ศาลนัด 19, 27 พ.ค. ไต่สวน เบนจา-ชินวัตร-ณัฐชนน ละเมิดอำนาจศาล เหตุชุมนุมหน้าบันไดศาล 29 เม.ย.

3.05.21 | 17:37 น.
แฟ้มภาพ 29 เมษายน 2564

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ยื่นคำร้องคดีละเมิดอำนาจศาลที่กล่าวหา น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา


โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน เวลาประมาณ 12.30 น. มีมวลชนกลุ่ม “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ประมาณ 300 คน ได้มีการเชิญชวนกันมาทำกิจกรรมยื่นจดหมาย “ราชอยุติธรรม” พร้อมทั้งยืนอ่านกลอน “ตุลาการภิวัฒน์” ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาในบริเวณศาลอาญา และรวมตัวกันบริเวณบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) มีการใช้เครื่องขยายเสียงพร้อมทั้งตะโกนข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.50 น. พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย รอง ผกก.ป.สน.พหลโยธิน ได้อ่านประกาศคำสั่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร เรื่อง การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด ต่อมาเวลาประมาณ 13.05 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ได้ประกาศเรื่องการใช้สิทธิและเสรีภาพของผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมายและข้อกำหนดของศาล และแจ้งให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบเรียบร้อย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมยังคงมีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ร่วมตะโกนด้วยข้อความต่างๆ อยู่เป็นระยะ มีการพูดผ่านเครื่องขยายเสียงกล่าวโทษศาลยุติธรรมและตุลาการศาลยุติธรรม ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในศาลอาญาข้อ

น.ส.เบนจาได้แสดงพฤติกรรม คือเวลา 15.00 น. ได้วิ่งผ่านแนวรั้วแผงเหล็กที่กั้นอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) พร้อมทั้งโปรยแผ่นกระดาษขณะวิ่งขึ้นบันได โดยพยายามหลบหลีกเจ้าหน้าที่ศาลอาญาพร้อมตะโกนสรุปข้อความว่า “ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย” และเมื่อโปรยกระดาษเสร็จแล้วได้หยุดยืนอยู่บริเวณบันได และพูดผ่านเครื่องขยายเสียงโดยหันหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ศาล สรุปข้อความได้ว่า “ขี้ข้าเผด็จการ ขี้ข้าเผด็จการ พี่มองหน้าหนู พี่มองหน้าหนู เพื่อนหนูอดอาหารมา 40 กว่าวันแล้ว เพื่อนเรากำลังจะตาย ไม่มีความเป็นมนุษย์กันเลยเหรอ ความยุติธรรมควรเป็นสิ่งที่พึงมีตั้งแต่แรกไม่ใช่ร้องขอ ศาลทำหน้าที่ผดุงความยุติธรรม แต่ทำไมถึงไม่มีความยุติธรรมให้กับเพื่อน เรารู้ว่าทำตามหน้าที่ รู้ว่าโดนนายสั่งมา คิดว่าหนูมายืนตรงนี้เนี่ยมันไม่ต้องแลกอะไรเหรอ เราทุกคนต่างสูญเสีย เราทุกคนต่างสูญเสียในรัฐเผด็จการนี้ เราสูญเสียกันมามากพอแล้ว เราจะต้องสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ หากความเป็นคนในพวกคุณไม่มีเหลือแล้วเราจะไปถามหาความเป็นคนได้จากใครอีก ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ได้ยินไหม หากรับใช้ใบสั่งอย่าง….ตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลยตุลาการเช่นนี้อย่ามีเลย ปล่อยเพื่อนเรา หากศาลยังฟังอยู่ หากศาลยังมีความยุติธรรมยังหลงเหลืออยู่ ให้นึกถึงเวลาที่ท่านได้ตรากตรำอ่านตำราดึกดื่นเพื่อสอบเข้ามาเป็นผู้พิพากษา สอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประเทศชาติ สอบเข้ามาเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน แต่ทำไมอุดมการณ์ของผู้พิพากษาไม่มีเหลือแล้วหรือ หากเราไร้ซึ่งอุดมการณ์เราจะมีค่าอะไร เป็นผู้พิพากษาอย่าหลงลืมอุดมการณ์แห่งการเป็นผู้พิพากษา คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน” พร้อมโปรยกระดาษที่เหลืออีกครั้งต่อหน้าเจ้าหน้าที่

การกระทำของ น.ส.เบนจา เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลและกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา พ.ศ.2564 ฉบับลงวันที่ 17 มี.ค.64 จึงให้เรียกมาไต่สวนฐานละเมิดอำนาจศาลในวันที่ 27 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. และลงโทษตามกฎหมายต่อไปเหตุตามคำกล่าวหา

Advertisement

เกิดที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญายังได้ยื่นขอให้ดำเนินคดี คดีละเมิดอำนาจศาลอีก 2 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์วันเดียวกันกับ น.ส.เบนจา

คนแรกคือ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง อายุ 28 ปี มีพฤติการณ์สรุปว่า นายชินวัตร ได้ร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงด้วยข้อความว่า “ผมขอประกาศ วันที่ 30 เม.ย.64 นี้ผมจะเดินทางมาศาลอาญารัชดาแห่งนี้ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผมก้าวขึ้นศาลผมจะไม่เคารพต่อศาลอาญารัชดาแห่งนี้อีกต่อไปครับพี่น้อง อะไรจะเกิดให้มันเกิด ต่อไปนี้เราจะไม่เคารพศาลอีกต่อไป ในเมื่อศาลทำตัว…แบบนี้ ขอให้พี่น้องแชร์ทั้งโลกให้โลกรู้ว่า ศาลไทยมีฆาตกรได้ ฆาตกร ไอ้ฆาตกร ไอ้ฆาตกร ไอ้…แม่” โดยนายชินวัตรเป็นคนเดียวกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในคดีละเมิดอำนาจศาลของศาลอาญาหมายเลขคดีดำที่ ลศ.1/2564

คนที่สอง นายณัฐชนน ไพโรจน์ อายุ 21 ปี พฤติการณ์สรุปว่า นายณัฐชนน ได้เข้าร่วมชุมนุมโดยยืนอยู่บริเวณด้านหน้าบันไดทางขึ้นด้านหน้าศาลอาญา (บริเวณหน้ามุกศาลอาญา) ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียงมีข้อความว่า “ผมขอไม่นับว่าท่านจบที่ธรรมศาสตร์ที่เดียวกับผม เพราะท่านไม่เคยรักประชาชนเหมือนที่มหา’ลัยสอนคุณ มันไร้กระดูกสันหลัง ถ้าคุณไร้กระดูกสันหลังคุณก็ไม่ได้ตั้งตรงเหมือนกับคนทั่วไป” การกระทำของนายณัฐชนน เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล และกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลอาญา จึงให้เรียกมาไต่สวนฐานละเมิดอำนาจศาลและลงโทษตามกฎหมายต่อไป

โดยศาลนัดนายชินวัตรและนายณัฐชนนไต่สวนวันที่ 19 พฤษภาคม 13.30 น.