเดียว คนพวกนี้ไม่ทำอะไร แต่คุณไม่รู้เหรอว่าคนเหล่านี้ที่ด่าเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง ต้องเดือดร้อนแบกรับความเสี่ยงอะไรมาบ้าง แล้วทำไมจะด่ารัฐบาลไม่ได้และถ้าเกิดเชื่อในตรรกะที่ว่า อย่าพึ่งรัฐบาลต้องพึ่งตัวเอง ถ้าเอาตรรกะเหตุผลนี้ก็ยกเลิกรัฐบาล ไม่ต้องให้มีการเก็บภาษี เรามีรัฐบาลเพื่อให้ช่วยเหลือประชาชนในการเกิดวิกฤตแบบนี้ เราเสียภาษีเพราะเราหวังว่ารัฐบาลจะใช้เงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่าที่สุดในการเยียวยาดูแลชีวิตประชาชน และทุกประเทศตนขอยืนยันว่า แม้แต่ประเทศที่จัดการเรื่องโควิด-19 ได้ดี ก็ยังมีประชาชนด่ารัฐบาล เพราะเขาคาดหวังกับรัฐบาล อยากอยู่ในระบบที่ดีกว่านี้ อยากให้ประเทศเขาพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ซึ่งไม่ได้เป็นความผิดของประชาชน วันใดวันหนึ่งหากเป็นรัฐบาลก็ถูกด่าเหมือนกัน แต่รัฐบาลที่ดีคือประชาชนจะมีความคิดสร้างสรรค์ในการหาเรื่องใหม่ๆมาด่า เพราะพอประชาชนด่า รัฐบาลก็กระวีกระวาดในการแก้ปัญหาให้ลุล่วงให้ดีขึ้นให้ผ่อนคลาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนต้องการการปรับปรุงในเรื่องต่างๆ ให้ดีขึ้น จึงได้มีการต่อว่าและร้องเรียนเรื่องอื่นๆ รัฐบาลมีหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้ประชาชนพึงพอใจ ต้องแก้ปัญหาให้ประชาชนได้มีเรื่องใหม่ๆมาด่า” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวว่า ยอมรับว่า บางครั้งตนก็ท้อ เพราะหาเรื่องใหม่ๆ มาตำหนิ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ ได้ตำหนิแต่เรื่องเดิมๆ เนื่องจากไม่เคยแก้ไขปัญหาอะไร

“สุดท้ายต้องยอมรับว่าเราอยู่ในความเสี่ยงร่วมกันและไม่ใช่แค่เรา คนที่เรารักก็ร่วมเสียงด้วย สิ่งที่พวกเราต้องทำการในวันนี้คือการดูแลตัวเองและส่งสัญญาณเตือนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ว่า คุณต้องทำงานให้ดีกว่านี้ได้แล้ว คุณต้องเห็นหัวประชาชนได้แล้ว เลิกโทษประชาชนได้แล้ว และเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนเขาก่นด่ากันทั่วบ้านทั่วเมืองได้แล้ว นี่คือบทเรียนว่า ถ้ารัฐบาลที่มาจากประชาชนก็จะแคร์ประชาชน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ รากลึกแล้วมาจากกลไกที่วางเอาไว้อย่างแยบยล โดยอาศัยการเลือกตั้งเพื่อให้ได้สืบทอดอำนาจต่อ และมีองค์กรอิสระต่างๆ เป็นนั่งร้านค้ำจุน

ในเมื่อไม่ได้ผูกติดยึดโยงประชาชน ก็ไม่จำเป็นต้องเห็นหัวประชาชนนี่คือบทเรียนครั้งสำคัญ อย่าเชื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง อย่าเชื่อแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มีเอกสารเป็นร้อยพันหน้าว่าจะช่วยสถานการณ์โควิดได้ กฎหมายปฏิรูปต่างๆ ไม่ได้ทำให้ประเทศมีความพร้อมรับมือโควิด แต่เป็นโซ่ตัวฉุดรั้งไม่ให้ประเทศพัฒนา ต้องยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ โทษเวรโทษกรรมไปเรื่อยๆ นี่คือบทเรียนสำคัญที่พวกเราต้องเรียนรู้ร่วมกัน ประชาธิปไตยและพลังของประชาชนคนไทยเป็นสิ่งที่เราจะยอมให้ใครมาอ้างตนเป็นคนดี อ้างการปฏิรูป อ้างความดีเพื่อถ่วงดุลอำนาจของประชาชนไม่ได้อีกต่อไป” นายวิโรจน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หลานซนกระทืบแผงหวย ลุงป้าชาวบุรีรัมย์ ซื้อ ถูกรางวัลที่ 1 !!
บทความถัดไป‘ซานโช่’ มีสัญญาใจกับ ‘ดอร์ทมุนด์’ ย้ายทีมได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม