‘ธีรัจชัย’ เผยหวังศาล รธน.จะสร้างบรรทัดฐาน ปมวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.-ความเป็นรัฐมนตรี ‘ธรรมนัส’ 5 พ.ค.

‘ธีรัจชัย’ เผยหวังศาล รธน.จะสร้างบรรทัดฐาน ปมวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.-ความเป็นรัฐมนตรี ‘ธรรมนัส’ 5 พ.ค.

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะสิ้นสุดลงหรือไม่ ในวันที่ 5 พฤษภาคม กรณีเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียให้จำคุกคดียาเสพติด ว่าในฐานะเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่รับผิดชอบติดตามตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส และเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส ในสภา เชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส สิ้นสุดลงตามกฎหมายแล้ว ความผิดคือความผิด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่แห่งหนตำบลใดในโลกก็มีความผิด นี่คือเจตนารมณ์กฎหมาย โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นคดีภัยร้ายแรงต่อมนุษยชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ตนไม่อาจก้าวล่วง หวังว่าคำวินิจฉัยของศาลจะสร้างบรรทัดฐานผดุงความศักดิ์สิทธิ์กระบวนการยุติธรรม ทำให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นระบบกฎหมายด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดโดยยึดมั่นในเจตนารมณ์กฎหมายเป็นสำคัญ

นายธีรัจชัยกล่าวว่า ในกฎหมายไทย รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) ระบุว่า บุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการกลั่นกรองคุณสมบัติเบื้องต้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าบุคคลนั้นๆ จะปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ยิ่งความผิดคดียาเสพติดเป็นความผิดร้ายแรง นานาประเทศให้ความสำคัญร่วมมือปราบปราม ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยเข้าร่วมลงนามผูกพันตามอนุสัญญาเกี่ยวกับยาเสพติดหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ.1961 อนุสัญญาว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1971 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบค้ายาเสพติด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ค.ศ.1988 อนุสัญญาระหว่างประเทศเหล่านี้ ยืนยันความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นความผิดสากล ไม่มีพรมแดน ไม่ว่าทำผิดและมีคำพิพากษาในประเทศใด ย่อมผูกพันทุกประเทศที่ลงนามในอนุสัญญา โดยเฉพาะประเทศไทยยืนยันหลักการดังกล่าวชัดเจนในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มาตรการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 5 ระบุว่า ผู้ใดกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่าผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย

“ส่วนคำถามว่า หากเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกคดียาเสพติดในศาลต่างประเทศ จะบังคับใช้ได้กับคุณสมบัติต้องห้ามการสมัคร ส.ส.และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายไทยหรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นที่ 276/2525 ว่าแม้มิได้ระบุว่าคำพิพากษาให้จำคุกเป็นศาลใด แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการตัดสิทธิบุคคลผู้มีความประพฤติไม่เหมาะสม หากบทบัญญัติกฎหมายตีความเพียงว่า ครอบคลุมเฉพาะคำพิพากษาศาลภายในประเทศอย่างเดียว ไม่ครอบคลุมคำพิพากษาศาลต่างประเทศ จะเกิดความลักลั่นไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายได้ ความเห็นดังกล่าวของคณะกรรมการกฤษฎีกาแสดงให้เห็นว่า หากเป็นความผิดที่กฎหมายในประเทศ และต่างประเทศถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน หากถูกคำพิพากษาศาลในประเทศจำคุกแล้ว ต้องห้ามการรับสมัคร แต่หากถูกคำพิพากษาศาลต่างประเทศให้จำคุก ไม่ต้องห้ามการรับสมัคร จะเกิดความไม่เท่าเทียมได้ ดังนั้น คำพิพากษาศาลอันมีลักษณะต้องห้ามของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98 (10) จึงเป็นคำพิพากษาของศาลทั้งในประเทศและศาลต่างประเทศ” นายธีรัจชัยกล่าว

นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการอ้างเหตุล้างมลทินหรืออภัยโทษไม่สามารถนำมาเป็นเหตุผลได้ เนื่องจากการล้างมลทินคือการลบล้างโทษที่ผู้กระทำผิดได้รับโทษมาครบถ้วนและพ้นโทษแล้ว หรือการอภัยโทษคือ การให้อภัยแก่ผู้ต้องโทษที่กำลังได้รับโทษอยู่ให้ได้รับการยกเว้นไม่ถูกลงโทษต่อไป เป็นการล้างโทษ แต่ไม่ใช่ล้างความผิด เหมือนการได้รับนิรโทษกรรมที่เป็นการลบล้างความผิด ดังนั้น ผู้เคยต้องคำพิพากษาถึง ที่สุดว่ากระทำความผิดตามมาตรา 98 (10) ความผิดจึงยังคงอยู่ ถือเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ข้อโต้แย้งที่อ้างคำพิพากษาขศาลรัฐนิวเซาท์เวลล์ ประเทศออสเตรเลีย ถูกล้างมลทินไปตาม พ.ร.บ.ล้างมลทิน จึงไม่อาจรับฟังได้

เมื่อถามว่าจะดำเนินการเอาผิดมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติมกับ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายธีรัจชัยตอบว่า ขอรอดูรายละเอียดคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 5 พฤษภาคมก่อน จะมีเนื้อหาอย่างไร ค่อยพิจารณาดำเนินการต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง พระราชินี พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดหาเครื่องผลิตออกซิเจน ช่วยอินเดียสู้วิกฤตโควิด-19
บทความถัดไป‘หนองบัว’ ประกาศตั้ง ‘โค้ชวัง’ นั่งกุนซือแทน ‘น้าฉ่วย’ ที่พาทีมขึ้นชั้นแล้ว